โรคพยาธิ

อย่างที่ทราบกันดีว่าการทำ ปลาร้า จะใช้ ปลาดิบ มาหมัก ส่วนใหญ่จะเป็นปลาน้ำจืด โดยแหล่งน้ำตามธรรมชาติมักจะมีพยาธิอาศัยอยู่ในปลาและสัตว์น้ำ ก่อนนำปลาร้ามาบริโภคจึงจำเป็นต้องนำไปต้มหรือทำให้สุกก่อนเสมอเพื่อกำจัดพยาธิและไข่พยาธิที่อาจปนเปื้อนมากับตัวปลา

แม้ว่าปัจจุบันมีการรณรงค์ให้ต้มปลาร้าก่อนบริโภค แต่คนบางส่วนก็เลือกที่จะใช้ปลาร้าแบบไม่ปรุงสุกมาทำอาหาร จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิ อย่างโรคพยาธิลำไส้ พยาธิตัวจี๊ด และโรคพยาธิชนิดอื่น แต่โรคพยาธิที่พบบ่อยจะเป็น โรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องผูก อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง น้ำหนักลด ตัวเหลือง ตาเหลือง เป็นไข้ นำไปสู่ภาวะตับอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับได้

“Frozen” (Disney’s) โฟรเซ่น – ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ”

อาณาจักรที่สวยงาม นามว่า “เอเรนเดลล์” พระราชา และพระราชินี มีลูกสาว 2 คน “แอลซ่า”(คนโต) และ “อันนา” คนเล็ก แอลซ่าเกิดมาพร้อมพรวิเศษที่สามารถเสกน้ำแข็งและหิมะได้ตามใจ คืนหนึ่งที่ทั้งสองได้เล่นกันท่ามกลางกองหิมะเสก แอลซ่า เผลอปล่อยมนต์ไปถูก อันนา ตรงหัว ทำให้ผมปอยหนึ่งของเธอเป็นสีขาว และตัวก็เย็นเป็นน้ำแข็ง พระราชาและพระราชินี นำลูกท้ังสองไปบนหุบเขาเพื่อหา ชาวเป่า “โทรลล์”(หินพูดได้) ผู้วิเศษ ผู้เฒ่าได้ช่วยเหลือ อันนาไว้ ด้วยการเปลี่ยนสมอง ความทรงจำเรื่องเวทมนต์ที่อันนาจำได้จะหายไป หลังจากนั้นเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายกับใครอีก… แอลซ่า และ อันนา ต้องแยกกันอยู่อย่างสิ้นเชิง อันนาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ พี่จึงเปลี่ยนไปโดยไม่สุงสิงกับเธออีก… ส่วนแอลซ่าเองก็ต้อง ฝึกควบคุมพลังของตนให้ได้ เพื่อไม่ให้พลังนั้น ไปทำร้ายใครอีก (โดยมีถุงมือ1คู่ เพื่อฝึกสำหรับควบคุมพลังของตนได้ง่ายขึ้น)… และเพื่อไม่ให้ความลับดังกล่าว หลุดรั่วออกไป แม้กระทั่งคนในวัง และจนภายนอก….ประตู และหน้าต่างวังทุกบานถูกปิดมิดชิด… และพระราชวังก็ไม่เปิดรับใครอีก นับแต่นั้น

เรื่องยิ่งแย่ลง เมื่อ พระราชา และพระราชินี สิ้นพระชมน์กระทันหัน ด้วยอุบัติเหตุกลางทะเล
ทั้งสองคน จึงเติบโตมาอย่าง เดียวดาย ดูหนังออนไลน์ฟรี

สามปีต่อมา เมื่อ “แอลซ่า” เติบโต จนมีอายุครบ จึงจัดให้มีพิธีราชินีภิเษกขึ้น เป็นครั้งแรกที่มีงานฉลอง ประตู หน้าต่าง เปิดขึ้นเต็มที่เป็นครั้งแรกในตลอดหลายปี…. และเป็นอีกครั้งที่ พระราชวัง เปิดรับแขกจากต่างแดน…. ในพิธี แอลซ่าที่ยังควบคุมพลังของตนไม่ได้ดีนัก ก็กังวลจะเปิดเผยความลับต่อสาธารณะชน… และทุกอย่างจะผ่านไปได้ยาก แต่เธอก็ควบคุมมันได้…. และช่วงเวลานี้เอง… เป็นเวลาที่ “แอลซ่า” และ “อันนา” ได้พูดคุยกันในรอบหลายๆ ปี…. ในงานเลี้ยง อันนาได้พบกับ “เจ้าชายฮอน” ที่อยู่ในอาณาจักรทะเลใต้… ทั้งคู่สนิทสนมกัน จน อันนาตัดสินใจจะแต่งงานกับเขา…. (ทั้งที่เจอกันยังไม่ถึงวัน)

กลางดึกของงานเลี้ยง…อันนาพาฮอน มาพบกับ แอลซ่า เพื่อขอราชานุญาตแต่งงาน…. แอลซ่าไม่อนุญาตและเริ่มโกรธ จนควบคุมตัวเองไม่ได้…และนั่นเอง…ทำให้เธอเผยพลังที่ปกปิดมานานต่อทุกคน….
ทุกคนที่เห็น “ราชินี” ของเธอเสกน้ำแข็งได้ก็ตกใจ… ด้วยความที่กลัวทุกอย่างจะควบคุมไม่ได้ไปกันใหญ่ แอลซ่าตัดสินใจหนีออกจาก “เอเรนเดลล์” ในคืนนั้น… และด้วยอารมณ์ที่ไม่ปกติของเธอ ส่งผลให้ทั้งเมือง”เอเรนเดลล์” ปกคลุมไปด้วยหิมะ และฤดูหนาวไปตลอดกาล (ซึ่งนับวันจะยิ่งหนาวเหน็บขึ้นเรื่อยๆ)

แอลซ่า เดินทางจนถึงยอดเขาสูงทางเหนือ ในดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ…
สถานที่แห่งนี้เอง ที่เธอรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องระวังพลังวิเศษอะไร… เธอจึงเลือกภูเขาสูงแห่งหนึ่ง และสร้างปราสาทน้ำแข็งสวยงามวิจิตรไว้บนนั้น และเธอก็อยู่เพียงลำพัง

อันนา ตัดสินใจ จะตามตัว แอลซ่าพี่สาวของเธอกลับมา โดยได้มอบอำนาจการปกครอง เอเลนเดลล์ ไว้กับ​ “ฮอน”… เธอเดินทางได้ไม่ไกลนักม้าที่เธอใช้ก็พยศหนีไป ​โชคดีที่เธอไปเจอกับ “คริสติฟฟ์” ชายหนุ่มผู้ขายน้ำแข็ง และ “สเฟน” กว้างตัวใหญ่… ทั้งคู่ตกลงจะช่วยเหลือ อันนา…. ระหว่างการเดินทาง… อันนาได้พบกับมนุษย์หิมะที่มีชืวิตจริงๆ ชื่อ “โอลาฟ” พอเห็นก็รู้ทันทีว่า นี่คือ “โอลาฟ” เดียวกันกับที่ แอลซ่า และ อันน่า ร่วมกันปั้นในวัยเด็ก…. โอลาฟ เป็นผู้นำทางให้อันนา และ คริสติฟฟ์ มาพบกับปราสาทน้ำเข็งของ แอลซ่า ในที่สุด

แอลซ่าประหลาดใจ เมื่อเห็นอันนา มาถึงที่นี่… อันนาพยายามชักจูงให้พี่สาวกลับไปยังเอเลนเดลล์ และคลายมนต์ให้เมืองกลับมาอบอุ่นเหมือนเดิม… แอลซ่าปฏิเสธ ไม่ยังไม่รู้หนทางที่จะละลายน้ำแข็งและควบคุมเวทมนต์ของตนได้อย่างไร…. ทันใดนั้นเอง…แอลซ่า…เผลอปลอยมนต์ไปโดย อันนาโดยไม่ตั้งใจ…ซึ่งมนต์ครั้งนี้ ไปโดยตรง ตำแหน่ง “หัวใจ” ของอันนา พอดี….. ผลของเวทมนต์ทำจะให้ “หัวใจของอันนา จะถูกแช่แข็งทีละนิด และเสียชีวิตในที่สุด”

คริสตอฟฟ์ พาอันนามาหา “ชาวโทรลล์” อีกครั้งเพื่อหาทางช่วยเหลือ…ผู้เฒ่าบอกเพียงว่า “การกระทำแห่งรักแท้ จะช่วยละลายน้ำแข็งในใจได้”…. ทุกคนจึงตีความไปว่า “ต้องเป็นจูมพิศของรักแท้แน่นอน”
“คริสตอฟฟ์” จึงพาอันนากลับเข้าวังเพื่อมาหา “ฮอน”

ข้างฮอนเมื่อเห็นม้าที่อันนาใช้ตามหาพี่สาว กลับมาเพียงลำพัง… ก็ตัดสินใจออกจากวังไปตามหา…เขาเดินทางจนมาถึงปราสาทน้ำแข็งของ “แอลซ่า” เกิดการต่อสู่กันเล็กน้อย…เพราะมีทหาร2คนแอบแผงตัวเพื่อจะฆ่า แอลซ่า…. การต่อสู่ทำให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น แอลซ่าโดนโคมระย้าหล่นทับ และเธอสลบไป

แอลซ่าตื่นมาอีกครั้ง และพบว่าเธอกลับมาอยู่ที่ เอเลนเดลล์ อีกครั้ง..และถูกขังอยู่ในคุก….
คริสตอฟฟ์ พน อันนา กลับมาถึงวังสำเร็จ, อันนาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฮอนฟัง และขอจูมพิศจากเขา
เขาเองได้เผยความจริงว่า เขานั้นไม่ได้รักอันนาเลย ที่ผ่านมาเพียงต้องการได้ปกครองเมืองเอเลนเดลล์
ไม่เพียงแต่เขาจะไม่จูมพิศอันนาเท่านั้น แต่ยังขังเธอไว้ในห้องที่เย็นเชียบ เพื่อให้เธอตายอย่างช้าๆ

ฮอนบอกทุกคนว่า “อันนา” ตายแล้วด้วยฝีมือของ “แอลซ่า” พี่สาวของเธอเอง
และก่อนตาย ทั้งสองได้สัญญาแต่งงานกัน ทำให้เขามีสิทธิปกครอง “เอเลนเดลล์” อย่างชอบธรรม และอย่างแรกที่เขาจะทำคือ…การประหาร แอลซ่าทิ้งเสีย

แอลซ่า หนีออกจากคุกได้สำเร็จ และอารมณ์แปรปรวนของเธอทำให้เมืองมีพายุหิมะร้ายแรงก่อตัวขึ้น
คริสตอฟฟ์ ที่เห็นว่าเมืองมีเค้าพายุหิมะ จึงคิดกลับเข้าเมืองเพื่อช่วยเหลือ อันนา
อันนา ตอนนี้รู้แล้วว่า ใครกัน คือรักแท้ของเธอ แม้ว่าร่างกายของเธอจะเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งแล้ว
เธอยังตัดสินใจหนีออกจากวัง เพื่อตามหา คริสตอฟฟ์….
ท่ามหลางพายุหิมะร้าย… คริสตอฟฟ์ เจอกับ อันนาในระยะไกล….
ฮัน พบกับ แอลซ่า…และเล่าให้ฟังว่า อันนาตายแล้วจากฝีมือของเธอเอง…. ขณะที่แอลซ่าร้องไห้เสียใจ..
ฮันจะคิดจะใช้ดาบฟันให้เธอตายไปเสีย…
อันนาเห็นเหตุการณ์นั้นไกลๆ หล่อนต้องตัดสินใจว่า… เธอจะวิ่งไปหาคริสติฟฟ์ เพื่อจูมพิศของเธอเอง…หรือ ช่วยพี่สาวของเธอไว้

ขณะที่ฮัน เงื้อมดาบฟันไปที่ แอลซ่า… อันนาก็วิ่งเข้าไปขวางไว้…ร่างของเธอที่กลายเป็นน้ำแข็งในวินาทีนั้น เมื่อปะทะกับดาบ ทำให้ดาบของฮันดาบไป…. เหตุการณ์ทั้งหมด เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของ แอลซ่า คริสตอฟฟ์ และชาวเมืองทั้งหลาย

มนต์วิเศษเกิดขึ้นอีกครั้ง… เมื่อร่างที่เป็นน้ำแข็งของ อันนานั้น กลับกลายเป็นคนปกติอีกครั้ง
หัวใจที่ถูกแช่แข็ง… ได้ถูกละลายแล้ว ด้วย “การกระทำแห่งรักแท้”
โดยอันนาเอง ที่ช่วยพี่สาวไว้ โดยยอมแลกชีวิตของตนเอง

แอลซ่าเข้าใจทันทีแล้วว่า.. มนต์วิเศษของตน สามารถควบคุมได้ด้วยความรัก รักซึ่งละลายได้ทุกสิ่ง
เธอควบคุมพลัง และร่ายมนต์ให้น้ำแข็งละลาย และ เอเลนเดลล์ กลับมาอบอุ่นและงดงามดังเดิม…..

แอลซ่า ขึ้นปกครอง เอเลนเดลล์อีกครั้ง…. ฮอนถูกเนรเทศออกจากเมือง
คริสตอฟฟ์ได้รับบรรดาศักดิ์ให้ดูแลเรื่องการขายน้ำแข็งของอาณาจักร
และท้ายที่สุด ในฤดูหนาว… แอลซ่าได้เสกให้ลานกว้างหน้าพระราชวังเป็นลานน้ำแข็งที่สวยงาม
ชาวเมืองสเก็ทน้ำแข็งกันสนุกสนาน…..​และนับจากนี้ ประตูวัง จะไม่ถูกปิดอีกต่อไป

เรื่องราวคำทำนายที่ทำให้อาณาจักรหนึ่งต้องตกอยู่ภายใต้ฤดูหนาวอันเยือกเย็น และโหดร้ายตลอดกาล อันนา (พากย์เสียงโดย คริสเตน เบลล์) สาวน้อยช่างฝัน จึงร่วมมือกับ คริสตอฟ (พากย์เสียงโดย โจนาธาน กรอฟฟ์) มนุษย์ภูเขาผู้กล้าหาญ ในการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่เพื่อที่จะตามหา ราชินีหิมะ (พากย์เสียงโดย ไอดิน่า เมนเซล) และยุติคำสาปน้ำแข็งอันหนาวเหน็บที่ปกคลุมอาณาจักรแห่งนี้มาอย่างยาวนาน การผจญภัยสุดหฤโหดภายใต้สภาวะอากาศอันโหดร้ายดั่งเทือกเขาเอเวอร์เรส การเผชิญหน้ากับสัตว์ในตำนานและมนตราในทุกย่างก้าว อันนา และ คริสตอฟ ต้องฝ่าฟันและเอาชนะทุกอย่างที่มาขัดขวางการปกป้องอาณาจักรจากการล่มสลาย

ในการก้าวย่างไปสู่ดินแดนที่เราไม่รู้จัก แม้กระทั่งสำหรับราชินีผู้เข้มแข็งอย่างเอลซ่า ก็จำเป็นต้องอาศัยความกล้าหาญ ความกระตือรือร้น ความอดทน และเวทมนตร์เล็กๆ ก็ไม่เสียหายนะ แต่ก่อนที่เอลซ่าจะเริ่มออกเดินทาง ผู้กำกับคริส บัค, เจนนิเฟอร์ ลีและผู้อำนวยการสร้างปีเตอร์ เดล เวโค่ ต้องเริ่มออกเดินทางของตัวเอง หลังจากความสำเร็จที่คาดไม่ถึงของ Frozen ในปี 2013 ที่ทำให้เราได้รู้จักกับสองพี่น้องแสนน่ารัก ชาวเขามากเสน่ห์และมนุษย์หิมะที่น่าจดจำ ผู้ชื่นชอบอ้อมกอดอุ่น ๆ “เราตระหนักได้ว่ายังมีคำถามที่ยังค้างคาใจอยู่ในใจพวกเรา” ลี กล่าว “เราสงสัยว่าตอนนี้อันนาจะทำอะไรในเมื่อเธอมีทุกอย่างที่เธอต้องการแล้ว เรารู้สึกว่ามันยังมีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบเกี่ยวกับพ่อแม่ของพวกเธอ ว่าเรือของพวกเขาแล่นไปที่ไหนในตอนที่มันล่ม และคำถามที่สำคัญที่สุดก็คือ ทำไมเอลซ่าถึงเกิดมาพร้อมกับพลังเวทมนตร์”

           ทำไมเอลซ่าถึงเกิดมาพร้อมกับพลังวิเศษ ? คำตอบกำลังเรียกหาเธอและกำลังคุกคามอาณาจักรของเธอ เธอจึงเริ่มการเดินทางสุดอันตรายแต่แฝงไว้ด้วยความน่าพิศวง ไปกับ อันนา, คริสตอฟฟ์, โอลาฟ และสเฟน ใน โฟรเซ่น ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ เอลซ่ากลัวว่าพลังของเธอรุนแรงไปสำหรับโลกใบนี้  โฟรเซ่น 2 ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ เธอเพียงได้แค่หวังว่าพลังของเธอจะรุนแรงพอ
           Frozen ถือเป็นแอนิเมชั่นเจ้าหญิงดิสนีย์ในยุคหลังนี้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ทั้งในแง่ของคำวิจารณ์และรายได้ที่กวาดไปถล่มทลาย การสร้างปรากฎการณ์เปลี่ยนขนบที่เจ้าหญิงไม่จำเป็นต้องคู่กับเจ้าชาย หรือจุมพิตแห่งรักแท้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับชายหญิง แต่อาจเป็นพี่น้อง หรือใครก็ได้ที่มีรักอันบริสุทธิ์ นับได้ว่าเป็นก้าวใหม่ของดิสนีย์ที่พยายามฉีกขนบเดิม ๆ และปลูกฝังความคิดสมัยใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เพราะฉะนั้นใน Frozen 2 พวกเขาจึงไม่หยุดอยู่ที่จุดเก่า แต่อาจจะพัฒนาเนื้อเรื่องให้เปิดมุมมองใหม่ ๆ มากขึ้น

โรคหวัด ฟ้าทะลายโจรนิยมใช้รักษาโรคไข้หวัด

โรคหวัด ฟ้าทะลายโจร นิยมใช้รักษา โรคไข้หวัด ตาม ตำราแพทย์แผนไทย มาตั้งแต่อดีต เนื่องจากมีสารสำคัญทางพฤกษศาสตร์หลายชนิด เช่น ไดเทอร์ปีนแลคโตน (Diterpene Lactones) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และสารประกอบอื่น ๆ ซึ่งมักเชื่อว่าช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น

จากการศึกษาเรื่องการวัดประสิทธิภาพการใช้สารสกัดจากฟ้าทะลายโจร เพื่อลดการเกิดโรคหวัด และบรรเทาอาการของโรคในผู้ป่วย 158 คน โดยให้กลุ่มทดลองรับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจร 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน เปรียบเทียบกับยาหลอกเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งจะมีการตรวจดูอาการผู้ป่วยก่อนเริ่มการทดลอง วันที่ 2 และวันที่ 4 ของการทดลองด้วยการตอบแบบสอบถาม โดยจะวัดความรุนแรงของอาการปวดหัว อ่อนเพลีย ปวดหู

นอนไม่หลับ เจ็บคอ คัดจมูก มีเสมหะ ความถี่และความรุนแรงของอาการไอ ผลปรากฏว่า กลุ่มที่รับประทานสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรมีอาการของโรคบางอาการลดลงภายในวันที่ 2 และอาการลดลงทั้งหมดภายในวันที่ 4 โดยช่วยลดอาการเจ็บคอมากที่สุด ตามมาด้วยอาการคัดจมูกและปวดหู เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก อีกทั้งยังไม่พบผลข้างเคียง

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

เป็น โรคภูมิต้านทานตนเอง ชนิดเรื้อรัง เกิดจาก การอักเสบ ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะกับข้อต่อ ส่งผลให้ปวดที่ข้อต่อ ข้อต่ออุ่น บวม ฝืดแข็ง หรือข้อต่อผิดรูปหากเป็นโรคนี้มานาน โดยอาการมีหลายระดับตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง อีกทั้งอาการอาจกำเริบและสงบลงเป็นระยะ

The Queen’s Gambit เกมกระดานแห่งชีวิต กับ 7 บทเรียน

The Queen’s Gambit  เกมกระดานแห่งชีวิต เป็นมินิซีรีส์ของทาง Netflix มีทั้งหมด 7 ตอน โดยทั้งหมดมีความยาวโดยประมาณ 7 ชั่วโมง เดินเรื่องโดยเน้นตัวละครเอก “เบธ ฮาร์มอน” แสดงโดย อันยา เทย์เลอร์ จอย

ในช่วงแรกที่เปิดตัว แอดมินได้ดูตัวอย่างของซีรีส์เรื่องนี้แบบผ่านๆ ก็คิดว่าน่าจะเหมือนหนังดราม่าทั่วๆ ไป ประมาณยุค 1960 แต่ก็มีความสังสัยอยู่เหมือนกันว่า หมากรุกมาเกี่ยวอะไรกับซีรีส์เรื่องนี้

หลังจากที่หนังซีรีส์ The Queen’s Gambit ได้ออกอากาศทาง ราวๆ ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2563 ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่หลายอย่าง อาทิเช่น ช่วงเดือนแรกหลังจากที่ซีรีส์นี้ออกฉายใหม่ๆ แค่ภายในเดือนแรก ก็สามารถดึงดูดผู้ชมได้สูงถึง 62 ล้านครอบครัว ยอดขาย Chess Set หรือ ชุดหมากรุก ก็ทำยอดขายได้ถึง 250% บน eBay นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนมาก search หาคำว่า “How to play chess” ใน Google สูงสุดมากเป็นประวัติการณ์ และ จำนวนผู้เล่นหน้าใหม่ มีการสมัครเป็นสมาชิกของ chess.com เพิ่มสูงขึ้นกว่า 5 เท่าเลยทีเดียว

“ไม่ได้แล้วเราจะพลาดไม่ได้ จะตกเทรนไม่ได้” บวกกับความอยากรู้ว่า เรื่องนี้มันดีจริงอย่างที่เขาว่าไหม? ก็เลยทำให้แอดมินต้องไปหาเวลาดูมินิซีรีส์ The Queen’s Gambit กันแบบจริงจัง

“ตอนแรกกะว่าจะดูวันละตอน ในช่วงว่างๆ หลังเลิกงาน แต่หยุดไม่ได้” เพราะเรื่องราวมันน่าติดตามมาก ทำให้อยากดูต่อในตอนถัดไปในทันที เลยทำให้ดูเรื่องนี้จบภายใน 3 วันเท่านั้นเอง

เรื่องย่อ ซีรีส์อย่าง The Queen’s Gambit – เกมกระดานแห่งชีวิต
ที่เดินเรื่องราวผ่านเกมหมากรุก โดยมีตัวละครหลัก คือ เบธ ฮาร์มอน นักหมากรุกหญิงอัจฉริยะ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวของเรื่องนี้ คือ เบธ ฮาร์มอน ในวัยเด็กเธอเติบโตมาจากครอบครัวที่แตกร้าว  ดูหนังออนไลน์ฟรี ต่อมาก็ต้องมาสูญเสียคุณแม่ของเธอไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เธอไม่เหลือใคร และ ต้องถูกส่งไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

การที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เบธ ประสบปัญหาไม่สามารถเข้ากับเพื่อนๆ ได้ และ เมื่ออยู่ที่นี่ ทำให้เธอต้องได้รับยาตัวหนึ่งไปทาน (ยาระงับประสาท) ทุกวัน ซึ่งส่งผลทำให้เธอเสพติดยาตัวนี้จนโต จนวันนึง เธอได้รู้จัก “หมากรุก” เป็นครั้งแรก จากลุงภารโรงที่ชื่อว่า “คุณไชเบล” ในห้องใต้ดินของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้น “คุณไชเบล” คือ ครูคนแรก และ ถือเป็นผู้สนับสนุนตัวจริง ที่ผลักดันให้เบธได้เข้าสู่วงจรของการเป็นนักกีฬาหมากรุก

และต่อมาก็มีครอบครัวนึง สนใจที่จะรับ เบธ ไปอุปการะ แต่เบธ ก็ยังไม่หยุดที่จะต่อยอดความฝันของเธอ จากเด็กที่เคยไร้เป้าหมาย กลายเป็นเด็กที่ค้นพบพรสวรรค์ของตนเองกับกีฬาหมากรุก กีฬาประเภทนี้ ถือว่าเป็นเส้นทางที่ถือว่ายากและโหดเอามากๆ ในสมัยนั้น เพราะมีแต่ผู้ชายเล่นซะเป็นส่วนใหญ่

ด้วยที่เบธ มีพรสวรรค์ด้านหมากรุกและ การแข่งหมากรุกสามารถทำเงินได้มาก ทำให้แม่ใหม่ของเธอ หลังจากที่รู้ว่า เกมกีฬาประเภทนี้ ทำเงินได้ ก็หันมาสนับสนุนเบธอย่างเต็มที่ และ กลายมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ แต่ก็มาหักมุมอีก เบธ ต้องมาเสียแม่ใหม่ไปอีก จากปัญหาพิษสุราเรื้อรัง (แม่ใหติดเหล้าหนักมาก) ทำให้ช่วงชีวิตที่เหลือของเธอ เธอต้องลุยเดี่ยว แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตคนเดียว เพราะยังมีเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่คบกันที่บ้านเด็กกำพร้า และ ยังมีเพื่อนชายอีกหลายคนที่หวังดีต่อเธอ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเป็นคู่แข่งกันในเกมหมากรุก

หลายช่วงหลายตอนของซีรีส์เรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความเข้มแข็งของเบธ ที่ต้องการพิสูจน์ตนเอง ต้องการเอาชนะคู่แข่ง เบธ ค่อย ๆ สะสมชื่อเสียงและพัฒนาทักษะจากการเดินสายแข่งขันเวทีต่าง ๆ ในประเทศ จนได้เป็นแชมป์อเมริกาแทน และทำให้เบธ ได้ไปแข่ง THE CHESS WORLD CHAMPIONSHIP กับ มือหนึ่งของโลกที่ชื่อว่า “วาร์สิลี บอร์กอฟ” ชาวรัสเซีย

ในทางกลับกัน เบธ ก็ต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวที่ผ่านการสูญเสียแม่ถึงสองคน การเอาชนะกับอาการติดยาระงับประสาท ต้องเจอกับความผิดหวังพ่ายแพ้ให้กับเกมการแข่งขันครั้งสำคัญหลายครั้งเช่นกัน แต่ เบธ ก็สามารถผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้

อะไรที่ทำให้อดีตเด็กน้อยอย่างเบธ​ ที่ดูไม่มีอนาคตกลายเป็นนักกีฬาหมากรุกที่เก่งกาจเหนือผู้ชาย? และ อะไรที่ทำให้เบธสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้?

จุดจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? เบธจะสามารถผ่านด่านสำคัญครั้งนี้ ได้หรือไม่? คงต้องไปลองติดตามชมดูนะครับ

“หลายๆ ครั้ง ที่เราได้ดูหนัง เราก็ได้เรียนรู้ส่ิงที่มีประโยชน์จากหนังเรื่องนั้นได้เช่นกัน”

สิ่งที่ได้ สำหรับเรื่อง The Queen’s Gambit หรือ เกมกระดานแห่งชีวิต มันไม่ใช่แค่หนัง หรือ มินิซีรีส์ ที่น่าดู หรือ น่าสนใจเท่านั้น แต่เรื่องนี้ ยังได้สอดแทรกแนวคิด และ บทเรียน ที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องที่พวกเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานได้

ดังนั้นในบทความนี้ แอดมิน จึงจะขอนำเสนอสิ่งที่แอดมินได้เรียนรู้ จากการได้ดูมินิซีรีส์ The Queen’s Gambit หรือ เกมกระดานแห่งชีวิต ซึ่งสรุปออกมาได้ 7 ประเด็น

“Get out of your comfort zone and Find your passions and purpose”
“บางทีเราต้องกล้าที่จะเปิดตาและเปิดใจ ลองทำในสิ่งที่แตกต่าง เพื่อที่จะมองหาสิ่งที่เหมาะสม หรือ สิ่งที่ใช่สำหรับตัวเราอย่างแท้จริง” ชีวิตของเบธ หากเธอยอมเดินตามรูปแบบชีวิตแบบเดิมๆ ของเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ที่ในแต่ละวันก็ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบกติกาเดิมๆ ที่ถูกกำหนดเอาไว้ และรอคอยว่าวันนึงจะมีครอบครัวที่ดีที่จะมารับไปอุปถัมภ์ ก็จะไม่มี เบธ ฮาร์มอน นักหมากรุกหญิงอัจฉริยะ อย่างแน่นอน

ความสงสัย ความท้าทาย ความอยากลองสิ่งใหม่ ของเบธ นี่เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เธอสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดได้ในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อที่ว่ากีฬาหมากรุกเป็นของผู้ชายเท่านั้น หรือ เด็ก ไม่สามารถลงแข่งขันในกีฬาประเภทนี้ได้ เป็นต้น

“You can chase your dreams at any age. You’re never too old” อายุ เพศ ไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการที่เราจะเดินหน้าตามล่าความฝันของตัวเราเอง แต่หลายคนกลับเอาเรื่องเหล่านี้เป็นตัวดับฝันของตนเอง ก็เหมือนกับชีวิตของเราในหลายๆ คน ที่อาจจะกลัว หรือ ไม่มั่นใจที่จะกล้าลอง หรือ กล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง ทำให้ต้องจำใจเลือกเดินทางตามรูปแบบที่ถูกคนอื่นหรือสังคมกำหนดเอาไว้

เมื่อต้องทำในงานที่ไม่ใช่ งานที่ไม่ได้ใช้ความสามารถหรือพรสวรรค์ที่ตนเองมีอย่างเต็มที่ จึงทำให้หลายคนไม่มีความสุขในการทำงาน เกิดความเบื่อหน่ายง่าย และ หากปล่อยให้เนิ่นนานไป ก็อาจจะทำให้กลายเป็นคนหมดความมั่นใจไปในที่สุด

“Don’t let people’s opinions get to you”
“บางทีเราต้องมองข้าม เลิกสนใจสายตาหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นๆ ไปซะบ้าง” เราไม่มีทางทำให้คนอื่นเข้าใจในตัวเรา หรือ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ได้อย่างแน่นอน เบธ เองก็เช่นกัน ในช่วงเข้าเรียน High School ด้วยความที่การแต่งตัวของเธอดูแตกต่าง ดูเชยในสายตาของคนหมู่มาก จึงถูกดูถูก ดูแคลนจากคนรอบข้าง เพราะเป็นเด็กถูกรับมาเลี้ยง เสื้อผ้าที่มีก็เลยเก่าและเชยมาก ถึงแม้ว่าต่อมาแม่ใหม่ได้เลือกซื้อเสื้อผ้าลดราคาให้เธอ (เพราะครอบครัวใหม่ ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร) ก็ยังไม่วายโดนดูถูกจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียนอยู่ดี

แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวเลย ยิ่งทำให้เธอต้องหาหนทาง ที่จะทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น ด้วยการพิสูจน์ตนเองบนเส้นทางที่เธอได้เลือกเองด้วยการเป็นนักหมากรุก เพราะเธอพบว่าอาชีพนี้ สามารถทำเงินได้ และ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีกฎหรือกติกาที่จำกัดอายุ หรือ จำกัดเพศในการลงแข่งขัน หลังจากที่เธอได้ลงแข่งไปเรื่อยๆ เธอก็เริ่มมีรายได้และมีชื่อเสียง เมื่อเบธ​มีเงิน เธอก็แบ่งเงินรางวัลเอามาซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ราคาแพงใส่ ทำให้คนที่เคยดูถูก ดูแคลนเธอ หันมาอยากคบหาสมาคมกับเธอ และ เธอก็กลายเป็นคนดัง ที่มีคนนิยมชมชอบไปในทันที

เรื่องการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจออยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนรับมือและมีมุมมองต่อเรื่องนี้อย่างไร? หากเรามัวแต่จับจด สนใจสายตาของคนอื่นๆ และนำคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นมาคิดมากเกินไป รับรองได้ว่า สิ่งที่อยากทำและสิ่งที่อยากเป็น ไม่มีทางได้เกิดอย่างแน่นอน

เอาเป็นว่า ชีวิตของเรา เราควรกำหนดเอง ไม่ใช่ถูกกำหนดด้วย คำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น ดังนั้นอย่ากำหนดเงื่อนไขของความสุขของตัวเราเองด้วยสายตาของผู้อื่น

“Take your life into your own hands”
“เพราะชีวิตมีขึ้นและมีลงเสมอ เราต่างก็ต้องเจอกับความผิดหวังมากบ้างน้อยบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา” ชีวิตของเบธ ก็เช่นกัน ชีวิตของเธอเหมือนกับรถไฟเหาะตีลังกา มาจากจุดต่ำสุด พอถึงจุดพีค เธอก็ต้องเจอกับปัญหาและความสูญเสีย ทำให้ชีวิตก็ต้องตกต่ำลงมาอีกครา เช่น จากเป็นเด็กกำพร้า และ ได้ครอบครัวใหม่รับไปเลี้ยง แต่พอไม่นานก็ต้องมาสูญเสียแม่ใหม่ไปอีก หรือ เข้าชิงแชมป์ ก็พ่ายแพ้ เพราะด้วยความมั่นใจ (รวมไปถึงอีโก้) ที่เธอมีมากเกินไป ก็ต้องทำให้เธอต้องพบกับความผิดหว้งได้เช่นกัน

“เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ เราก็สามารถเรียนรู้ได้มากมายในวันที่เราแย่ที่สุด” เบธ ก็เช่นกันเธอได้รับบทเรียนราคาแพงจากทุกๆ การสูญเสีย และ ความผิดหวัง จนสามารถพาตัวเองกลับขึ้นมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

เรื่องนี้ ก็ชี้ให้เห็นว่า ความผิดพลาดหรือความผิดหวัง ก็ถือเป็นบทเรียนของชีวิต หากเรายอมรับ เข้าใจ เราก็จะเห็นหนทางของการแก้ไข และ พัฒนาตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ในุดที่ดีกว่าเดิมได้เสมอ แต่หากเรานำ ความผิดพลาดหรือความผิดหวัง มาเป็นตัวตีตราตนเองว่า “ตนเองเป็นคนไม่เอาไหน” หรือ โทษคนอื่นว่าเป็นต้นเหตุในเรื่องนี้ นั่นก็หมายความว่า เราได้ยอมรับและยอมแพ้ต่อโชคชะตาไปเรียบร้อยแล้ว

มีไข้รุนแรงเพียงใดจึงควรไปพบแพทย์ ?

ระดับ ความรุนแรง ของไข้อาจแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ซึ่ง ป่วยควรได้รับการดูแล จากแพทย์หากมีอาการ ดังนี้

อายุ 0-3 เดือน

  • เมื่อมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป แม้ทารกจะไม่มีอาการอื่น ๆ ก็ตาม

อายุ 3-6 เดือน

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียส

อายุ 6-24 เดือน

  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 1 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • มีไข้ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ความรุนแรง  ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น

อายุ 2-17 ปี

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา

อายุ 18 ปีขึ้นไป

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการปวดหัว คอแข็ง หายใจไม่อิ่ม ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม กังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไม่ดื่มน้ำ ไม่รับประทานอาหาร หรือมีอาการอื่น ๆ
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • เมื่อมีไข้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 39.4 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบ (Sinusitisเป็นภาวะที่ เยื่อบุบริเวณโพรงอากาศข้างจมูก เกิด การอักเสบบวม จากการติดเชื้อ ทำให้คัดจมูก มีน้ำมูกข้น ปวดบริเวณจมูก ตา โหนกแก้ม หน้าผาก ฟัน ไอ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น สามารถเกิดได้ทั้งแบบฉับพลันและเรื้อรัง ซึ่งการรักษาสามารถทำได้โดยการดูแลตนเองร่วมกับใช้ยาตามแพทย์สั่ง

ไซนัส (Sinus) คือ โพรงอากาศบริเวณกระดูกใบหน้า มี 4 คู่ คือ ไซนัสแมกซิลลา (Maxillary Sinus) เป็นโพรงอากาศในกระดูกโหนกแก้ม ไซนัสเอธมอยด์ (Ethmoid Sinus) เป็นโพรงอากาศที่อยู่ระหว่างเบ้าตาและด้านข้างของจมูก ไซนัสฟรอนตัล (Frontal Sinus) เป็นโพรงอากาศที่อยู่ในกะโหลกส่วนหน้าผากระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง ไซนัสสฟีนอยด์ (Sphenoid Sinus) เป็นโพรงอากาศอยู่ในกระดูกส่วนที่เป็นฐานสมอง โดยภายในโพรงไซนัสแต่ละจุดจะมีเยื่อบุไซนัสทำหน้าที่ผลิตเมือกสำหรับดักจับฝุ่นและเชื้อโรค

อาการของไซนัสอักเสบ

เนื่องจากไซนัสอักเสบเกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุไซนัสที่บริเวณโหนกแก้ม โพรงจมูก และกระดูกหน้าผาก อาการของไซนัสส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ ดังนี้

  • หายใจติดขัด อึดอัด คัดจมูก
  • มีน้ำมูกสีเขียวหรือสีเหลืองข้น
  • ประสาทรับกลิ่นไม่ดี
  • ปวดบริเวณไซนัส ได้แก่ โหนกแก้ม หน้าผาก จมูกตรงระหว่างคิ้ว และหัวตา
  • ปวดฟัน ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น มีกลิ่นปาก
  • มีไข้ อ่อนเพลีย
  • ไอ เจ็บคอ มีมูกข้นในลำคอหรือมูกไหลลงลำคอ

5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” อนิเมะที่คนห่างไกลแฟนห้ามดู

ถึงแม้ใครจะบอกหรือตั้งให้ ชินไค เป็น “ที่สอง” หรือ “มายาซากิคนต่อไป” แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ชินไค ก็คือ “ชินไค – มาโคโตะ ชินไค” ที่ไม่เหมือนกับใครหรือแทนที่ใครได้ ด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลงานกับการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกผ่านภาพและท่วงทำนองของบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งกินใจ จนสามารถพูดได้เลยว่าในทุกองค์ประกอบของชินไคล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตและความรู้สึกที่แสนงดงาม

เป็นการเกริ่นนำถึงเรื่องราวความรักของ “ทากากิ โทโนะ” และ “ทากากิ โทโนะ” เด็กชายและเด็กหญิงที่ผูกพันธ์กันตั้งแต่สมัยประถม จนกลายเป็นรักแรกของกันและกันแต่แล้วเมื่ออาการิต้องย้ายโรงเรียนไปต่างที่ ในช่วงขึ้นมัธยมศึกษาตอนต้น ทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและเธอต้องห่างไกลกัน มีเพียงจดหมายจากฝ่ายอาการิที่มักส่งมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ทากากิฟังเสมอ โดยที่เขาไม่เคยตอบกลับจดหมายเธอสักครั้ง

 

 

จนเมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ทากากิจึงตัดสินใจนัดพบกัน และตั้งใจส่งจดหมายแทนความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีต่อเธอ แต่แล้วระหว่างการเรอคอยที่แสนเนิ่นนานภายในชานชรารถไฟที่ไม่สามารถให้บริการได้ท่ามกลางพายุหิมะ เขาก็ได้ทำจดหมายปลิวหายไป การพบกันครั้งสุดท้ายของเขาและเธอครั้งนี้จึงมีเพียงจูบแรกอันหอมหวาน และคำมั่นสัญญาที่ผูกทั้งสองไว้ด้วยกันใต้ต้นซากุระ

Cosmonaut “นักท่องอวกาศ”

-5-Centimeters-Per-Second-(35)

 

ทากากิก้าวสู่ชีวิตนักเรียนมัยมปลาย หลังจากต้องย้ายโรงเรียนเช่นเดียวกับอาการิไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ที่นั่นเขาได้พบกับเพื่อนใหม่ หนึ่งในนั้นก็คือ “คานาเอะ ซุมิดะ” เด็กสาวนักโต้คลื่น ซึ่งเขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอแอบหลงรักเขาอยู่ แม้ซุมิดะจะไม่เคยสารภาพความในใจและทำได้เพียงหาโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขาเป็นครั้งคราว ดูหนังออนไลน์พากย์ไทย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างในเด็กหนุ่มที่แสนใจดีสำหรับเธอคนนี้ว่า ในใจของเขานั้น ไม่มีพื้นที่เหลือให้เธอเข้าไปได้ และแม้เธอจะใกล้กับเขาเท่าไร ก็ไม่เคยสามารถเข้าถึงเด็กหนุ่มปิดใจคนนี้ได้เลยสักครั้ง

 

ทากากิยังคงติดอยู่กับคำมั่นสัญญาระหว่างเขาและอาการิ และยังคงใช้ชีวิตโดยคาดหวังว่าสักวันหนึ่งเขาและเธอจะได้กลับมาพบกัน แม้ข้อความที่เขียนพิมพ์ถึงเธอจะไม่เคยถูกส่งออกไปให้เธอรับรู้เลยสักครั้ง

ในตอนนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบการเดินทางที่แสนโดดเดี่ยวของทากากิเหมือนกับจรวดที่กำลังทะยานสู่ความความมืดมิดในห้วงอวกาศ และทำได้เพียงเชื่อมั่นว่าจะได้เข้าใกล้ปลายทางสักวัน

Centimeters Per Second “5 เซนติเมตรต่อวินาที”

1388584342-5centimete-o

เป็นการเล่าเรื่องถึงช่วงชีวิตวัยทำงานของทากากิ ซึ่งกลายชายหนุ่มหัวใจด้านชา จมอยู่กับการทำงานที่เหมือนทำไปเพื่อต้องการไขว่คว้าอะไรสักอย่างที่ไร้ตัวจน ทั้งที่ความรู้สึกภายในกลับเต็มไปด้วยความเศร้าจากการติดอยู่แค่เพียงเรื่องราวในอดีตที่เขาไม่สามารถก้าวผ่านมาได้ ขณะที่ในฝ่ายของอาการิ เธอกำลังจะแต่งงานกับชายอีกคน เหลือทิ้งไว้เพียงความเชื่อมั่นในคำสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริงของเขาทั้งสอง

ทากากิ โทโนะ (遠野 貴樹 – Tōno Takaki )

ตัวละครหลัก ที่เล่าเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่วัยเยาว์ของเขาจนกระทั่งถึงตอนเมื่อเขาเติบใหญ่ ชายหนุ่มที่ยึดติดอยู่แต่เพียงเรื่องราวในอดีต จนไม่สามารถมีความสุขหรือก้าวผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความเศร้าไปได้ ในวัยเด็กของเขา จำเป็นต้องย้ายที่อยู่บ่อย เนื่องจากพ่อแม่ย้ายงานบ่อย จนเมื่อได้พบอะกะริ เพื่อนผู้หญิงคนสนิทตั้งแต่สมัยประถมจนถึงมัธยมต้น จนพัฒนาจากสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย สู่เรื่องราวความรักหญิงชาย ที่สุดท้ายทั้งสองต้องไม่ได้ลงเอยกัน หลังจากทั้งคู่ต้องเข้าศึกษาต่างที่กัน ในบทที่สองปรากฏว่า ทะกะกิเป็นสมาชิกชมรมยิงธนูที่โรงเรียน และมีฝีมือดีด้วย

อาการิ ชิโนะฮาระ (篠原 明里 Shinohara Akari )

เป็นเพื่อนผู้หญิงคนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กของทากากิ รักแรกของเขา และทั้งสองต่างมีความรู้สึกดีต่อกัน ด้วยความคล้ายคลึงกันหลายๆเรื่อง ทั้งความชอบและต่างก็มีชีวิตที่ต้องย้ายบ้านบ่อยๆ โดยเมื่อจบมัธยมต้น ครอบครัวของอาการิต้องย้ายจากกรุงโตเกียวไปจังหวัดโทะชิงิ ทำให้เธอกับทากากิต้องอยู่ไกลกัน และทำได้เพียงการเขียนจดหมายหรือโทรศัพท์ติดต่อกัน แต่สุดท้ายก็ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้ต้องจบลง เพราะพ่ายแพ้ให้กับระยะห่างและกาารเวลา

คานาเอะ ซุมิดะ (澄田 花苗 – Sumida Kanae)

เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องของทากากิ หลังจากเขาย้ายไปเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่จังหวัดคะโงะชิมะ เธอเป็นสาวนักโต้คลื่น มีพี่สาวเป็นครูที่โรงเรียน เธอที่ไม่มีจุดหมายปลายทางในชีวิตการเรียน และแอบชอบทากากิข้างเดียว  ความรักของเธอจึงเป็นเรื่องค่อนข้างน่าเจ็บปวด เนื่องจากแม้เธอจะใกล้กับทากากิเท่าไร เธอก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในสายตาของเขาได้เลย เธอจึงตัดสินใจไม่ได้บอกความในใจออกไป  ด้วยเพราะเธอสัมผัสได้ว่าเขาไม่มีพื้นที่เผื่อไว้ให้กับเธอได้ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจลืมเลือนความรักของเธอที่มีต่อทากากิได้เช่นกัน

Anime Rank A+ คะแนน 99.5/100

5 Centimeters Per Second นี่คือ ผลงานอนิเมชั่นที่สามารถถ่ายทอดงดงามของความรู้สึกเหงาอย่างลึกซึ้งกินใจที่สุด เป็นการเรียงร้อยเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกเศร้าและอบอุ่นไปในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยถ้อยคำบรรยายความรู้สึกซับซ้อนอะไรมากมาย แต่จะอาศัยการเปรียบเทียบเชิงวิทยาศาตร์ที่เหมือนจะไกลตัว แต่กลับสื่อออกมาได้อย่างไม่ไกลเกินกว่าใจของทุกคน และด้วยความลงตัวในทุกๆ องค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น ความความงดงามของภาพ ฉาก และทัศนยภาพต่างๆ ภายในเรื่อง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดและมนต์สเน่ห์สุดโรแมนติก หรือในส่วนของเพลงประกอบที่ถูกเรียงร้อยออกมากกว่า 11 เพลงที่ล้วนแล้วแต่ไพเราะจับใจและสอดคล้องไปกับอารมณ์ของภาพและเรื่องราวของอนิเมชั่นในเรื่องนี้

ทำให้… อนิเมชั่นเรื่องนี้ คือที่สุดของที่สุดของอนิเมชั่นคุณภาพเลยทีเดียว ซุึ่งหากจะให้พูดถึงข้อเดียวของอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นในส่วนของ character ที่อาจไม่ถูกใจสำหรับแฟนๆ อนิเมชั่นที่ชอบตัวละครสวยๆ รายละเอียดเยอะๆ สักหน่อย แต่ด้วยข้อเสียเพียงจุดเดียวนี้ก็ไม่ได้ทำให้ความงดงามของนิเมชั่นเรื่องนี้ลดลงเลยแม้สักนิด

โดยนอกจากเรื่องอารมณ์ของอนิเมะเรื่องนี้ที่ถือได้ว่าเป็น Best of the best แล้ว หากมองดูในรายละเอียดของผลงานของชินไคเรื่องนี้ คุณจะเห็นได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดสุดพิถีพิถัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของฉากและทัศนยภาพต่างๆ  ที่ชินไคยังได้รังสรรค์ออกมาได้อย่างงดงามจากสถานที่จริงที่ของในญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด

ถึงแม้ใครจะบอกหรือตั้งให้ชินไคเป็น “ที่สอง” หรือ “มายาซากิคนต่อไป” แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว… ชินไค ก็คือ “ชินไค – มาโคโตะ ชินไค” ที่ไม่เหมือนกับใครหรือแทนที่ใครได้ ด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลงานกับการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกผ่านภาพและท่วงทำนองของบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งกินใจ จนสามารถพูดได้เลยว่าในทุกองค์ประกอบของชินไคล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตและความรู้สึกที่แสนงดงาม

5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย เป็นอนิเมะของมาโกโตะ ชินไค ผู้กำกับ Your Name ซึ่งอนิเมะเรื่องนี้สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วญี่ปุ่นและได้รับคำชื่นชมจากแฟนๆว่าเป็นอนิเมะที่มีงานภาพงดงามและให้อารมณ์หน่วงจับจิตมากที่สุดของชินไค เรื่องราวของ 5 Centimeters Per Second  เกี่ยวกับชีวิตของชายหนุ่มชื่อ โทโนะ ทากะกิ ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นและต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การย้ายโรงเรียนของเพื่อนสาวคนสนิท การย้ายโรงเรียนของตัวเขาเอง และการก้าวสู่ชีวิตวัยทำงาน แบ่งการเล่าเรื่องเป็น 3 พาร์ท

พาร์ท1 โทโนะ กับ อากะริ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันในวัยเรียน แต่แล้วอากะริต้องย้ายโรงเรียนไปอยู่ที่อื่น ทั้งคู่ติดต่อกันผ่านจดหมายและนัดเจอกันในคืนหนึ่งที่สถานีรถไฟ ท่ามกลางหิมะตกหนัก ทำให้ขบวนรถไฟล่าช้า การรอคอยในขบวนรถไฟของโทโนะทำให้เขาทรมานและเป็นห่วงว่าอากะริจะเฝ้ารอ ระหว่างนั้นเอง จดหมายที่โทโนะตั้งใจเขียนเพื่อสารภาพรักได้หลุดลอยปลิวไปตามลม เมื่อถึงสถานีรถไฟ โทโนะ พบว่าอากะริ ยังคงรอเขาอยู่ ทั้งคู่ได้ออกไปเดินเล่นด้วยกันและพักค้างคืนในกระท่อมจนรุ่งสาง ที่นั่นความรักของสองคนได้เริ่มต้นขึ้น และโทโนะคิดว่า แม้เขาจะไม่ได้บอกรักออกไปในตอนนั้น แต่ทั้งคู่ก็สัมผัสความรักที่มีต่อกันได้

พาร์ท 2 โทโนะย้ายไปอยู่เมืองใหม่ โรงเรียนใหม่ โดยมี คะนะเอะ เพื่อนร่วมรุ่นที่คอยแอบชอบเขาอยู่ คอยเฝ้าติดตามอยู่ห่างๆ โดยในพาร์ทนี้จะเน้นไปที่การตัดสินใจสารภาพรักของคะนะเอะ และจุดหมายปลายทางในอนาคตของตัวละคร ว่าหลังจากจบชีวิตช่วงวัยเรียนแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป ในตอนท้ายของเรื่อง คะนะเอะ พยายามบอกกับโทโนะว่าเธอแอบชอบเขา แต่ก็พบว่า โทโนะมีใครบางคนอยู่ในใจแล้ว และได้แต่เฝ้าเหม่อลอยคิดถึงคนๆนั้นๆ

พาร์ท 3 เป็นช่วงของโทโนะ วัยทำงาน และเล่าถึงความสัมพันธ์ช่วงที่ผ่านมาระหว่างเขากับอากะริ ความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนใหม่ที่ความรักเดินไปไม่สุดทาง เขาได้แต่หมดอาลัยตายอยาก ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่เป็นอันทำงาน จมปลักอยู่กับความทุกข์ ในขณะที่อาการิ เลือกเดินหน้าไปสู่ชีวิตรักใหม่แล้ว ในตอนท้ายเรื่อง โทโนะ และ อาการิ เดินสวนกันที่ทางรถไฟ ระหว่างนั้นขบวนรถไฟได้วิ่งผ่านไป โทโนะหันกลับมามองอีกครั้งที่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่พบอาการิยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว โทโนะได้ยิ้มที่ริมฝีปาก และเลือกที่จะก้าวเดินจากไป

โทโนะคือผู้ชายที่ติดค้างอยู่กับอดีตที่ยังค้างคา เขาไม่ได้พูด ไม่ได้บอกรัก เพราะกลัวว่าด้วยระยะทางที่ห่างไกลกันจะทำให้อากะริจะต้องทุกข์ใจกับการรอคอย ที่แม้ว่าจะส่งข้อความหากันกี่ร้อยกี่พันครั้ง ใจของเขาทั้งสองก็ยังมีระยะห่างกันเท่าเดิม ในตอนท้ายโทโนะ ได้เห็นแล้วว่า อากะริ เลือกที่จะเดินก้าวต่อไป ไม่ได้ติดค้างกับอดีต ในขณะที่เขาก็ต้องก้าวต่อไปและปล่อยอดีตไว้เบื้องหลังได้แล้ว

การได้พบเจอใครสักคนที่ทำให้เรามีความสุขและเสียงหัวเราะ ทำให้เรายิ้มได้ และร้องไห้ได้ด้วยเช่นกัน มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป ถึงแม้คน ๆ นั้นจะทำให้คุณเสียน้ำตา แต่เชื่อว่าคุณก็ยอม เพราะคำหนึ่งคำที่คุณได้รับจากเขาคนนั้น นั่นก็คือ “ รัก ” ว้าว!!!! เปิดตัวมาแบบโรแมนติกนิดหนึ่งนะคะเพื่อน ๆ เพราะว่าเรากำลังอินมาก ๆ หลังจากได้ดูอนิเมะเรื่อง “ 5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” มันทำให้หวนคิดถึงวันวานเก่า ๆ ดีแท้แน่นอน

วันวานเก่า ๆ ที่ว่าก็คือ การที่เราได้คบใครสักคนแต่ด้วยระยะทาง ความที่ต้องได้ห่างไกลกัน จึงทำให้ต้องเลิกลากันไปในที่สุด ทั้ง ๆ ที่ถามว่ายังรักกันอยู่ไหม! ก็คงตอบได้คำเดียวเช่นเดิมว่า “ รัก ” แต่ด้วยเวลาที่นำเราออกเดินทาง ทำให้ผ่านไปไม่นานเราก็จะทำใจได้เองจ้า!  แล้วเราก็จะได้พบรักครั้งใหม่

เรื่องราวของ “ 5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย ” หลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็นสามช่วง มีดังนี้จ้า  ช่วงแรกจะเป็นเรื่องราวของพระเอกและนางเอกที่ได้พบกัน คือเรียนที่เดียวกันในช่วง ม.ต้น แต่แล้วต่างคนก็จะต้องได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ปกติทั้งสองคนนี้คือย้ายไปนั่นนี่ตามครอบครัวเป็นปกติ เมื่อพระเอกนางเอกรู้ว่าตัวเองกำลังจะจากกัน จึงต่างเขียนจดหมายที่จะบอกความรู้สึกของตนแก่อีกฝ่าย และได้ทำการนัดเจอกัน แต่ในช่วงที่นัดเจอกัน โดยที่พระเอกต้องนั่งรถไฟไปหานางเอก แต่ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่หิมะได้ตกอย่างหนัก จึงทำให้ไปช้ากว่าเวลาที่นัด ทางด้านของพระเอกก็คิดว่านางเอกคงจะกลับไปแล้ว เกิดความกังวลใจตลอดทาง รวมทั้งในระหว่างที่เดินทางนั้น จดหมายที่พระเอกเขียนเอาไว้เพื่อบอกความรู้สึกกับนางเอก ก็ได้หล่นหายไปต่อหน้าต่อตาของพระเอก แต่พระเอกก็ต้องรีบไปหานางเอกเขาจึงทำได้แค่มองจดหมายที่ปลิวไป แต่เมื่อมาถึงที่นัดหมาย นางเอกก็รออยู่ แม้จะเลยเวลานัดมาหลายชั่วโมง อากาศทั้งเย็นและหนาวมาก ในช่วงที่อากาศเป็นใจนี้ จึงทำให้พระเอกได้ตัดสินใจ จูบนางเอกที่ใต้ต้นซากุระ ก่อนที่พวกเขาจะหาที่หลบความหนาวและพูดคุยกันจนถึงเช้า และนางเอกก็ได้ส่งพระเอกกลับบ้าน โดยที่นางเอกก็ไม่ได้ให้จดหมายของตนกับพระเอกแต่อย่างใด

มือบวมเกิดจากอะไรได้บ้าง ?

มือบวม อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจาก โรคภัยไข้เจ็บ พฤติกรรมการ ใช้ชีวิตในแต่ละวัน และยังรวมถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างสภาพอากาศอีกด้วย

ยิปมัน ปรมาจารย์ กังฟูสะท้านโลก

หนึ่งในตำนานที่ถูกกล่าวขาน สุดยอด ปรมาจารย์กังฟู ที่ถ่ายทอดเรื่องราวสู่ภาพยนตร์ ” ยิปมัน ปรมาจารย์ กังฟูสะท้านโลก” ที่เรารู้จักกันในชื่อ ยิปมัน ปรมาจารย์มวยหย่งชุน อาจารย์มวยของนักแสดงหนังบู๊ตำนานฮอลลีวู้ด บรู๊ซ ลี สู่เรื่องราวที่ย้อนกลับไปในช่วงก่อนการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1949

โดยในภาคนี้ได้ “เดนนิส โต” หรือ ตู้หยี่หัง มารับบทเป็น อาจารย์ยิปมัน ที่เรื่องราวเริ่มต้นจากการให้ออกจากราชการตำรวจด้วยเหตุฆาตกรรมผู้มีอิทธิพล และยังมีการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซง ดูหนัง ยิปมัน ปรมจารย์กังฟู ความสนุกสนานตามแบบฉบับกำลังภายในที่เราคุ้นเคยและชื่นชอบที่สนุกจึงเริ่มต้นขึ้น

“ยิปมัน ปรมาจารย์กังฟูสะท้านโลก” พร้อมให้ชมแล้วที่ทรูไอดีทีวี พิเศษเช่าชมได้ในราคาโปรโมชั่นเพียง 59 บาท ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยต์แลกรับชมได้

เรื่องราวของอาจารย์กังฟูที่มีตัวตนอยู่จริงอย่าง อ.ยิปมัน ที่เรื่องราวของเขาเป็นที่รู้จักในฐานะ อาจารย์ผู้ฝึกสอนของราชานักบู๊ผู้ล่วงลับอย่าง บรู๊ซ ลี จนมีชื่อเสียงถึงทุกวันนี้ ทำให้มีเหล่าเสือปืนไวของวงการบันเทิงฮ่องกง ต่างหยิบเรื่องราวมาสร้างทั้งรูปแบบ ละคร และ ภาพยนตร์ ซึ่งบางเรื่องก็มีการอ้างอิงเรื่องจริงหรือแต่งเติมจินตนาการเพื่อความสนุกแก่ผู้ชม

แต่ถ้าจะพูดถึงหนังชุด อ.ยิปมัน ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็คือหนังชุดที่มี ดอนนี่ เยน หรือ เจิน จื่อตัน ที่ฉายครั้งแรกในปี 2008 ซึ่งนอกจากจะประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์แล้ว ทำให้ชื่อของ ดอนนี่ เยน กลายเป็นดาวบู๊ที่โด่งดังในไทย ก่อนจะมีภาคต่ออีก 3 ภาค โดยที่ ภาคที่4 กำลังจะเข้าฉายในปีนี้

ณ เมืองฝอซาน มณฑลกว้างตุ้ง เมืองที่มีสำนักกังฟูเกิดขึ้นมากมาย ขณะที่ ยิปมัน กลับเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่าย สมถะ แตกต่างจากครูฝึกคนอื่นๆ แม้ว่าเขาจะมีฝีมือในวิชาเพลงมวยหย่งชุนอันเก่งกาจ เขาอาศัยอยู่กับ อาเจิน ภรรยา และ อาชุน ลูกชาย (ชีวิตจริงเขาคือผู้สืบทอดวิชาเพลงมวยหย่งชุนต่อจากพ่อ) ทุกๆวันจะมีครูมวยมาขอคำแนะนำและจบลงที่ต้องประลอง ทำให้ภรรยาไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักในบางครั้ง

วันหนึ่ง นักเลงต่างถิ่นนามว่า จินไท่หยวนและพรรคพวกเดินทางมายังเมืองฝอซาน เพื่อประลองยุทธกับครูมวย ซึ่ง จินไท่หยวน สามารถล้มครูมวยเมืองฝอซานแทบทั้งเมือง แต่เมื่อมีคนหนึ่งบอกว่า พวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะและพิชิตเมืองนี้ ถ้าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะ ยิปมัน ได้ ทำให้ เขาและสมัครพรรคพวกบุกไปยังบ้านของยิปมัน โดยมีมหาชนเป็นสักขีพยาน

เมื่อมาถึงบ้าน เขาจึงแสดงความจำนงว่าอยากประมือกับยิปมันเพื่อเป็นเกียรติยศกับตัวเอง แต่ยิปมันบอกว่า ไม่จำเป็นต้องมาสู้กับเขา แต่ด้วยความห้าวเป้งของ จินไท่หยวน จึงดูถูกต่างๆนาๆ ทำให้อาเจิน ยอมให้ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ (ภรรยาสั่งลุย ฮ่า) ในที่สุด ทั้งสองก็ประลองยุทธกัน แม้ว่าจะทำข้าวของเสียหาย ก่อนที่ ยิปมันจะปิดเกมให้เร็วที่สุดและสามารถใช้วิชามวยหย่งชุน ที่หลายคนปรามาสว่าเป็นวิชามวยของอิสตรี เอาชนะ จินไท่หยวน ดับซ่าจนออกจากเมืองในที่สุด ชัยชนะของยิปมันทำให้ชื่อเสียงเมืองฝอซาน กลับมารุ่งเรื่อง และมีหลายคนที่อยากจะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของยิปมัน รวมถึง โจวชิงฉวน ที่อยากให้ลูกชายเป็นลูกศิษย์ แต่ยิปมันก็ยังคงเลือกที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนคนทั่วๆไป

วันหนึ่งเกิดเหตุสงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่สอง เมื่อเหล่ากองทัพญี่ปุ่นบุกเข้าโจมตีประเทศจีน ซึ่งเมืองฝอซานก็ถูกยึดทำให้หลายคนมีชีวิตยากลำบาก รวมถึงยิปมันกับครอบครัว แต่ก็ยังคงเคียงข้างไปด้วยกันอยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่ยิปมันทำงานอยู่ร่วมกับอดีตอาจารย์กังฟูคนอื่นๆ กองทัพญี่ปุ่นเดินทางมาที่นี่เพื่อนำสารจาก นายพลมิอูระ ที่ต้องการคนมีฝีมือในวิชากังฟู มาประลองแลกเปลี่ยนวิชา โดยไม่ว่าแพ้หรือชนะก็จะได้ข้าวสาร 1 ถุง เป็นรางวัล ซึ่งทำให้ อาจารย์เลี่ยว อดีตหนึ่งในครูมวยผู้เก่งกาจที่ล้มคนแล้วคนเล่า กลับถูก นายพลซาโต้ นายทหารคนสนิทของนายพลอิมูระยิงหลังพ่ายแพ้ในแบบการต่อสู่ สามรุมหนึ่ง ทำให้ยิปมันขอสู้เพื่อล้างแค้นในแบบ 10 ต่อ 1 ก่อนที่ยิปมันจะสยบทหารญี่ปุ่นได้

นายพลมิอูระชื่นชอบในฝีมือและอยากให้ยิปมันมาถ่ายทอดวิชาเพลงมวยให้กองทัพ แต่เขาปฏิเสธนั่นทำให้นายพลมูระทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ยิปมันมาสู้กับเขาให้ได้ ขณะเดียวกันยิปมันก็วางแผนกับครอบครัวว่าจะลี้ภัยไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่ฮ่องกง

อีกฟากหนึ่ง จินไท่หยวนและพรรคพวก ได้กลายเป็นโจรปล้นสะดมทำการปล้นและเรียกค่าคุ้มครอง ก่อนจะมาอาละวาดที่โรงงานของ โจวชิงฉวน ซึ่งเมื่อยิปมันได้มาถึง เขาขอให้ยิปมันช่วยฝึกมวยหย่งชุนไว้ใช้ยามป้องกันตัว ซึ่งยิปมันตัดสินใจช่วยเพื่อนและฝึกวิชามวยให้คนในโรงงานจนสามารถปราบเหล่ากองโจรได้สำเร็จ หลังจากนั้นเหล่ากองทัพญี่ปุ่นจึงบุกมายังโรงงานและจับ โจวชิงฉวน เป็นตัวประกัน ก่อนที่ยิปมันจะไปช่วยแต่ถูกกองทัพญี่ปุ่นจับได้ นายพลมิอุระ จึงยื่นข้อเสนอว่าถ้ายิปมันฝึกมวยให้กับคนญี่ปุ่นเขาจะไม่ทำร้ายตัวประกันทั้งหมด แต่ยิปมันยังยืนกรานว่าเขาจะไม่สอนวิชามวยให้ แต่จะขอสู้กับนายพลมิอูระแทน ท้ายสุดนายพลมิอุระจึงให้ทหารจับตัวไป ก่อนจะตกลง แต่จะเป็นการสู้ต่อหน้าคนนับหมื่นเพื่อเป็นประจักษ์พยานว่าวิชาวรยุทธของญี่ปุ่นเหนือกว่ามวยจีน

เมื่อถึงวันประลอง ยิปมันสามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีชาวจีนได้สำเร็จ เมื่อเอาชนะนายพลอิมามูระได้สำเร็จ แต่ก็ถูกนายพลซาโต้ยิงได้รับบาดเจ็บ จนเกิดจลาจล แต่ โจวชิงฉวน สามารถพายิปมันและครอบครัวหลบหนีออกจากเมืองฝอซานได้สำเร็จ

หลังจากหลบหนีจากเมืองฝอซานออกมาได้ ยิปมันได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับครอบครัวที่ฮ่องกง ในปี1950 โดยได้รับความช่วยเหลือจาก อาเกา บรรณาธิการหนังสือพิมพ์รุ่นน้อง ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน คอยเป็นธุระในเรื่องหาสถานที่เพื่อจะเปิดโรงเรียนฝึกมวยหย่งชุน หวังเป็นรายได้เพื่อจุนเจือครอบครัว แต่ในช่วงแรกยังไม่มีใครมาสมัครเรียน ทำให้ต้องใช้ชีวิตลำบาก จนกระทั่ง อาเหลิง เด็กหนุ่มเลือดร้อน ขอมาประลองวิชา ก่อนที่ยิปมันจะสอนประวัติศาสตร์มวยหย่งชุน จนอาเหลิง แพ้ราบก่อนจะเรียกพรรคพวกมาสู้กับยิปมันอีกครั้ง แล้วคราวนี้ยิปมันไม่ออมมือ ก่อนจะสอนบทเรียนให้พรรคพวกอาเหลิง ก่อนที่พวกเขาเลือมใสศรัทธาและขอฝากตัวเป็นศิษย์ และนับตั้งแต่นั้นมา ยิปมันก็มีลูกศิษย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพอมีรายได้จุนเจือครอบครัวในระดับหนึ่ง แล้วเขายังได้เจอ โจวชิงฉวน ที่บัดนี้กลายเป็นคนจรจัดและสติเลอะเลือน ซึ่งมาจากเหตุการณ์ที่เขากลับไปยังฝอซาน แต่ถูกทหารญี่ปุ่นยิงที่หัวนั่นเอง และเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าจากลูกชายของเขา ยิปมันจึงฝากให้ไปทำงานกับอาเกาที่กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์

วันหนึ่ง อาเหลิง ดันไปมีเรื่องกับลูกศิษย์ของอาจารย์หง เจ้าของ หมัดเพลงมวยหงกวน เดือดร้อนถึง ยิปมันต้องตามไปช่วยถึงตลาดปลา จนเกิดเรื่องราววุ่นวาย แล้วทำให้เขาได้เจอ จินไท่หยวน ที่บัดนี้กลายเป็นพ่อคน ก่อนที่อาจารย์หง จะเข้ามาดูเหตุการณ์ ก่อนจะบอกยิปมันว่า ถ้าจะตั้งสำนักมวยในฮ่องกงจะต้องได้รับการยอมรับจากครูมวยแห่งนี้ ด้วยการประลอง ก่อนที่จะถูกตำรวจจับแล้วได้รับการประกันตัว

ในวันถัดมา ยิปมันจึงไปยังโรงน้ำชาที่ซึ่งเป็นที่ชุมนุมครูมวยทั่วประเทศ โดยมีอาจารย์หงเป็นพี่ใหญ่ โดยกติกาคือ ยิปมัน ต้องสู้กับครูมวยคนไหนก็ได้ที่เสนอตัวท้าสู้ แล้วต้องชนะ ถ้าแพ้หรือตกจากโต๊ะก็จะแพ้ไป แต่ถ้าชนะก็จะได้รับการรับรองให้เปิดสำนักได้ ยิปมันต้องสู้กับครูมวยถึงสองคน ก่อนจะเอาชนะไปสบายๆ

จนเมื่อถึงคิวอาจารย์หง ทำให้การต่อสู้เต็มไปด้วยความดุเดือดชนิดไม่มีการอ่อนข้อ จนจบลงที่เสมอและให้ยิปมันเป็นสมาชิก และขอให้เก็บค่าคุ้มครอง แต่ยิปมันกลับไม่ยอมในข้อนี้ ขณะเดียวกันลูกศิษย์อาจารย์หง ไปหาเรื่องกับลูกศิษย์ของยิปมันจนทำให้ เขาต้องถูกไล่ที่ ก่อนจะไปเคลียร์ปัญหากับอาจารย์หงแบบรู้ผลกันไปข้างหนึ่ง ซึ่งอาจารย์หงเกือบทำร้ายลูกชายคนเล็ก ยิปมันช่วยไว้ได้ทันพอดี ก่อนที่จะแยกย้ายกลับบ้าน

ต่อมาอาจารย์หง ได้เจอยิปมันพร้อมกับส่งตั๋วรายการมวยสากลอาชีพ โดยมีทางอังกฤษเป็นเจ้าภาพในช่วงที่ฮ่องกงถูกปกครองโดยอังกฤษ และทำให้พวกเขากดขี่และดูถูกคนจีน วันนั้นมีแชมป์มวยสากลอาชีพ นาม ทวิสเตอร์ เขาขึ้นเวทีและเยาะเย้ย ก่อนจะทำร้ายลูกศิษย์อาจารย์หง พร้อมกับดูถูกมวยจีน  ยิปมัน ปรมาจารย์

ทำให้แต่ละสำนักของขึ้น จนเกิดวิวาทระหว่างเหล่าสำนักกับทีมงานของทวิสเตอร์ ทำให้อาจารย์หงตัดสินใจขอประมือกับทวิสเตอร์ เขาสู้จนพ่ายไปและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เพราะการเสียชีวิตของอาจารย์หง เท่ากับศักดิ์ศรีมวยจีนถูกทำลาย ยิปมันตัดสินใจบุกงานแถลงข่าว ก่อนจะขอท้าทวิสเตอร์สู้แบบตัวต่อตัว จนกลายเป็นข่าวดังข้ามคืน ขณะเดียวกันเหล่าตำรวจที่ถูกดขี่จากหัวหน้าตำรวจผู้ฉ้อฉล ก็ตัดสินใจบอกข้อมูลสำคัญให้ อาเกา ตีแผ่ความจริงที่กี่ยวข้องกับศึกมวยครั้งนี้

เมื่อวันประลองมาถึง ยิปมัน เกือบจะสิ้นท่า แต่ในยกที่สองก็สามารถแก้เกมได้ จนยกที่สาม เหล่ากรรมการเข้ามาตักเตือนว่าห้ามยิปมันใช้เท้าให้ใช้หมัดอย่างเดียว ซึ่งตอนนั้นยิปมันเกือบจะพ่ายแพ้ไปแล้วแต่เพราะเหตุการณ์อาจารย์หง ที่ทำให้ยิปมันลุกขึ้นแล้วสู้แบบไม่มีอะไรจะเสีย ก่อนจะใช้เพลงมวยสำเร็จโทษทำให้ทวิสเตอร์ไม่สามารถลุกขึ้นจนกรรมการนับ 10 ยิปมันสามารถกู้ชื่อเสียงให้กับมวยจีนได้อีกครั้ง

ใน End Credit หลังการประลองจบลง วันหนึ่งลูกชายของโจว์ชิงฉวน ได้พาคนๆหนึ่งมาให้ยิปมันได้รู้จัก เขาเป็นเด็กชายมาดกวน แล้วบอกว่าอยากเรียนวิชามวยหย่งชุนกับเขา และแนะนำตัวว่า “หลี่เสี่ยวหลง” หรือที่รู้จักในเวลาต่อมาในนาม “บรูซ ลี” นั่นเอง แต่ อ.ยิปไล่กลับบ้าน รอให้โตแล้วมาใหม่