การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ กระตุ้นให้เกิดผมหงอก ก่อนวัยได้เช่นกัน เพราะบุหรี่อาจทำให้ หลอดเลือดตีบ และส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปยังต่อมรากผมได้น้อยลงจนทำให้ผมร่วงและไม่แข็งแรง นอกจากนี้สารเคมีในบุหรี่อาจส่งผลเสียต่อกระบวนการการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งต่อมรากผม จึงอาจทำให้เกิดผมหงอกก่อนวัยได้

ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดปัญหาผมหงอกก่อนอายุ 30 ปีมากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบถึง 2.5 เท่า แต่ข้อมูลดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสรุปผลได้ จึงต้องการผลการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคตเกี่ยวกับอิทธิพลของการสูบบุหรี่ต่อการเกิดผมหงอกก่อนวัย

สิ้วเสี้ยน รักษาอย่างไรให้ได้ผล

ในบางกรณี สิวเสี้ยน ไม่จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ เพราะรักษาให้หายเองได้  เช่น เกิดจากเครื่องสำอาง การอุดตันของขน รักษาได้ด้วย การถอนขนอ่อน เหล่านั้นออก หรือใช้ที่ปิด รักษาสิวอุดตัน ก็ช่วยได้ แต่ทั้งนี้ในระหว่างการรักษาจะต้องดูแลรักษาความสะอาดผิวหนังบริเวณที่เกิดสิวให้สะอาดมากเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ โดยควรดูแลตัวเองดังนี้

  • เลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน
  • ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยสบู่อ่อน ๆ และน้ำเปล่า
  • งดสูบบุหรี่
  • ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน หรือผลิตภัณฑ์จากนมลง

ทั้งนี้หากต้องการให้สิวเสี้ยนหายเร็วก็รักษาได้ด้วยยา ยาส่วนใหญ่ที่ใช้มักจะเป็นยาทา ซึ่งต้องทาอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง และอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าอาการจะเริ่มดีขึ้น ยาทาสิวที่ใช้ได้ผลมักมีส่วนประกอบของ

  • บนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ใช้ในการรักษาสิวชนิดที่ไม่รุนแรง และสามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการระคายเคือง หรืออาจมีอาการแพ้ นอกจากนี้ ยังอาจเปื้อนเสื้อผ้าได้อีกด้วย
  • กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid) เป็นยาที่ใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะหรือยาอื่น ๆ ในการรักษาได้ แต่มีผลข้างเคียงคือ ทำให้เกิดอาการบวมแดง ผิวหนังลอก มีอาการคัน หรือแสบร้อนบริเวณที่ใช้ยาได้
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ซัลเฟอร์ (Sulfur) และรีซอร์ซินอล (Resorcinol) ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังหลายชนิด รวมทั้งอาการสิว การใช้ยานี้ต้องระมัดระวังผลข้างเคียง ได้แก่ ผิวหนังระคายเคืองอย่างรุนแรง ผิวหนังบริเวณที่ใช้ยามีลักษณะแดงมากผิดสังเกต หากสัมผัสจะรู้สึกอุ่น ๆ และถ้าใช้ในปริมาณมากอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดจนเป็นอันตราย
  • กรดไกลโคลิค (Glycolic Acid) เป็นยาที่ใช้รักษาสิว และฟื้นฟูสภาพผิว หากใช้ติดต่อกันนาน ๆ อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังชั้นลึกได้ อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง เนื่องจากยาตัวนี้มีลักษณะเป็นกรด
  • สารประกอบเรตินอยด์ (Retinoids) เป็นยารักษาสิวที่มักอยู่ในรูปของยาทา หาซื้อได้ง่ายแต่ต้องระมัดระวังผลข้างเคียง เพราะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และเกิดอาการบวมแดง และตุ่มน้ำ

สำหรับผู้ที่เป็นสิวเรื้อรังไม่ตอบสนองต่อการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การรักษาสิวเสี้ยน ด้วยเลเซอร์ โดยของเลเซอร์ที่ใช้จะเป็นชนิดลองเพาซ์อเลคซานไดซ์ (Long Pulsed Alexandrite Laser) ที่มีความยาว 755 นาโนเมตร ซึ่งใช้รักษาผิวหน้าโดยเฉพาะ วิธีนี้จะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนให้หมดไปได้

วัยหมดประจำเดือน

เนื่องจาก วัยหมดประจำเดือน เป็นช่วงที่ร่างกายผลิต ฮอร์โมนเพศหญิง หรือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน น้อยลง ผู้หญิงในวัยนี้จึงอาจประสบปัญหาผนังช่องคลอดบาง อันเป็นผลจากผนังช่องคลอดฝ่อตัวลง

โดยผนังช่องคลอดจะบางลง มีอาการแห้ง อักเสบได้ง่าย และไม่ยืดหยุ่นเหมือนก่อน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการต่าง ๆ เช่น แสบร้อนบริเวณช่องคลอด มีตกขาว คันอวัยวะเพศ แสบขณะปัสสาวะ เป็นต้น

นอกเหนือจากสาเหตุข้างต้น อาการคันอวัยวะเพศยังอาจเป็นผลมาจากสาเหตุอื่น ๆ อย่างความเครียดที่ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงและง่ายต่อการติดเชื้อ รวมถึงสาเหตุที่เป็นอันตรายอย่างมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก จนก่อเกิดเป็นก้อนเนื้อร้าย แต่สาเหตุทั้งสองอย่างนี้มักมีโอกาสเกิดได้ไม่มากนัก

AMBROXOL (แอมบรอกซอล) Ambroxol (แอมบรอกซอล)

Ambroxol หรือ Ambroxol Hydrochloride (แอมบรอกซอล) เป็น ยาลดความเหนียวข้น ของเสมหะ โดยออกฤทธิ์ทำลายโครงสร้างเส้นใยมิวโคโพลี แซคคาไรด์ในเสมหะ (Acid Mucopolysaccharide Fibers) ทำให้ง่ายต่อการขจัดออกจากร่างกายด้วยการไอ ซึ่งใช้รักษาโรคระบบทางเดินหายใจที่มีเสมหะข้นเหนียว เช่น ขับเสมหะในผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและเฉียบพลัน โรคถุงลมโป่งพอง โรคที่เกิดอาการอุดกั้นในปอดเรื้อรัง โรคหืด

โรคเบอร์เกอร์ มักมีประวัติการสูบยาสูบรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

เนื่องจากโรคเบอร์เกอร์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด วิธีการป้องกัน Buerger’s Disease ที่ดีที่สุด คือ การงดสูบบุหรี่ หรือใช้ยาสูบทุกชนิด เนื่องจากข้อมูลพบว่าผู้ป่วยที่เป็น โรคเบอร์เกอร์ มักมีประวัติการสูบยาสูบรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดยพบมากเป็นบุหรี่

ดังนั้น การงดสูบบุหรี่ หรือใช้ยาสูบต่าง ๆ ก็อาจลดความเสี่ยงของโรคลงได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยไม่สามารถเลิกสูบยาสูบด้วยตนเอง ควรไปพบแพทย์หรือปรึกษาคลินิกเลิกบุหรี่ที่สามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมในการเลิกบุหรี่หรือยาสูบประเภทต่าง ๆ

โรคพยาธิ

อย่างที่ทราบกันดีว่าการทำ ปลาร้า จะใช้ ปลาดิบ มาหมัก ส่วนใหญ่จะเป็นปลาน้ำจืด โดยแหล่งน้ำตามธรรมชาติมักจะมีพยาธิอาศัยอยู่ในปลาและสัตว์น้ำ ก่อนนำปลาร้ามาบริโภคจึงจำเป็นต้องนำไปต้มหรือทำให้สุกก่อนเสมอเพื่อกำจัดพยาธิและไข่พยาธิที่อาจปนเปื้อนมากับตัวปลา

แม้ว่าปัจจุบันมีการรณรงค์ให้ต้มปลาร้าก่อนบริโภค แต่คนบางส่วนก็เลือกที่จะใช้ปลาร้าแบบไม่ปรุงสุกมาทำอาหาร จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิ อย่างโรคพยาธิลำไส้ พยาธิตัวจี๊ด และโรคพยาธิชนิดอื่น แต่โรคพยาธิที่พบบ่อยจะเป็น โรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องผูก อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง น้ำหนักลด ตัวเหลือง ตาเหลือง เป็นไข้ นำไปสู่ภาวะตับอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับได้

โรคหวัด ฟ้าทะลายโจรนิยมใช้รักษาโรคไข้หวัด

โรคหวัด ฟ้าทะลายโจร นิยมใช้รักษา โรคไข้หวัด ตาม ตำราแพทย์แผนไทย มาตั้งแต่อดีต เนื่องจากมีสารสำคัญทางพฤกษศาสตร์หลายชนิด เช่น ไดเทอร์ปีนแลคโตน (Diterpene Lactones) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และสารประกอบอื่น ๆ ซึ่งมักเชื่อว่าช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น

จากการศึกษาเรื่องการวัดประสิทธิภาพการใช้สารสกัดจากฟ้าทะลายโจร เพื่อลดการเกิดโรคหวัด และบรรเทาอาการของโรคในผู้ป่วย 158 คน โดยให้กลุ่มทดลองรับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจร 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน เปรียบเทียบกับยาหลอกเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งจะมีการตรวจดูอาการผู้ป่วยก่อนเริ่มการทดลอง วันที่ 2 และวันที่ 4 ของการทดลองด้วยการตอบแบบสอบถาม โดยจะวัดความรุนแรงของอาการปวดหัว อ่อนเพลีย ปวดหู

นอนไม่หลับ เจ็บคอ คัดจมูก มีเสมหะ ความถี่และความรุนแรงของอาการไอ ผลปรากฏว่า กลุ่มที่รับประทานสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรมีอาการของโรคบางอาการลดลงภายในวันที่ 2 และอาการลดลงทั้งหมดภายในวันที่ 4 โดยช่วยลดอาการเจ็บคอมากที่สุด ตามมาด้วยอาการคัดจมูกและปวดหู เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก อีกทั้งยังไม่พบผลข้างเคียง

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

เป็น โรคภูมิต้านทานตนเอง ชนิดเรื้อรัง เกิดจาก การอักเสบ ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะกับข้อต่อ ส่งผลให้ปวดที่ข้อต่อ ข้อต่ออุ่น บวม ฝืดแข็ง หรือข้อต่อผิดรูปหากเป็นโรคนี้มานาน โดยอาการมีหลายระดับตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง อีกทั้งอาการอาจกำเริบและสงบลงเป็นระยะ

มีไข้รุนแรงเพียงใดจึงควรไปพบแพทย์ ?

ระดับ ความรุนแรง ของไข้อาจแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ซึ่ง ป่วยควรได้รับการดูแล จากแพทย์หากมีอาการ ดังนี้

อายุ 0-3 เดือน

  • เมื่อมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป แม้ทารกจะไม่มีอาการอื่น ๆ ก็ตาม

อายุ 3-6 เดือน

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียส

อายุ 6-24 เดือน

  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 1 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • มีไข้ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ความรุนแรง  ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น

อายุ 2-17 ปี

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไม่สบายตัว ปวดหัว คอแข็ง ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม หรือกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเด็กไม่ดื่มน้ำหรือไม่รับประทานอาหาร เป็นต้น
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา

อายุ 18 ปีขึ้นไป

  • เมื่อมีไข้สูง 38.9 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการปวดหัว คอแข็ง หายใจไม่อิ่ม ท้องเสีย อาเจียน เซื่องซึม กังวลว่าจะเกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไม่ดื่มน้ำ ไม่รับประทานอาหาร หรือมีอาการอื่น ๆ
  • เมื่อมีไข้สูงเกิน 38.9 องศาเซลเซียสนานกว่า 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา
  • เมื่อมีไข้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 39.4 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบ (Sinusitisเป็นภาวะที่ เยื่อบุบริเวณโพรงอากาศข้างจมูก เกิด การอักเสบบวม จากการติดเชื้อ ทำให้คัดจมูก มีน้ำมูกข้น ปวดบริเวณจมูก ตา โหนกแก้ม หน้าผาก ฟัน ไอ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น สามารถเกิดได้ทั้งแบบฉับพลันและเรื้อรัง ซึ่งการรักษาสามารถทำได้โดยการดูแลตนเองร่วมกับใช้ยาตามแพทย์สั่ง

ไซนัส (Sinus) คือ โพรงอากาศบริเวณกระดูกใบหน้า มี 4 คู่ คือ ไซนัสแมกซิลลา (Maxillary Sinus) เป็นโพรงอากาศในกระดูกโหนกแก้ม ไซนัสเอธมอยด์ (Ethmoid Sinus) เป็นโพรงอากาศที่อยู่ระหว่างเบ้าตาและด้านข้างของจมูก ไซนัสฟรอนตัล (Frontal Sinus) เป็นโพรงอากาศที่อยู่ในกะโหลกส่วนหน้าผากระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง ไซนัสสฟีนอยด์ (Sphenoid Sinus) เป็นโพรงอากาศอยู่ในกระดูกส่วนที่เป็นฐานสมอง โดยภายในโพรงไซนัสแต่ละจุดจะมีเยื่อบุไซนัสทำหน้าที่ผลิตเมือกสำหรับดักจับฝุ่นและเชื้อโรค

อาการของไซนัสอักเสบ

เนื่องจากไซนัสอักเสบเกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุไซนัสที่บริเวณโหนกแก้ม โพรงจมูก และกระดูกหน้าผาก อาการของไซนัสส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ ดังนี้

  • หายใจติดขัด อึดอัด คัดจมูก
  • มีน้ำมูกสีเขียวหรือสีเหลืองข้น
  • ประสาทรับกลิ่นไม่ดี
  • ปวดบริเวณไซนัส ได้แก่ โหนกแก้ม หน้าผาก จมูกตรงระหว่างคิ้ว และหัวตา
  • ปวดฟัน ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น มีกลิ่นปาก
  • มีไข้ อ่อนเพลีย
  • ไอ เจ็บคอ มีมูกข้นในลำคอหรือมูกไหลลงลำคอ