ห้องน้ำ ในบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และการออกแบบห้องน้ำที่กว้างก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน

ห้องน้ำ ในบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นห้องที่สมาชิกทุกคนในบ้านต้องเข้ามาใช้งานกันเป็นประจำ เพราะฉะนั้น “การออกแบบห้องน้ำ” ควรทำให้มีความสะดวกสบาย มีอนามัย และมีจำนวนเพียงพอต่อสมาชิกในบ้าน

ส่วนแห้งควรจะเป็นส่วนที่มีน้ำมาเกี่ยวข้องกับการใช้งานน้อย เช่น อ่างล้างหน้า โถปัสสาวะ หรือโถชักโครก ส่วนเปียกคือพื้นที่ที่ใช้อาบน้ำ ซึ่งจะโดนน้ำทั่วบริเวณเมื่อถูกใช้งาน ดังนั้นเราจึงควรแยกสองส่วนนี้ออกจากกันด้วยการออกแบบให้มีผนังกั้น โดยสามารถใช้ม่านกันน้ำ ฉากกันน้ำ หรือตู้อาบน้ำมาเป็นผนังกั้นก็ได้

นอกจากนี้ข้อดีของการแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียกออกจากกันคือ ลดปัญหาการใช้ห้องน้ำในเวลาเดียวกันสำหรับบ้านที่มีสมาชิกเยอะๆได้อีกด้วย เพราะสมาชิกในครอบครัวจะสามารถใช้ห้องน้ำพร้อมกันได้ 2 – 3 คน โดยแบ่งไปตามแต่ละส่วน

ตำแหน่งของห้องน้ำควรอยู่ฝั่งทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง เพราะจะทำให้พื้นแห้งง่ายและสร้างสุขอนามัยที่ดี

หน้าต่างก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะมีหน้าที่ช่วยระบายอากาศในห้องน้ำ ชนิดของหน้าต่างที่เหมาะกับห้องน้ำคือ หน้าต่างบานกระทุ้ง ซึ่งสามารถระบายอากาศได้ดี รวมถึงบานที่เปิดออกไปจะบังสายตาจากคนข้างนอก ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวเวลาใช้ห้องน้ำ

แต่ถ้าเป็นห้องน้ำที่ออกแบบไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก หรือเป็นส่วนที่ต่อเติมจากตัวบ้าน สามารถแก้ไขด้วยการติดพัดลมดูดอากาศเพื่อช่วยระบายอากาศได้เช่นกัน พัดลมดูดอากาศมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ พัดลมดูดอากาศแบบติดผนัง และพัดลมดูดอากาศแบบติดบนเพดานของห้องน้ำ โดยจะต้องเลือกพัดลมที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดของห้องน้ำด้วย

หลักการออกแบบห้องน้ำที่ดีภายในบ้านต้องเป็นยังไงบ้าง ?

สำหรับคนที่กำลังรู้สึกว่าห้องน้ำที่บ้านทำไมรู้สึกใช้งานยากและรู้สึกชวนให้ไม่อยากใช้งานเป็นเวลานานๆ คุณอาจจะสงสัยว่าห้องน้ำที่ บ้านออกแบบมาถูกต้องตามหลัก แล้วหรือยังหรือควรปรับปรุงแก้ไขอะไรเพิ่มเติมบ้าง เรามีหลักการออกแบบห้องน้ำเบื้องต้นมาฝากกันสำหรับคนที่กำลังจะสร้างหรือปรับปรุงห้องน้ำที่บ้านให้ดีขึ้น มีอะไรที่ต้องรู้บ้างลองมาดูกัน

หลักการเลือกวัสดุภายในห้องน้ำ

1. เลือกกระเบื้องให้ถูก

พื้นห้องน้ำ ควรเลือกใช้กระเบื้องที่ผิวไม่มันวาว ไม่ลื่น เพื่อป้องกันการลื่นล้ม ส่วนผนังห้องน้ำสามารถเลือกแบบที่มันวาวได้เพื่อความสวยงาม ทั้งนี้ถ้าห้องน้ำมีขนาดเล็ก ลองเลือกสีกระเบื้องสีขาวหรือสีโทนสว่างจะช่วยทำให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้น

2. แยกส่วนแห้งส่วนเปียก

ห้องน้ำควรแยกส่วนแห้งกับส่วนเปียก ส่วนแห้งเป็นส่วนที่มีน้ำเลอะเทอะพื้นน้อย ได้แก่ ส่วนอ่างล้างหน้า โถปัสสาวะ โถชักโครก ส่วนเปียกเป็นส่วนที่มีน้ำเปียกพื้นมาก ได้แก่ส่วนอาบน้ำ ทั้งนี้ควรแยกสองพื้นที่ออกจากกันด้วยการกั้นผนังหรือใช้ม่านห้องน้ำ แต่ถ้าจะให้ดีทำเป็นห้องอาบน้ำหรือฉากกั้นไปเลยก็จะช่วยกันน้ำได้ดีมากขึ้น ส่วนพื้นห้องน้ำเองก็ควรมีการลดระดับให้ต่ำกว่าพื้นส่วนแห้งด้วยเช่นกัน

ถ้าเป็นคนที่เข้าห้องน้ำนาน อาจจัดให้มีมุมชั้นวางหนังสือเล็กๆไว้ในส่วนแห้งสำหรับใช้อ่านเวลานั่งโถชักโครก หรือคนที่ชอบฟังเพลงและอาบน้ำนานก็จัดให้มีชั้นวางลำโพงในโซนเปียก ซึ่งปัจจุบันลำโพงบางรุ่นก็มีระบบกันน้ำทำให้สามารถโดนน้ำได้

3. ห้องน้ำต้องโดนแดด

ห้องน้ำควรอยู่ในจุดที่แสงแดดเข้าถึงโดยเฉพาะส่วนเปียก ห้องน้ำจะได้ไม่อับและไม่มีเชื้อราขึ้น พื้นจะได้แห้งและใช้งานได้ง่ายขึ้นด้วย โดยแนะนำให้วางผังห้องน้ำให้อยู่ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ของบ้านซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แดดลงในช่วงบ่าย

4. ระบายอากาศด้วยหน้าต่าง

ห้องน้ำควรมีหน้าต่างในห้องน้ำไว้ระบายอากาศ โดยแนะนำให้ใช้หน้าต่างบานกระทุ้งซึ่งระบายอากาศได้ดีและสามารถบังสายตาจากภายนอกได้ แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนมากขึ้นลองเลือกใช้หน้าต่างบานเกล็ดซ้อน ซึ่งจะช่วยบังสายตาจากภายนอกได้ดีกว่า นอกจากนี้หากมีช่องแสงอื่นๆที่มองเห็นจากภายนอกได้ควรเลือกใช้เป็นกระจกแบบขุ่นเพื่อความเป็นส่วนตัว

ถ้าเป็นห้องน้ำเก่าที่ไม่มีหน้าต่างในห้องน้ำ สามารถติดตั้งพัดลมระบายอากาศภายในห้องน้ำได้ ซึ่งมีทั้งแบบติดตั้งกับผนังและบนฝ้าเพดาน จะช่วยระบายอากาศได้ดี แต่ตอนซื้อต้องเลือกขนาดพัดลมให้สอดคล้องกับขนาดของห้องน้ำด้วย

5. วางสุขภัณฑ์ให้ถูกที่

การวางสุขภัณฑ์ควรเรียงลำดับการวางสุขภัณฑ์จากการใช้งานไล่ตั้งแต่โซนแห้งไปโซนเปียก คือควรวางอ่างล้างมือให้อยู่ใกล้กับประตูมากที่สุด แล้วถัดไปจึงเป็นโถปัสสาวะและโถชักโครก แล้วจึงเป็นส่วนอาบน้ำหรืออ่างน้ำ

ส่วนตำแหน่งการจัดวางสุขภัณฑ์ ต้องดูระยะห่างรอบด้านของสุขภัณฑ์ว่าใช้งานได้ ไม่อึดอัด สามารถหยิบจับกระดาษชำระและสายฉีดชำระได้สะดวก ทั้งนี้ถ้าห้องน้ำมีขนาดเล็ก อย่าวางโถปัสสาวะและโถชักโครกไว้ตรงข้ามกัน เพราะจะทำให้ตอนนั่งโถชักโครกต้องนั่งมองโถปัสสาวะซึ่งดูไม่ดี ควรวางไว้ห่างกันหรือวางให้เยื้องกัน อีกเรื่องคือตำแหน่งความสูงของอุปกรณ์ต่างๆ ต้องถูกสัดส่วน ลองกะเองจากสายตาและการใช้งานดูก่อน หรือจะลองศึกษาจากคู่มือผลิตภัณฑ์ก็ได้

จัดการ ห้องน้ำ เล็กให้อยู่หมัด กว้างขึ้น
จัดการห้องน้ำเล็กให้อยู่หมัด กว้างขึ้น

6. อย่าเลือกแค่ดีไซน์สวย

การเลือกสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะเลือกแค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ยิ่งเป็นดีไซน์แปลกๆอาจจะใช้งานจริงได้ยาก เช่น อ่างล้างมือควรมีพื้นที่สำหรับก้มไปล้างหน้าได้ ก็อกน้ำเปิดน้ำแรงๆแล้วน้ำไม่กระเด็นออกจากอ่างและควรมีรูน้ำล้น หรืออย่างโถปัสสาวะที่ยาวถึงพื้นก็ไม่เหมาะใช้สำหรับบ้านพักอาศัยควรเลือกใช้แบบลอยตัวมากกว่า นอกจากนี้ควรเลือกสุขภัณฑ์ที่ประหยัดน้ำจะได้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านได้มากและยังดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

7 . ระวังเรื่องไฟฟ้า

แม้ว่าเราจะรู้กันดีว่าไฟฟ้ากับน้ำนั้นไม่ถูกกัน แต่สำหรับบางกิจกรรม เช่น การใช้ที่เป่าผมหรือเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าที่บางบ้านก็ทำธุระในห้องน้ำเลย ดังนั้นอาจติดตั้งปลั๊กไฟไว้ในส่วนแห้งและติดตั้งไว้สูงพอที่น้ำจะกระเด็นไปถึงได้ยากหรือควรมีหน้ากากกันน้ำครอบปลั๊กไฟอีกทีเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้สำหรับคนที่ต้องแต่งหน้าในห้องน้ำ ลองเพิ่มแสงไฟสีขาวบริเวณหน้ากระจกจะช่วยให้แสงจริงที่ไม่หลอกตา

การตกแต่งห้องน้ำเล็ก ห้องน้ำแคบ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะไม่ว่าเอาอะไรมาวางก็ยิ่งทำให้ห้องน้ำดูแคบลงไปทุกที แล้วแบบนี้จะแต่งห้องน้ำยังไงให้ไม่ดูไม่อึดอัด หรือแต่งแล้วกว้างกว่าที่ตาเห็น มีไอเดียที่บอกเลยว่าทำง่ายกว่าที่คิด เพื่อเราเลือกใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ห้องน้ำที่อยากแต่งตามสไตล์ต่างๆ ที่เราชอบก็สามารถทำได้หมด

1. ตกแต่งห้องน้ำด้วยโทนสีอ่อนหรือสีสว่าง
การตกแต่งห้องน้ำด้วยการใช้โทนสีอ่อนหรือโทนสีสว่าง เช่น สีขาว สีครีม สีเทาอ่อน สีเขียวอ่อน หรือสีฟ้าอ่อนเป็นต้น จะช่วยทำให้บรรยากาศห้องน้ำไม่อึดอัด สบายตา และดูกว้างขึ้นกว่าขนาดห้องน้ำจริง แต่ใครที่รู้สึกว่าการใช้โทนสีอ่อนจะทำให้ดูน่าเบื่อหรือสีจืดเกินไป แนะนำให้เติมสีที่ตัดกันได้เป็นไฮไลท์ของห้องน้ำ เช่นผนังห้องน้ำสีขาว ตัดเส้นด้วยสีดำหรือสีส้มสุดแซ่บ เป็นต้น หรืออาจจะนำพวกของตกแต่งสีอื่นๆ มาวางในห้องน้ำก็ได้

2. ใช้ของตกแต่งห้องน้ำที่ดูเรียบง่าย
นอกจากจะตกแต่งห้องน้ำด้วยโทนสีสว่างแล้ว การเลือกของตกแต่งหรือเครื่องสุขภัณฑ์ที่มีลวดลายเรียบง่าย หรือไม่มีลวดลายซับซ้อน ก็จะยิ่งทำให้ห้องน้ำดูกว้างมากขึ้น และจะดียิ่งขึ้นถ้ามีของตกแต่งน้อยชิ้น เนื่องจากหากเราเห็นของแน่นๆ เต็มห้องน้ำ ต่อให้ห้องน้ำใหญ่ขนาดไหนก็ดูแน่นได้ เช่นเดียวกับการที่เลือกของตกแต่งห้องน้ำที่มีลวดลายเยอะๆ อาจจะทำให้เราไม่สบายตา ลายตา และรู้สึกอึดอัดได้

นอกจากนี้อีกหนึ่งวิธีในการตกแต่งห้องน้ำให้ดูโล่งขึ้นคือการเลือกติดตั้งสุขภัณฑ์แบบลอย เช่น อ่างล้างหน้าแบบลอย เพื่อให้เรารู้สึกว่ามีพื้นที่เหลือ หรือพื้นที่โล่งขึ้น แถมยังทำให้พื้นที่โล่งนั้นสามารถวางของได้อีกด้วย

3. เลือกใช้ของตกแต่งและอุปกรณ์ในห้องน้ำเท่าที่จำเป็น
อย่างที่บอกไป ว่ายิ่งมีของเยอะ ยิ่งทำให้ห้องน้ำดูแคบ ฉะนั้นเราควรเลือกแค่ของใช้ ของตกแต่ง หรืออุปกรณ์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้ห้องน้ำดูโล่ง โปร่ง สบาย เมื่อใช้ห้องน้ำจะได้รู้สึกว่าห้องน้ำไม่แคบ

4. ที่ชั้นวางของแนวตั้ง
เมื่อห้องน้ำแคบหรือเล็ก เราควรจะตกแต่งห้องน้ำด้วยชั้นวางของหรือชั้นเก็บของเป็นแนวตั้งขึ้นไปแทน เพื่อประหยัดพื้นที่เก็บของในแนวสูงหรือแนวตั้งแทน แต่ต้องสูงในระดับที่เราเอื้อมมือถึงด้วย ไม่เช่นนั้นจะใช้งานยากจนเกินไป ซึ่งที่เก็บของแนวสูงนั้นมีทั้งตั้งหรือติดผนัง ให้เลือกตามความเหมาะสม ความปลอดภัย และการใช้งานของเรา

นอกจากนี้ควรเลือกอุปกรณ์หรือของตกแต่งในรูปแบบของมัลติฟังก์ชัน เพื่อให้เราสามารถประหยัดพื้นที่ ซื้ออย่างเดียว แต่ใช้ได้หลายอย่าง เช่น อ่างล้างหน้า แต่ข้างล่างเป็นที่เก็บของด้วย

5. วางสุขภัณฑ์แบบเข้ามุม
ห้องน้ำแคบหรือห้องน้ำเล็กๆ การเลือกวางสุขภัณฑ์เข้าตามมุมต่างๆ จะทำให้เป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และยังทำให้ห้องน้ำดูกว้างกว่าที่เป็นจริงด้วย เพราะเราจะมีพื้นที่ต้องกลางห้องน้ำในการใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น หากเราวางเครื่องสุขภัณฑ์ตรงกลางอาจทำให้พื้นที่รอบๆ เครื่องสุขภัณฑ์ใช้งานประโยชน์อื่นๆ ได้ยากมากจนเกินไป และเสียพื้นที่โดยไม่จำเป็น ที่สำคัญทำให้ห้องดูแคบลงด้วย

6. ติดตั้งราวแขวนที่ประตู
อีกหนึ่งวิธีพรางตา หรือใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุดในการตกแต่งห้องน้ำ ออกแบบบ้าน  คือการติดตั้งราวแขวนบนประตูห้องน้ำ เช่น ราวแขวนผ้าเช็ดตัว เพื่อให้ใช้พื้นที่ในส่วนประตูห้องน้ำอย่างคุ้มค่ามากที่สุดนั่นเอง

7. เลือกใช้ตู้อาบน้ำหรือม่านอาบน้ำแบบกระจกใส ๆ
ใครที่ห้องน้ำเล็กแล้วต้องการแยกโซนเปียกและโซนแห้ง แนะนำว่าให้เลือกตู้อาบน้ำที่เป็นกระจกใส ๆ ไม่ควรเป็นสีทึบ เพราะจะทำให้รู้สึกว่าอึดอัด และพื้นที่ที่แคบอยู่แล้วจะดูแคบมากลงไปอีก แต่หากเราเลือกแบบกระจกใสก็จะยังทำให้พื้นที่ห้องน้ำนั้นยังมีเท่าเดิมไม่แคบหรือกว้าง นอกจากนี้ใครที่จะเลือกใช้ม่านอาบน้ำก็เช่นเดียวกัน ควรจะเลือกเป็นสีใสๆ เพื่อให้ห้องน้ำดูแคบ เช่นเดียวกับการเลือกตู้อาบน้ำ

8. ติดไฟให้สาดแสงไปที่กระจกเงา
เทคนิคการตกแต่งห้องน้ำเล็กๆ ด้วยแสงไฟนั้น คืออีกเทคนิคหนึ่งที่ใช้ได้ผลดี โดยหากเราติดไฟให้สาดแสงไปที่ด้านบนของกระจกเงา จะช่วยให้การกระจายแสงในห้องน้ำดีมากขึ้น ทำให้ห้องน้ำดูสว่าง กว้าง และมีมิติขึ้นด้วย

9. ใช้กระจกเงาบานใหญ่ช่วยขยายพื้นที่
อีกหนึ่งเทคนิคการตกแต่งห้องน้ำให้ดูกว้างที่คนนิยมใช้กันก็คือ การใช้กระจกเงาบานใหญ่มาติดที่ผนัง เพื่อขนาดพื้นที่ ห้องน้ำ ให้ดูกว้างแบบคูณสอง เพราะกระจกจะสะท้อนกลับทำให้ดูมีพื้นที่กว้างมากขึ้น แถมยังสามารถใช้ประโยชน์ในการเช็คความเรียบร้อยหรือแต่งตัวให้เราได้อีกด้วย สำหรับตำแหน่งที่ควรจะติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่ก็คือตำแหน่งเหนืออ่างล้างหน้า-ล้างมือขึ้นไปจนถึงเพดาน เพราะไม่ให้สะท้อนตัวเราทั้งตัวและไม่เลอะให้ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ จนเกินไป

นอกจากติดกระจกเงาที่ผนังห้องน้ำแล้ว การติดกระจกบานใหญ่บนเพดานก็คืออีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ เพื่อให้ห้องดูโล่ง โปร่งมากขึ้นในแนวสูง

10. เลือกใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ๆ หรือมีลวดลายน้อย
หากห้องน้ำใครที่จะติดผนังและพื้นกระเบื้อง ควรเลือกกระเบื้องแผ่นใหญ่ๆ ไม่มีลวดลาย หรือลายน้อยๆ บางตา เพื่อให้ห้องน้ำดูกว้างกว่าขนาดที่เป็นจริง ทำให้เวลาใช้ห้องน้ำไม่รู้สึกอึดอัดเท่ากันเลือกกระเบื้องแผ่นเล็กๆ มาปูกระเบื้อง

11. ออกแบบห้องน้ำให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ใครที่ยังอยู่ในขั้นวางแผนออกแบบห้องน้ำกันอยู่ แล้วรู้ว่าพื้นที่ในการสร้างห้องน้ำนั้นน้อยมากๆ ขอแนะนำให้ออกแบบห้องน้ำให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะจะทำให้ตกแต่งห้องน้ำได้ง่ายและดูกว้างกว่ารูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส

สำหรับบ้านที่มีพื้นที่น้อย มักจะมีพื้นที่ใช้สอยในห้องน้ำคับแคบตามไปด้วย ซึ่งอาจทำให้การใช้งานดูอึดอัดและไม่สะดวกสบายเท่าที่ควรจะเป็น ถึงแม้ว่าห้องน้ำในบ้านของเราจะมีพื้นที่เพียงน้อยนิด แต่ก็ยังมีวิธีที่จะทำให้ห้องน้ำดูกว้างโปร่ง สะดวกสบาย และน่าใช้งาน โดยที่ไม่ต้องรื้อโครงสร้างบ้านหรือซื้อบ้านหลังใหม่

วันนี้ในบ้านจะพาไปชมเคล็ดลับในการ “ขยายห้องน้ำให้ดูกว้างยิ่งขึ้น” โดยจะเป็นการเพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างเข้าไปเพื่อสร้างบรรยากาศที่กว้างโปร่งและสะดวกสบให้กับห้องน้ำในบ้าน จะมีอะไรบ้างนั้น

หยุดพฤติกรรมเสี่ยง

นอกจาก การรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์เพื่อให้ทารกมี พัฒนาการ ที่เหมาะสมแล้ว คุณแม่ควรงดหรือปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่างที่เป็นอันตรายกับ ทารกในครรภ์ เช่นการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

เพราะอาจทำให้ทารกพิการหรือเสียชีวิตในครรภ์ได้ นอกจากนี้คุณแม่ควรนอนหลับให้เพียงพอเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและบรรเทาอาการอ่อนเพลีย

เทคนิคการออกแบบบ้าน การเขียนแบบอาคาร

ความชอบและความต้องการต้องมาพร้อมกับความเป็นไปได้มากที่สุด การออกแบบบ้าน นอกเหนือจากความชอบและความต้องการต่าง ๆ แล้วยังต้องควบคู่ไปกับความเป็นไปได้ให้มากที่สุด เพราะเนื้อที่ของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ทำเลแตกต่างกัน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ใน การเขียนแบบอาคาร สำนักงาน บ้านจึงต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้มากที่สุดโดยอยู่ในขอบเขตการ Research Stage

ออกแบบบ้าน

ไอเดียกั้นห้อง ช่วยแบ่งพื้นที่ในบ้านให้เป็นสัดส่วน

กั้นห้องด้วย บานเลื่อนกระจก

การมีบ้านสักหลัง ใครๆ ก็อยากให้บ้าน มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางพอ ที่จะแบ่งสัดส่วนเป็นห้องต่างๆ หรือ นำมาใช้ประโยชน์ตามที่เห็นว่าเหมาะสม แต่การจะแบ่งสัดส่วนห้องใหม่ หรือคิดจะกั้นห้อง บางทีมันก็ต้องใช้งบประมาณสร้างใหม่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งหากคิดไม่รอบคอบ อาจจะต้องมานั่งรื้อใหม่ทีหลัง หากต้องการเปลี่ยนแปลง ทำให้เสียเงิน เสียเวลา และมีโอกาสทำให้พื้นที่บ้านเปลี่ยนไปไม่สวยงาม ซึ่งถ้าเราอยากจะลองกั้นห้องใหม่ แบบไม่ต้องเสียเวลามาก และประหยัด ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เช่นกัน เราจะแบ่งปันไอเดียกั้นห้องแบบประหยัด โดยแบ่งสัดส่วน จากพื้นที่โถงบ้านชั้นล่าง และพื้นที่โถงบันไดชั้นบน ว่าสามารถกั้นห้องแบบประหยัดแบบไหนได้บ้าง มาดูกัน

การกั้นโดยใช้บานเลื่อนกระจก เหมาะกับพื้นที่โถงชั้นล่างมาก และเหมาะกับการกั้นระหว่างห้องครัว กับห้องนั่งเล่น เพื่อลดเสียงและกลิ่นได้ดี เลือกสักมุมของพื้นที่ ให้เป็นห้องครัว แล้วติดตั้งบานเลื่อนกระจกให้กั้นระหว่างห้องอย่างชัดเจน จะเลือกสีขุ่น หรือสีใสที่มองเห็นโปร่งก็ได้ แต่หากใครอยากกั้นแบบปิดทึบแยกไปเลย ก็เป็นบานเลื่อนแบบบานทึบ ที่ทำจากไม้ ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน หรือถ้าต้องการแบ่งเส้นกั้นเพียงบางส่วน ที่ยังมองเห็นห้องครัวได้ ก็อาจจะใช้ระแนงไม้ ที่ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ มากั้นให้เป็นสไตล์ Loft ก็เก๋ไปอีกแบบ ช่วยประหยัดงบด้วย สถาปนิก

ออกแบบบ้านฟรี ด้วยตัวเอง

กระแส การออกแบบตกแต่ง บ้านด้วยตัวเองในปัจจุบันเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการนำบ้านเก่ามารีโนเวทด้วยไอเดียของตัวเองหรือจะเป็นการตกแต่งภายในคอนโดและบ้านมือหนึ่งจากการผสมเล็กผสมน้อยทางความคิด ก็มีให้เห็นกันบ่อยๆแล้ว ซึ่งก็มีทั้งคนที่วางแผนการตกแต่งอย่างถี่ถ้วนและคนที่ลงมือทำกันทันทีไปเลย

โดยสำหรับคนที่อาจจะยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองสักเท่าไร อีกทั้งอาจจะยังคิดว่าการออกแบบตกแต่งบ้านหรือคอนโดด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องยากและไกลตัว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสถาปนิกหรือมัณฑนากรไปซะดีกว่า ในวันนี้ TerraBKK มีโปรแกรมและเว็บไซต์ออกแบบตกแต่งบ้านด้วยตนเองที่ง่ายและสะดวกมากๆ มาฝากแฟนๆ TerraBKK กัน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถสร้างบ้านในฝันได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่หากอยากจ้างสถาปนิกหรือผู้รับเหมา ก็จะสามารถบอกความต้องการของตัวเองได้อย่างเข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมีทั้งแบบโหลดไปเก็บไว้ใช้เองในสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์และใช้งานผ่านเว็บไซต์ 1. Planner 5D เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการออกแบบฟรีทั้งผ่านเว็บไซต์ www.planner5d.com และสามารถโหลดเก็บเอาไปเล่นในสมาร์ทโฟน (ทั้งระบบ androis และ ios) และคอมพิวเตอร์ (windows) ซึ่งตัวโปรแกรมนี้ออกแบบให้ใช้เข้าใจง่ายมากๆ สามารถออกแบบเองตั้งแต่การวางแปลนบ้าน วางประตูหน้าต่าง ไปจนถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และที่พิเศษคือสามารถ render แปลนที่เราทำออกมาให้สมจริงมากขึ้นอีกด้วย แต่ Planner 5D นี้ก็มีข้อจำกัดนิดหน่อย ที่ต้อง in-apps purchase หรือมีบางส่วนที่ต้องเสียเงินเพื่อเพิ่มเครื่องมือภายในเว็บไซต์ เช่น เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องมือตกแต่งบางตัว แต่โดยรวมแล้วการใช้งานโดยไม่เสียเงิน ก็สามารถร่างเค้าโครงบ้านได้ชัดเจนมากพอ ถือว่าครบเครื่องพอสมควร

สถาปนิก

การออกแบบบ้าน ให้มีมิติและมีความสวยงาม

การออกแบบ คือกระบวนการสร้างสรรค์ประเภทหนึ่งของมนุษย์มีความสวยงามโดดเด่นโดยใช้องค์ประกอบของทฤษฏีต่างๆและใช้วัสดุนานาชนิดเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสนองความต้องการในการดำรงชีวิตประจำวันให้มีความสะดวกสบายขึ้นหรือเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทางกายภาพ หรือเพื่อพัฒนาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้มีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเดิม

ออกแบบบ้านง่ายๆ

ออกแบบบ้าน หมายถึงการรู้จักวางแผนเป็นขั้นตอน และรู้จักเลือกใช้วัสดุ และวิธีการทำให้สอดคล้องกับลักษณะรูปแบบและคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิด ตามความคิดสร้างสรรค์
การออกแบบ หมายถึง การปรับปรุงผลงาน หรือสิ่งต่างๆที่มีอยู่แล้วให้เหมาะสม มีความแปลกใหม่เพิ่มขึ้น เช่น เก้าอี้นั่งที่ใช้มานานๆเราสามารถปรับปรุง ให้เป็นรูปแบบใหม่ สวยงาม แปลกกว่าเดิมแต่ยังคงความสะดวกสบายในการใช้งาน เหมือนได้เดิมหรือดีกว่าเดิม เป็นต้น
การออกแบบ หมายถึงการรวบรวมหรือการจัดองค์ประกอบทั้งที่เป็น 2 มิติและ3มิติเข้าด้วยกันอย่างมีหลักเกณฑ์โดยนำองค์ประกอบของการออกแบบมาคิดรวมกันและคำนึงถึง ประโยชน์ใช้สอย ความงามอันเป็นคุณลักษณะสำคัญของการออกแบบการออกแบบเป็นศิลปะของมนุษย์ เกิดจากการสร้างค่านิยมทางความงามและสนองคุณประโยชน์ทางกายภาพให้แก่มนุษย์

รับออกแบบบ้าน

 

The Artistic House

The Artistic House

The house, which covers an area of ​​320 square meters, was built as a single level on a 6-acre estate. This house belongs to a married couple, the wife is an artist  It was built right next to the old family home on the same estate, as a frequent hosting space for family members – their children and grandchildren. The couple went as far as planning a well-equipped master bedroom for the grandchildren, so that they would be able to stay over in maximum comfort.

I’ve never seen a pop culture phenomenon end as perfectly as Avengers: Endgame. As a bookend to 11 years of superhero movies, I’m not sure if it could have been done better. For me it brings to mind the final episode of The Wire or Return of the King. There’s just so much emotional payoff I was literally spent after watching it.

When the credits ran I sank back in my chair in complete awe of what I’d just experienced. Hours later, I’m still reeling. Everything works here. The cameos, the humor, the battles, the story. I cannot wait to watch it again.

Best moment: I won’t spoil it here, of course, but the best moment in this film is something I’d been waiting to see since these movies started to connect. It’s such a glorious moment of pure comic book fan bliss. Problem is, there are at least five of these moments in this film, so good luck guessing which it is.

สถาปนิก

 

Best Home Inspector Training Programs

New Home Designs To Build In Melbourne

Home inspection training programs vary by state requirements but generally include both educational materials and field training to become a home inspector. They may include residential and commercial real estate inspector training or just residential training.

These programs generally train inspectors on how to generate comprehensive inspection reports, use home inspection software, and properly inspect the systems of a home. Continue reading to learn about what home inspector programs offer and which one is right for you.

material online or in a classroom and some type of field study. They’re designed to train a home inspector on what to look for during an inspection, how to interact with the homeowner, properly write an inspection report, and use home inspection software.

Who Should Attend a Home Inspector Training Program?

A home inspector training program would be beneficial for:

  • An aspiring home inspector
  • A home inspector who moved states and needs to be certified in their new state
  • A home inspector who needs to complete required continuing education hours
  • A real estate professional who wants to learn more about the home inspection process

How Long Does It Take to Become a Home Inspector?

The time it takes to become a home inspector usually ranges

ออกแบบบ้าน

This Turn-of-the-Century Minneapolis Craftsman Features Rooms

pThe citrus wallpaper and yellow Georm

Homeowners Adam and Beth, along with their two elementary-school-age sons, were recent transplants from the Bay Area when they bought this 1906-built Craftsman in Minneapolis. It checked all the boxes: historic and charming, yet updated. “We’re not the DIY type who can take on bringing a 100-year-old house up to modern expectations,” says Adam.

While there was no need to renovate, Homeowners Adam and Beth wanted assistance designing thoughtful, functional common rooms that everyone in the family could enjoy. They also needed to fill out their furnishings, which now felt sparse compared to when they lived in an economic California space. “Our home is a blend of 1906 Craftsman architecture and a modern extension. We wanted to integrate the two styles into a cohesive balance,” says Adam. “Yet we didn’t want to get trapped with a period look, either stuck in the past or too much of today’s fashion.”

ออกแบบบ้าน

3 Soft Skills Essential to Engineering Design

Image of two engineers talking illustrates

Engineering design is more than hard skills. This is a demanding field, and success requires a strong balance of technical know-how and interpersonal skills. That’s why today we bring you three soft skills essential to engineering design and how to hone them.

What Are Soft Skills?
Before we take a look at the soft skills essential to engineering design, let’s define soft skills.

Soft skills are interpersonal attributes and behaviors that help build relationships, solve problems, and communicate effectively.

By contrast, hard skills are technical abilities and knowledge that are indispensable to tackle a task. Some examples of hard skills include degrees, computer skills, and design skills.

While hard skills are particularly important in engineering design, success in this field can only be obtained by balancing both types of skills.

3 Soft Skills Essential to Engineering Design
Communication
Even the most brilliant hard skills are of little use if a design engineer can’t communicate their findings, or ask for what they need to achieve the results expected of them. Especially when dealing with clients, misunderstandings can occur easily, leading to delays, reworks, and cost overruns. Some steps that design engineers can take to hone their communication skills include:

Focus on active listening
Pay attention to body language
When writing, proofread and reread your messages
Make it a point to ask questions to ensure that you understood what the other person is trying to say
Curiosity
If you are a design engineer or aspire to become one, chances are that you grew up taking machines apart to understand how they work. This is a common manifestation of curiosity, another soft skill essential to succeed in the world of engineering design. While you may be naturally curious about machines and mechanisms, it’s important to broaden the scope of your curiosity. These are some ideas to help you do just that:

Listen non-judgmentally
Ask questions
Read about a wide variety of topics
Exchange ideas with people from different backgrounds than yours
Leadership
Leadership skills are essential if you aspire to reach an executive position. A great leader knows how to motivate, guide, and support their team. And while these abilities may appear closer to psychology than to engineering, there are things you can do to improve your leadership skills as a design engineer:

Listen effectively
Cultivate critical thinking
Seek advice from other leaders
Take a leadership course

สถาปนิก