Warfarin (วาฟาริน) ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือที่เรียกกันว่ายาละลายลิ่มเลือด ใช้เพื่อช่วยลดการแข็งตัวของเลือด

การใช้ยา Warfarin

Warfarin (วาฟาริน) คือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือที่เรียกกันว่ายาละลายลิ่มเลือด ใช้เพื่อช่วยลดการแข็งตัวของเลือด ใช้ในการรักษาและป้องกันเลือดอุดตันในเส้นเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง และยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหัวใจ หรืออาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น ๆ การใช้ยานี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

เกี่ยวกับยา Warfarin

กลุ่มยา ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
กลุ่มผู้ป่วย ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา
รูปแบบของยา ยาเม็ด ยาฉีด

คำเตือนเกี่ยวกับยา Warfarin

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาวาฟาริน หากมีภาวะเลือดออกผิดปกติ ความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือด มีเลือดผิดปกติออกมากับปัสสาวะหรืออุจจาระ มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร มีความดันโลหิตสูงมาก การติดเชื้อของเยื่อบุหัวใจ มีเลือดออกในสมอง เพิ่งได้รับการผ่าตัดหรือจะมีการผ่าตัดในไม่ช้า หรือจำเป็นต้องเจาะน้ำไขสันหลัง
  • ห้ามใช้ยาวาฟาริน หากคุณไม่สามารถใช้ยาได้ตรงตามเวลาในทุกวัน
  • ห้ามใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเท่านั้น
  • ยาวาฟานรินเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเลือดออกง่าย ซึ่งอาจมีอันตรายถึงชีวิต จำเป็นต้องได้รับการตรวจเลือดเพื่อตรวจกลไกการแข็งตัวของเลือดอย่างสม่ำเสมอ หากมีภาวะเลือดออกไม่หยุด ควรรีบติดต่อแพทย์หรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ร่วมไปถึงหากมีเลือดปนมากับปัสสาวะ ปัสสาวะสีดำหรือสีเลือด ไอเป็นเลือดหรืออาเจียนลักษณะคล้าย ๆ กับกากกาแฟ
  • มียาหลายชนิดเมื่อใช้ร่วมกับยาวาฟารินแล้วทำให้เกิดปัญหาผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยาที่ใช้ทั้งหมด
  • ยาวาฟารินมีผลทำให้มีเลือดออกได้ง่าย โดยเฉพาะหากมีประวัติทางการแพทย์ต่อไปนี้
    • มีปัญหาหรือความผิดปกติของภาวะเลือดออก
    • ความดันโลหิตสูงหรือ โรคหัวใจที่รุนแรง
    • โรคตับหรือโรคไต
    • มะเร็ง
    • เป็นโรคที่มีผลกระทบต่อหลอดเลือดในสมอง
    • มีประวัติเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้
    • มีการผ่าตัดหรือประสบเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ หรือได้รับการฉีดยาใด ๆ
    • มีอายุ 65 ปี หรือมากกว่า
    • มีความเจ็บป่วยที่รุนแรงหรืออ่อนเพลีย

ปริมาณการใช้ยา Warfarin

ความรู้สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน Warfarin

ยารับประทาน สำหรับรักษาและป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน

  • ผู้ใหญ่ ขนาดรับประทานเพื่อการรักษาเริ่มต้น: 5 มิลลิกรัมต่อวัน ป้องกันการแข็งตัวของเลือดเร่งด่วน เริ่มต้นใช้ 10 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 2 วัน และปรับปริมาณการใช้ยาเพิ่มตามแพทย์สั่ง
  • ผู้สูงอายุ ใช้ปริมาณยาเริ่มต้นระดับต่ำและใช้ปริมาณยาสำหรับการรักษา โดยปริมาณการใช้ยาจะขึ้นอยูกับดุลยพินิจของแพทย์

ยาฉีด สำหรับรักษาและป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน

  • ผู้ใหญ่ ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้า ๆ  ปริมาณเพื่อการรักษาเริ่มต้น 5 มิลลิกรัมต่อวัน ป้องกันการแข็งตัวของเลือดเร่งด่วน เริ่มต้นใช้ 10 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 2 วัน และปรับปริมาณการใช้ยาเพิ่มตามแพทย์สั่ง
  • ผู้สูงอายุ ใช้ปริมาณยาเริ่มต้นระดับต่ำ โดยปริมาณการใช้ยาจะขึ้นอยูกับดุลยพินิจของแพทย์

การใช้ยา Warfarin

สรรพคุณของยาวาฟาริน

  • ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดดำอุดตัน และโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
  • ใช้ในการป้องกันและรักษาภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากหัวใจเต้นสั่นพริ้ว (Atrial Fibrillation) หลังผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial Infarction) และโรคที่ป่วยจากลิ่มเลือดอุดตัน เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง การอุดกั้นของหลอดเลือดทั่วร่างกาย
  • ใช้ยาตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด แพทย์อาจเปลี่ยนแปลงปริมาณการใช้ยาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ห้ามใช้ยานี้ในปริมาณมากเกินไปหรือน้อยเกินไป หรือใช้เป็นเวลานานกว่าที่แพทย์แนะนำ
  • ใช้ยาวาฟารินในเวลาเดียวกันทุกวัน ห้ามเพิ่มปริมาณยาด้วยตัวเอง
  • ผู้ป่วยสามารถใช้ยาได้ทั้งพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้
  • ในระหว่างที่กำลังใช้ยา ผู้ป่วยต้องได้รับการวัดเวลาการแข็งตัวของเลือด (Prothrombin Time Test) หรือ INR เพื่อวัดว่าเลือดใช้เวลาเท่าใดในการแข็งตัว ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถพิจารณาปริมาณการใช้ยาให้กับคนไข้ได้อย่างเหมาะสม
  • เมื่อได้รับยาวาฟารินจากโรงพยาบาล ให้ติดต่อหรือไปพบแพทย์ภายหลังจากวันที่ได้รับยา 3-7 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้ป่วยต้องได้รับการวัดการแข็งตัวของเลือด INR ควรไปตามวันที่ได้นัดหมายไว้ เกณฑ์ค่า INR โดยประมาณคือ 2-3 แตกต่างกันตามโรคที่เป็น
  • แจ้งแพทย์ให้ทราบหากมีอาการท้องเสีย เป็นไข้ หนาวสั่น หรือมีอาการไข้หวัด หรือมีน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง
  • ผู้ป่วยที่ใช้ยาวาฟาริน อาจต้องหยุดใช้ยา 5-7 วัน ก่อนจะมีการผ่าตัดใด ๆ หรือเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม หรือจำเป็นต้องเจาะน้ำไขสันหลัง ต้องแจ้งแพทย์เพื่อขอคำแนะนำก่อนเสมอ
  • หากลืมใช้ยา ให้ใช้ยานี้ทันทีที่นึกขึ้นได้ หรือหากลืมใช้ยามาเป็นเวลานานและใกล้กับเวลาที่ต้องรับประทานถัดไปก็ให้ข้ามมื้อที่ลืมไป ห้ามใช้ยาเพิ่มเพื่อเป็นการทดแทนครั้งที่ขาดไป
  • ควรพกบัตรแจ้งเตือนทางการแพทย์หรือพกบัตรที่ระบุว่ามีการใช้ยาวาฟาริน เพราะแพทย์หรือผู้ดูแลทางการแพ้ต้องทราบว่าใช้ยานี้อยู่
  • ระวังการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของวิตามิน เค เช่น ผักใบเขียว (บร็อคโคลี่ ผักคะน้า ผักขม ชาเขียว) โดยรับประทานเพียงเล็กน้อยในปริมาณที่พอเหมาะทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายสามารถรักษาระดับของยาวาฟารินได้ดี
  • เก็บยานี้ไว้ที่อุณหภูมิห้อง เก็บให้ห่างจากความร้อน ความชื้นและแสงแดด

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Warfarin

ติดต่อเพื่อรับการช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างฉุกเฉิน หากพบว่ามีอาการแพ้ยา  บาคาร่าทดลอง  ได้แก่ ลมพิษ หายใจลำบาก หน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม หรือคอบวม หรือหากมีอาการต่อไปนี้

  • มีอาการปวด บวม ร้อน ๆ หนาว ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังหรืออวัยวะในร่างกายเปลี่ยนสี
  • มีอาการที่เกิดขึ้นเฉียบพลันหรือรุนแรง ได้แก่ เจ็บขาหรือเท้า มีแผลที่เท้า นิ้วเท้าหรือนิ้วมือเป็นสีม่วง
  • ปวดหัวเฉียบพลัน เวียนศีรษะหรืออ่อนเพลีย
  • เกิดรอยช้ำหรือมีเลือดออกได้ง่าย (เลือดกำเดาหรือเลือดออกที่เหงือก) หรือเกิดจุดสีแดงหรือสีม่วงใต้ผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระหรือปัสสาวะมีเลือดปน
  • มีเลือดออกไม่หยุดทั้งจากบาดแผลหรือจากการฉีดยา
  • ผิวซีด รู้สึกหวิวหรือหายใจถี่ หัวใจเต้นเร็ว และมีปัญหาในการทำสมาธิ
  • ปัสสาวะสีเข้ม ดีซ่าน
  • ปัสสาวะเพียงเล็กน้อยหรือปัสสาวะไม่ออก
  • มีอาการชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • มีอาการปวดท้อง หลังหรือสีข้าง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้ทั่วไป ได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องเล็กน้อย
  • ท้องอืด
  • การรับรู้รสชาติอาหารเปลี่ยนแปลง

อาจมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากนี้ หากผู้ป่วยพบว่ามีความผิดปกติหรือผลข้างเคียงใด ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและหาทางแก้ไขต่อไป

ยาที่ต้องระวัง เมื่อใช้ร่วมกับวาฟารินมีหลายอย่าง เช่น

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดอื่น ๆ เช่น แอสไพริน น้ำมันปลา
  • อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของวิตามิน เค
  • ยากล่อมประสาท ได้แก่ ยาไซตาโลแพรม (Citalopram) ยาดูล็อกซีทีน (Duloxetine) ฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) ยาฟลูวอกซามีน (Fluvoxamine) พาร็อกซีทีน (Paroxetine) ยาเซอร์ทราลีน (Sertraline) ยาเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)
  • ยารักษาโรคลมชัก ได้แก่ ยาคาร์บามาซีปีน (Carbamazepine) ฟีโนบาร์บิทัล (Phenobarbital) ยาเฟนิโทอิน (Phenytoin)
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) แครนเบอร์รี่ เอ็กไคนาเชีย กระเทียม แปะก๊วย โสม โกลเด้นซีล (Goldenseal)
  • ยาลดอาการปวด ยาลดไข้ เช่น ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) ซีลีค็อกซิป (Celecoxib)

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *