Zinc (ซิงค์)ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

Zinc (ซิงค์) มีความสำคัญอย่างมากต่อ ระบบภูมิคุ้มกัน เนื่องจากร่างกายของเราจำเป็นต้องใช้ แร่สังกะสี ในการทำงานของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า T-cells ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยในการควบคุมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้ Zinc (ซิงค์) ยังมีคุณสมบัติในการช่วยต้านการเพิ่มขึ้นของปริมาณเชื้อไวรัสในร่างกาย (Antiviral) หยุดการเจริญของเชื้อ รวมทั้งการเกาะจับของเชื้อในร่างกาย Zinc (ซิงค์) ยังมีฤทธิ์ต้านอักเสบ จึงช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายเกิดการติดเชื้อ เช่นโรคปอดอักเสบ เป็นต้น
     เมื่อเป็นหวัด Zinc (ซิงค์) จะลดความรุนแรงของอาการ ลดระยะเวลาการเป็นหวัด และหายจากโรคหวัดเร็วขึ้น และ หากร่างกายได้รับ Zinc (ซิงค์) ร่วมกับวิตามินซีเป็นประจำทุกวันยังช่วยป้องกันหวัดได้

Natur ขนาด 4 ออนซ์ และ 8 ออนซ์ อย่างละ 2 ขวด

Natur ขนาด 4 ออนซ์  นึ่งรวดเร็วเพียง 8 นาที ฆ่าเชื้อโรค ได้ถึง 99.9%

คงสภาพปลอดเชื้อได้นานถึง 3 ชั่วโมง (หากไม่เปิดฝาครอบ)

บรรจุขวดนมทรงมาตรฐาน /ทรงปากกว้าง ได้สูงสุด 6 ขวด

ใช้งานง่าย ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มเดียว

ปลอดภัย ด้วยระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำแห้ง

จอแสดงผลดิจิทัล พร้อมตัวเลขและเสียงร้องเตือน บอกสถานะ

ผลิตจากพลาสติกคุณภาพดี ปลอดสาร BPA

มาพร้อม ตะแกรงวางขวดนม, ตะแกรงวางจุกนมและอุปกรณ์, ฝาครอบใส และที่คีบขวดนม

วิธีการใช้งาน

1. เติมน้ำสะอาด 90 มล. ลงในถาดแผ่นความร้อน

2. นำตะแกรงชั้นล่างพร้อมแกนกลางวางบนฐานเครื่องนึ่ง

3. นำขวดนมที่ทำความสะอาดแล้วคว่ำลงในตะแกรงชั้นล่าง

4. วางตะแกรงชั้นบนโดยเสียบที่แกนกลางแล้ววางจุกนมและอุปกรณ์ในถาด

5. ปิดฝาครอบเครื่องนึ่งให้แน่นแล้วเสียบปลั๊ก กดปุ่มสีขาว เพื่อให้เครื่องทำงาน

6. เมื่อเครื่องนึ่งทำงานเสร็จให้เทน้ำที่เหลือออกจากถาดแผ่นความร้อนแล้วเช็ดให้แห้ง

สิงสู่ หนังผีไทย กับ “การแสดง” ชวนขนลุกส่งท้ายปี

สิงสู่ เรื่องราว ณ สำนักบนเขาที่โดดเดี่ยวห่างไกล ในวันที่บรรยากาศอึมครึมและฝนตกหนัก คนชุดดำ 6 คนมารวมตัวกันนำโดยนายแม่ หญิงชราผมขาวหน้าตาน่าเกรงขาม ทำ พิธีกรรมปริศนา บางอย่าง โดยมีศพลึกลับเป็นเป้าหมาย แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าพิธีกรรมนั้นได้ไปปลุกวิญญาณแปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาในบ้าน ดูหนังออนไลน์ฟรี  และหลังจากนั้นความสยองขวัญสุดขีดก็เริ่มต้นขึ้น ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ามันจะสิงใคร เมื่อไหร่ ด้วยวิธีใด และมันไม่ได้จะเข้าสิงเพื่อทำให้กลัวเท่านั้น แต่สิ่งที่มันต้องการที่สุดแล้วคือ การฝังราก..ยึดวิญญาณ ของใครสักคนในที่นี้

เมื่อพูดถึงชื่อผู้กำกับอย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง น่าจะทำให้คนยุคนี้นึกไปถึงหนังสยองขวัญอย่าง “เปนชู้กับผี” หนังสยองขวัญพีเรียดที่ออกฉายในปี พ.ศ.2549 แม้ว่าในช่วงเวลาที่ออกฉาย หนังอาจจะได้รับคำชื่นชมในระดับหนึ่ง แต่เหมือนกับว่าหนังเรื่องนี้ ยังคงได้รับการฉายซ้ำทางฟรีทีวีและช่องทางดูหนังอันหลายหลาก ซึ่งผู้ชมจะสามารถสัมผัสได้ กลวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ธรรมดา พร้อมการพลิกความคาดหมายของผู้ชมในตอนท้ายเรื่อง จนทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในหนังสยองขวัญจากประเทศไทยที่ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้

หากย้อนกลับไปดูเส้นทางในวงการที่ผ่านมาของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เขาคือนักทำหนังขาประจำแนวสยองขวัญ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหนังผีชั้นยอดมากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น นางนาก (2542) ผลงานที่รับหน้าที่เขียนบทเอง , เปนชู้กับผี (2549) และ รุ่นพี่ (2558) หนังที่เขากำกับด้วยตัวเอง ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนมีแนวทางแตกต่างกันและไม่ซ้ำซากจำเจกับหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆในบ้านเรา ที่มักจะถูกลืมเมื่อกาลเวลาผันผ่านไป

ว่าด้วยเรื่องราวของ “ผีสิง”

“สิงสู่” บอกเล่าเรื่องราวของสำนักบนภูเขาอันโดดเดี่ยวห่างไกลจากชุมชน ในวันที่สภาพอากาศเลวร้ายไม่เป็นใจ คนชุดดำทั้ง 5 คนเดินทางมารวมตัวกัน นำโดยนายแม่ หญิงชราผมขาวหน้าตาน่าเกรงขาม ทำพิธีกรรมปริศนาบางอย่าง โดยมีศพลึกลับเป็นเป้าหมาย แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าพิธีกรรมนั้นได้ไปปลุกวิญญาณแปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาในบ้าน แต่นั่นเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นของความระทึกขวัญสุดสยอง เมื่อทุกคนในสำนักแห่งนี้ ต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้าย ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยว่า มันจะเริ่มต้นไป “สิง” ใครเป็นรายต่อไป และเป้าหมายที่สำคัญของวิญญาณตนนี้คือการ “ฝังรากและยึดวิญญาณ”

จากความตั้งใจของผู้กำกับ เขาได้พบว่ายังไม่มีนักทำหนังไทยคนไหนหยิบเอาประเด็น “ผีสิง” มาเล่นเป็นแกนหลักของเรื่อง เนื่องจากในระยะหลังเขาเห็นศิลปินหลายคนเริ่มสนใจงานทางด้านนี้มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ คาเงะ- ธีระวัฒน์ มุลวิไล ศิลปินเจ้าของรางวัลศิลปาธรประจำปี 2561 สาขาศิลปะการแสดง ซึ่งเคยเคยแสดงละครเวทีที่ว่าด้วยวิญญาณร่างผู้อื่น ได้แก่ ปรารถนา: ภาพเหมือนการเข้าสิงนักเขียนของ อุทิศ เหมะมูล เมื่อทั้งคู่ได้พูดคุยกันแล้วพบว่าสนใจในสิ่งเดียวกัน พวกเขาจึงร่วมกันพัฒนาหนังเรื่องนี้ขึ้นมาจนเป็นรูปเป็นร่าง

โดยวิธีการทำหนังที่มีการเข้าสิงร่างของผีนั้น ไม่จำเป็นต้องสร้างผีให้ปรากฏตัวออกมาโต้งๆ คาตา ดังนั้นการแสดงจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยชดเชยการใช้เทคนิคพิเศษ ดังนั้นคาเงะ ธีระวัฒน์ มุลวิไล จึงทำหน้าที่ทั้งเป็นแอคติ้งโค้ช ผู้ควบคุมการเวิร์คชอปนักแสดง และกำกับการแสดง ซึ่งปกติในหนังผีไทยมักจะปรากฏร่างของผี ออกมาเป็นตัวเป็นๆ แต่สิงสู่เลือกจะหลีกเลี่ยงวิธีการแบบนั้น และใช้วิธีการ เราจะให้คาแรคเตอร์ของตัวละครเปลี่ยนทันทีที่ผีเข้า คนๆ นั้นยังเป็นคนเดิมแต่เหมือนมีบุคลิกซ้อน ผู้ชมจะเห็นเขาเปลี่ยนไปในทันที จากที่พูดคุยกันอยู่ดีๆ เขาก็เปลี่ยนไปอีกคนหนึ่งเลย เมื่อไม่มีเทคนิคพิเศษมาช่วย นักแสดงจึงต้องอาศัยการเคลื่อนไหวทางร่างกายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนั่นเอง

การตีความ “วิญญาณ” ในมุมของวิศิษฏ์

คนส่วนมากมักจะมองว่า “วิญญาณ” ในทางไสยศาสตร์ มนต์ดำ เป็นความเข้าใจในทิศทางเดียวกันหมด ทว่าตัวเขาเองมองวิญญาณเป็นเรื่องของพลังงานเหนือธรรมชาติมากกว่าทางไสยศาสตร์ และวิญญาณคือพลังงานที่เข้ามาในร่างเรา

วิศิษฏ์กลับมองว่า วิญญาณ เป็นเหมือนพลังงานอย่างหนึ่ง ที่เราสามารถพูดคุยกันได้ทุกวันนี้เพราะเรามีพลังงานในการขับเคลื่อนร่างกาย เหมือนรถที่ใช้พลังงานจากน้ำมัน พอน้ำมันหมดรถก็ไม่เดิน ร่างกายเราก็เหมือนกัน ถ้าพลังงานเราหลุดออกไปเราก็จะเป็นร่างธรรมดา วันหนึ่งเราตายแล้วร่างกายเน่าเปื่อย แต่วิญญาณอาจยังอยู่ก็ได้ นั่นคือความหมายของวิญญาณในแง่นี้ซึ่งมันไม่มีรูปทรง แต่สามารถย้ายจากร่างหนึ่งไปสู่ร่างหนึ่งได้ วิญญาณบางตัวอาจสลายไปเร็ว บางตัวอาจควบแน่นอยู่ได้นาน ถ้าโยงกับพระพุทธศาสนามันคือการยึดติด สมมติเรายังรักบ้านหลังนี้ เสียดายและหวงมัน เราก็จะเป็นวิญญาณที่ไม่ไปไหน คนสมัยก่อนจะพูดกับคนก่อนตายว่า ‘ไปสบายนะ หมดห่วงนะ ให้นึกถึงพระอรหันต์นะ’ มันคือการทำให้สลายไป ถ้ามีห่วงตาจะไม่ปิด พลังงานก็จะควบแน่นอยู่เป็น 100 ปี เหมือนผีสิงในปราสาท นี่พยายามโยงกับทฤษฎีนะครับ พยายามหาคำตอบว่าทำไมความเชื่อเรื่องผีถึงยังอยู่ในโลกวิทยาศาสตร์ หรือมันอาจจะมีคำตอบจริงๆ แต่มันไม่สามารถพิสูจน์ได้

วิธีการเล่าเรื่องแบบนิยายของ อกาธ่า คริสตี้

อกาธ่า คริสตี้ คือราชินีแห่งนวนิยายสืบสวนสอบสวน เหตุการณ์ส่วนมากในนิยายของเธอมักจะเกิดขึ้นในสถานที่ปิดตาย และมีตัวละครเพียงไม่กี่คน “สำนักจิตต์อสงไขย” มีคุณสมบัติแบบเดียวกับนิยายของอกาธ่า อย่างครบถ้วน

สำนักแห่งนี้มีลักษณะทางจิตวิญญาณคล้ายกับสำนักเข้าทรง โลเคชั่นที่เลือกใช้บ้านหลังนี้ก็ออกไปทางสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเป็นสากลดูเป็นตึกมีผนังอิฐสีแดง รอบๆ มีต้นไม้ตามบทบอกว่าอยู่บนเขา สถานที่ดูเหมาะจะถ่ายทำหนังประเภทสถานที่ปิดตาย เหมือนนิยายของ อกาธา คริสตี้ ที่มีตัวละคร 7 ตัวอยู่ในที่เดียวกัน แล้วความลับของทุกคนก็ค่อยๆ เฉลยออกมา ที่สำคัญพวกเขาหนีไม่ได้เพราะทางลงเขามันขาดเนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้เกิดสถานการณ์ที่บีบบังคับในหนัง

แล้วใครกันที่จะโดนสิงเป็นรายต่อไป! หนังเรื่องนี้ยังได้รวมเอานักแสดงมากฝีมือในระดับแถวหน้าของเมืองไทยเอาไว้ไม่ว่าจะเป็น อนันดา เอเวอริงแฮม, จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี, นักแสดงอาวุโส ทาริกา ธิดาทิตย์ และ พลอย ศรนรินทร์ เป็นต้น

เขียน: หริพรรณ เขียนจากบทภาพยนตร์ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

สนพ.สถาพรบุ๊คส์

**Review ตามผลจาก poll นะคะ ขอบคุณที่ร่วมสนุกกันค่ะ**

เรื่องย่อ:

ณ สำนักบนเขาที่โดดเดี่ยวห่างไกล ในวันที่บรรยากาศอึมครึมและฝนตกหนัก คนชุดดำ 6 คนมารวมตัวกันนำโดยนายแม่ หญิงชราผมขาวหน้าตาน่าเกรงขาม ทำพิธีกรรมปริศนาบางอย่าง โดยมีศพลึกลับเป็นเป้าหมาย แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าพิธีกรรมนั้นได้ไปปลุกวิญญาณแปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาในบ้าน และหลังจากนั้นความสยองขวัญสุดขีดก็เริ่มต้นขึ้น ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายที่ไม่สามรถคาดเดาได้เลยว่ามันจะสิงใคร เมื่อไหร่ ด้วยวิธีใด และมันไม่ได้จะเข้าสิงเพื่อทำให้กลัวเท่านั้น แต่สิ่งที่มันต้องการที่สุดแล้วคือ การฝังราก..ยึดวิญญาณ ของใครสักคนในที่นี้

อ่านจบแล้วขอ Review ดังนี้ (คหสต.):

**คำเตือน ยาวมากและมีสปอยล์**

เป็นหนังผีไทยที่เรียกความฮือฮาช่วงปลายปีเป็นอย่างมาก เพราะช่วงนี้ขาดหนังผีไทยสยองๆ น่ากลัวๆ อย่างหนัก แถมเรื่องนี้ยังน่าสนใจเพราะเป็นฝีมือของผู้กำกับฝีมือเยี่ยมอย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง และหนังสือเล่มนี้ก็เขียนมาจากบทภาพยนตร์ด้วย โดยการเขียนเล่มนี้เป็นฝีมือของ หริพรรณ ที่เป็นภรรยาของคุณวิศิษฏ์นั่นเอง (อุตสาหกรรมในครัวเรือน ผัวหาบเมียคอน) โดยที่คุณหริพรรณเองก็มีผลงานการเขียนอย่างบทภาพยนตร์เรื่อง ฟ้าทะลายโจร, หมานคร เป็นต้น

จากเรื่องย่อและ trailer ของหนังที่บอกว่านายแม่ (ทาริกา ธิดาทิตย์) เจ้าของสำนักจิตต์อสงไขได้ทำพิธีเรียกวิญญาณกลับเข้าร่างโดยที่มีลูกศิษย์อย่าง ป้าเครือ (จารุนันท์ พันธชาติ) แม่บ้านและลูกศิษย์คนสนิทพร้อมสร้อย (พลอย ศรนรินทร์) หลานสาวที่กำลังเป็นวัยรุ่น, กริช ลูกศิษย์ก้นกุฏิที่รับหน้าที่หัวหน้าคนงาน, ปราง (จ๋า ณัฐฐาวีรนุช) ลูกศิษย์สาวที่ทั้งสวยและฉลาด และนพ ลูกศิษย์ที่เป็นนายแบบ มาร่วมทำพิธีด้วย โดยที่นายแม่ได้ละเมิดกฎเหล็กของสำนักที่ว่า “ห้ามเปิดประตูหน้าสำนักเด็ดขาด ให้เปิดเข้า-ออกเฉพาะประตูหลังเท่านั้น” ท่ามกลางความงุนงงของลูกศิษย์ทั้ง 5

พิธีเรียกวิญญาณเป็นพิธีที่ยากและจะไม่ทำถ้าไม่จำเป็น แต่คราวนี้นายแม่กลับเรียกพิธีนี้ขึ้นมา ลูกศิษย์ทั้งหมดไม่รู้ว่าศพที่นอนอยู่บนโต๊ะทำพิธีนั้นคือใคร พวกเขาทำได้แค่สวดบทสวดที่นายแม่สั่งสอนมาเท่านั้น พิธีเรียกวิญญาณนั้นต้องทำภายใน 3 วันหลังจากที่เจ้าของร่างได้ตายไป พวกเขาทำพิธีสำเร็จ แต่กลายเป็นว่าวิญญาณที่พวกเขาเรียกมานั้นไม่ใช่วิญญาณที่นายแม่ต้องการ และมันไม่ได้มาเพียงแค่ดวงเดียว แต่จะมาถึงสองและจะเพิ่มเป็นสามถ้ายังเปิดประตูหน้าสำนักไว้ วิญญาณดวงที่สองและสามรอคอยโอกาสของตนที่ต้นไทรต้นใหญ่ที่อยู่หน้าประตู

วิญญาณที่ไม่ได้รับเชิญดวงแรกที่เรียกเข้ามาก็เข้าไปสิงอยู่ในร่างของนายแม่ โดยที่ทุกคนตกตะลึงเพราะไม่รู้จะทำยังไง พวกเขาทำได้แค่เพียงพันสายสิญจน์รอบตัวนายแม่และขังเธอไว้ที่ห้องสมุดชั้นบน จนกระทั่งการมาถึงของเดช (อนันดา เอเวอริงแฮม) ลูกศิษย์เอกและลูกชายคนเดียวของนายแม่มาถึง เดชเข้ามาทางประตูหน้าของสำนักโดยที่สร้อยเป็นคนไปเปิดให้ ซึ่งทำให้วิญญาณดวงที่สองที่จ้องรอโอกาสนี้มานานและได้ฉวยโอกาสเข้ามาในบ้านอย่างเนียนๆ เดชขับไล่วิญญาณที่สิงร่างของนายแม่ออกไป แต่วิญญาณอีกดวงหนึ่งก็เข้าไปสิงศพที่อยู่บนโต๊ะทำพิธีแทน ปรางเป็นคนไปพบเข้า และเธอตกใจมากที่ศพนั้นตะโกนเรียกแม่ วิญญาณทั้งสองดวงได้เข้ามาอยู่ในสำนักเรียกร้อยแล้ว เดชรู้ได้ว่ามันเป็นวิญญาณพ่อ-ลูก และรอคอยการมาถึงของวิญญาณแม่

วิญญาณพ่อ-ลูกสลับกันเข้าสิงสมาชิกที่อยู่ในบ้านและเมื่อมันเข้าสิงใคร มันก็จะดูดพลังงานชีวิตของเจ้าของร่าง พละกำลังมันมากขึ้นเหยียบย่ำวิญญาณของเจ้าของร่างให้อยู่ในหลุมดำจนควบคุมร่างได้อย่างเบ็ดเสร็จ มันสามารถเข้าสิงใครก็ได้เมื่อเจ้าของร่างนั้นมีอารมณ์อ่อนไหว โดยเฉพาะความกลัว (แหงล่ะ ใครมาอยู่ในที่แบบนี้ไม่กลัวก็บ้าแล้ว) มันเริ่มเข้าสิงจากเจ้าสำนักอย่างนายแม่ มายังสร้อย เด็กสาวกำพร้าที่อ่อนไหวเป็นพิเศษ กริช ที่ภายนอกดูแข็งแกร่ง มีรอยสักและเครื่องรางของขลังเต็มตัวแต่เขาไม่เคยไม่มั่นใจในตัวเองเลย ปราง ที่ดูจะอ่อนไหวที่สุดและดูมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับเดชและนพ ส่วนนพที่ไม่ได้อยากเข้าสำนักตั้งแต่แรกก็โมโหที่ถูกขังอยู่ในสำนักที่เหมือนติดเกาะเพราะสำนักตั้งยู่ในป่าลึก มีทางเข้าออกทางเดียว แถมยังมีพายุหนักตลอดเวลา

พวกเขาทั้ง 6 จะรอดพ้นจากสถานที่นี้ และวิญญาณที่พร้อมจะสิงสู่หรือไม่ ตอนนี้ถึงเวลาสปอยล์แหลกแล้ว

**ต่อไปนี้คือการสปอยล์ เป็นการสปอยล์จากหนังสือ**

**สปอยล์จริงๆ นะ เตือนแล้วนะ**

– สำนักจิตต์อสงไขตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อสามจังหวัด โดยอยู่ในบริเวณหุบเขาที่มีภูเขาเชื่อมต่อกัน กลายเป็นทางสามแพร่งและเป็นทางผ่านของวิญญาณ โดยที่มีต้นไทรต้นใหญ่ตั้งอยู่ตรงประตูหน้าที่เขียนด้วยอักขระโบราณ ประตูนี้จะไม่เปิดเด็ดขาดถ้าไม่จำเป็น

– นายแม่เป็นแม่ของเดช แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นสามี นายแม่ร่ำเรียนวิชาจิตต์อสงไขมาจากอาจารย์หลายแห่ง คาถาของสำนักนี้จึงมีทั้งภาษาขอม ล้านนา บาลี สันสกฤต ฯลฯ โดยที่นายแม่เรียบเรียงเองจนกลายเป็นคาถาและบทสวดของสำนัก

– คำสอนหลักของสำนักจิตต์อสงไขคือเรื่องวิญญาณ นายแม่พร่ำบอกลูกศิษย์ว่า วิญญาณคือความทรงจำที่หลงเหลืออยู่หลังจากร่างได้สูญสลายไปแล้ว ความทรงจำทั้งดีและไม่ดี เมื่อร่างตายไปวิญญาณก็จะล่องลอยไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายเพื่อรอคอยเวลาหวนกลับเข้าร่าง วิญญาณและมนุษย์ต่างถือสิทธิ์การเป็นเจ้าของร่าง มนุษย์บอกว่าชาตินี้เขาเป็นเจ้าของร่างแต่วิญญาณถือว่าร่างนี้เขาเป็นเจ้าของร่างในชาติก่อน ณ จุดนี้คนเขียนได้แซะเรื่องการเมืองด้วย แอดอ่านแล้วหลุดขำออกมาเลย

– ปรางเป็นนักเรียนนอกเรียนเรื่องปรจิตวิทยาก็เลยเข้ามาที่สำนักเพื่อเรียนรู้เพิ่มและกลายเป็นลูกศิษย์ที่มีพัฒนาการก้าวหน้ามากที่สุดของสำนัก เรียงตามลำดับความเก่งกาจได้ดังนี้ นายแม่–>เดช –>ปราง –>ป้าเครือ –>กริช –>นพ–> สร้อย

– เดชกับปรางรักกัน แต่นายแม่ไม่ชอบปราง เพราะต้องการให้เดชเป็นเจ้าสำนักต่อไป นางเคยสั่งห้ามให้เดชว่าห้ามมีความรัก ไม่ให้เรียนต่อข้างนอก ไม่ให้ไปอยู่ในเมือง เดชก็ทำตาม จนกระทั่งปรางเข้ามา เดชก็เทแม่ไปหาเมียหมดเลย ปรางขอให้เดชย้ายมาอยู่ด้วยกันในเมือง เดชก็ทำตาม จนปรางท้อง

– นายแม่ให้กริชไปหาสมุนไพรในป่า แล้วมาต้มให้ปรางกินโดยบอกว่าเป็นยาบำรุงครรภ์ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ ปรางแท้งลูกจนเข้าโรงพยาบาล นายแม่ดึงตัวเดชกลับไปที่สำนัก จนทำให้ปรางไม่พอใจและติดเหล้า จนในที่สุดก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าว่าปรางป่วย รู้แค่ว่าติดเหล้าเท่านั้น

– นายแม่จ้างนพให้มาตีสนิทกับปราง เพราะอยากให้เดชเลิกกับปราง ทั้งคู่แอบมีอะไรกันเพราะความเมา โดยที่นายแม่สั่งให้กริชจับตามองทั้งคู่เอาไว้ตลอด กริชไม่ชอบนพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นพก็ไม่ชอบกริชด้วย ทั้งสองก็เลยหาโอกาสจะทำลายอีกฝ่ายเสมอๆ

– นพสารภาพกับปรางว่านายแม่จ้างให้มาแบล็คเมล์ปราง แต่เขาตกหลุมรักปรางแล้ว ทางด้านนายแม่ก็รู้ว่านพกำลังจะหักหลัง เรียกนพไปคุยแต่นพก็กลบเกลื่อน และคืนนั้นเขาก็เอาคีมไปตัดสายเบรกรถที่นายแม่ใช้ประจำ ซึ่งจุดนี้นพกับปรางร่วมมือกัน แต่นพไม่ได้บอกปรางว่าเขาตัดสายเบรกรถของนายแม่ เพียงแค่บอกว่าจะช่วย

– แต่กลายเป็นว่าวันนั้นเดชทะเลาะกับนายแม่หนักมาก นายแม่สั่งให้เดชเลิกกับปรางโดยที่บอกว่าปรางมีชู้กับนพ แต่เดชไม่เชื่อ เพราะเขารู้ว่านายแม่เกลียดปรางมาตลอด นายแม่ต้องการให้เดชสืบทอดสำนัก การจะเป็นเจ้าสำนักนั้นห้ามมีความรักและครอบครัว เพราะนายแม่ผิดหวังกับความรัก ซึ่งก็คือพ่อของเดช ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ดี

– เดชหุนหันขับรถออกไปท่ามกลางพายุ และก็กลายเป็นว่ารถของเขาเบรกไม่อยู่เลยแหกรั้วสะพานตกลงไปในแม่น้ำ เดชจมน้ำตาย ก่อนที่เขาจะตายเขาคิดถึงปราง

– นายแม่ใจสลาย เธอรีบไปรับศพเดช เรียกทุกคนมาทำพิธีเรียกวิญญาณ ศพที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำพิธีก็คือศพเดช แต่ทุกคนไม่รู้เพราะไม่กล้าเปิดดู พิธีเรียกวิญญาณสำเร็จ วิญญาณของเดชกลับมา แต่ก็มีวิญญาณที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาด้วยอีก 3 ดวง เป็นวิญญาณ พ่อ แม่ ลูก ที่สิงอยู่บริเวณต้นไทร และรอคอยโอกาสนี้มานานแล้ว

– สุดท้ายแล้ว วิญญาณแม่ยึดร่างของนายแม่ วิญญาณพ่อยึดร่างของปราง และวิญญาณลูกยึดร่างของเดช กลายมาเป็นครอบครัวอย่างมีความสุข จบแบบแฮปปีเอนดิ้งแบบงงๆ

– ช่วงที่ผีเข้ามาการหักข้อ งอกระดูก ไต่ลงบันไดกลับหัวแบบสี่ขา ตาดำกลายเป็นตาขาว ถ้านึกภาพไม่ออกให้ไปดู The exorcist, the crooked man, พยาบาลใน Silent Hill ประมาณนั้น ส่วนคดีปริศนานี่ออกแนวคดีในห้องปิดตายของโคนัน แต่ดราม่าแบบไทยๆ ละครช่องหลากสีไรงี้ มีแซะการเมืองหลายจุด

– จังหวะการเขียนบางช่วงชนให้นึกถึงพวกไลท์โนเวลของญี่ปุ่น เพราะภาษาบางช่วงจะเขียนแบบวัยรุ่น (ช่วงที่กล่าวถึงสร้อยและนพ) มีการตัดสลับการดำเนินเรื่องไปมา ไม่ค่อยสมูทเท่าไหร่ แต่ก็ไม่แย่

– อ่านๆ ไปช่วงกลางๆ เรื่องก็เนือยๆ น่าเบื่อ โดยเฉพาะช่วงของปราง นางดูเป็นตัวละครที่จริงๆ ปูทางมาอย่างน่าสนใจมาก แต่ดูน่าลำไยที่สุดเหมือนกัน บทของนางก็เยอะนะ แต่ไม่น่าดึงดูดเท่าไหร่ คาแรคเตอร์นางจะดูงงๆ เป็นนักเรียนนอกแต่อยากเรียนเรื่องจิตวิญญาณ มาเป็นลูกศิษย์ เก่งเป็นอันดับสอง แต่ในเรื่องนางดูอ่อนที่สุดแล้ว คาแรคเตอร์และฝีมืออ่อนกว่าสร้อยหรือนพอีก

– ช่วงกลางๆ เรื่องนี้แอดสามารถเดาตอนจบได้เลยค่ะ ก็เลยไม่ได้ surprise อะไรเท่าไหร่ ก็คิดแบบจะไปดูหนังดีมั้ยว้า อาจจะเห็นภาพมากกว่านี้หรือเปล่า แต่ช่วงนี้ยุ่งๆ ก็คิดว่าไม่ได้ไปดูแหงๆ 5555

สรุป:

อ่านได้เพลินๆ เนือยๆ ช่วงกลางเรื่อง Climax ไม่พีค เดาตอนจบได้ ก็ถือว่าตามมาตรฐานงานเขียนของคุณวิศิษฏ์ (เอ๊ะ! แต่เรื่องนี้เมียเขาเขียนนี่หว่า) ไปดูหนังก็น่าจะไม่เกินนี้เท่าไหร่ ใครที่ไปดูหนังแล้วมาเล่าให้แอดฟังบ้างนะคะ อยากรู้ว่าจะน่ากลัวมั้ย ก็เป็นหนังสือผีที่เอาไว้อ่านเล่นๆ ฆ่าเวลาได้ดีเล่มหนึ่งเลย

ทำไมต้องจ่ายยา “แพง” เกินจริง

เมื่อยาไม่ได้แพงด้วยตัวมันเองแต่ ราคาที่แพง ส่วนใหญ่มาจาก การส่งเสริมการขาย ทำให้ยามีราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว

          ในการประชุมสัมมนาวิชาการ เรื่อง “กฎหมายควบคุมการส่งเสริมการขายยาในต่างประเทศและแนวทางการจัดกฎหมายควบคุมส่งเสริมการขายยาของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ร่วมกับศูนย์กฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.

          โดย นพ.มงคล ณ สงขลา ปาฐกถาในหัวข้อดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ จากรายงานของ Economic Review พบว่า CEO บริษัทยาขนาดใหญ่ได้รับค่าตอบแทนยังไม่รวมโบนัสร้อยล้านดอลลาร์ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ผู้อำนวยการหรือบุคลากรทางการแพทย์บางคนไปต่างประเทศทุกเดือน ตรงนี้เป็นภาพความเป็นจริงที่การเพิ่มราคายาเกิดจากการมีค่าใช้จ่าย

          แม้ว่าระบบการจัดการค่าใช้จ่ายสุขภาพ เราจะมี สปสช.ที่เข้มแข็ง แต่กระบวนการหรือกลไกต่างๆ ที่มีอยู่ยังไม่สามารถทำให้การซื้อยาอยู่ในราคาที่เหมาะสม ไม่มีการขูดรีดจากผู้ขายและผู้ซื้อ ก่อนที่จะเป็นราคายาที่กำหนดในงบประมาณ

          คำถามที่ตามมาคือ จะทำอย่างไรให้เกิดธรรมาภิบาลเพื่อป้องกันการผันเงินไปสู่การจัดเลี้ยง ทัศนาจร หรือใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่เป็นประโยชน์กับคนไข้ ผมมองว่า การดูแลระบบการซื้อการจ่าย และการใช้ยาอาจมีกระบวนการที่ติดตามดูแลได้ ซึ่งในส่วนที่เฝ้าระวัง พบว่า ในประเทศเกาหลีใต้ได้มีคณะคอยติดตามพฤติกรรม เจาะลึกในกลุ่มคนบางกลุ่ม หากสร้างกลุ่มคนแบบนี้มีขึ้นมาได้ มีระบบข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์เพื่อนำสู่การเปิดเผย สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นการป้องปรามที่ดี

โยเกิร์ตกรอบ ขนมกินเล่นดี มีประโยชน์สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

โยเกิร์ตกรอบ ขนมกินเล่น ดี มีประโยชน์สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

โยเกิร์ตกรอบ ขนมกินเล่นสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์นมที่มีประโยชน์ คือ ให้ แคลเซียม และโปรตีนสูง นอกจากนั้นโยเกิร์ตยังมีส่วนผสมที่สำคัญคือ มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) เป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยการทำงานลำไส้และระบบขับถ่าย โดยจุลินทรีย์จะช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสและโปรตีนในนม ทำให้เด็กเมื่อรับประทานเข้าไปจะดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาการย่อยแลคโตส การรับประทานโยเกิร์ตกรอบก็เป็นทางหนึ่งทดแทนการรับประทานนมวัวโดยตรง ในกรณีที่เด็กมีอาการท้องผูก เนื่องจากในร่างกายขาดจุลินทรีย์ในการย่อย การรับประทานโยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ทำให้ระบบขับถ่ายของเด็กเป็นปกติ

ส่วนผสมและอุปกรณ์  

1. โยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือโยเกิร์ตสำหรับเด็ก

2. ถุงพลาสติกแบบมีซิปล็อค

3. กระดาษรองอบ (Parchment Paper) / กระดาษไข (Wax Paper) / แผ่นรองอบ (Baking Sheet)

4. ถาดใส่อาหาร / ถาดอบขนม

วิธีรักษาอาการปวดปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน

การรักษาอาการปัสสาวะ บ่อยตอนกลางคืน ในเบื้องต้นแพทย์จะแนะนำให้ งดดื่มเครื่องดื่ม ต่างๆ ก่อนนอน 2 – 3 ชั่วโมง แต่ผู้ป่วยก็ควรดื่มน้ำตามปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับร่างกายในแต่ละวันด้วย

หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วอาการของผู้ป่วยยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจใช้ยาหรือทำการรักษาแบบอื่นต่อไป ดังนี้

การใช้ยารักษา กรณีนี้แพทย์จะพิจารณาให้ยาตามสาเหตุและอาการของผู้ป่วย เพื่อช่วยลดการผลิตปัสสาวะในตอนกลางคืน และสำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีอาการนี้จากการใช้ยาบางชนิด แพทย์อาจจะให้ใช้ยาชนิดนั้นก่อนเวลาตามปกติ

ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว ป้องกันการขาดน้ำ

แพทย์อาจแนะนำให้คุณแม่ดื่มน้ำมากขึ้นเมื่อ ตั้งท้อง โดยเฉลี่ยประมาณวันละ 3 ลิตร หรือ 8–12 แก้วต่อวัน เพราะร่างกายของคุณแม่ต้องการน้ำสำหรับลูกน้อย การขาดน้ำ จะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณแม่และทารก โดยพบอาการปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ เป็นตะคริว และตัวบวมได้

ดังนั้นการดื่มน้ำมะพร้าวจึงช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายคุณแม่ขาดน้ำและได้รับของเหลวต่อวันเพิ่มขึ้น อีกทั้งน้ำมะพร้าวยังมีรสชาติอร่อย ดื่มง่าย ช่วยให้สดชื่นและลดอาการเหนื่อยอ่อนเพลียที่มักพบระหว่างตั้งท้องได้อีกด้วย

การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ กระตุ้นให้เกิดผมหงอก ก่อนวัยได้เช่นกัน เพราะบุหรี่อาจทำให้ หลอดเลือดตีบ และส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปยังต่อมรากผมได้น้อยลงจนทำให้ผมร่วงและไม่แข็งแรง นอกจากนี้สารเคมีในบุหรี่อาจส่งผลเสียต่อกระบวนการการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งต่อมรากผม จึงอาจทำให้เกิดผมหงอกก่อนวัยได้

ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดปัญหาผมหงอกก่อนอายุ 30 ปีมากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบถึง 2.5 เท่า แต่ข้อมูลดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสรุปผลได้ จึงต้องการผลการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคตเกี่ยวกับอิทธิพลของการสูบบุหรี่ต่อการเกิดผมหงอกก่อนวัย

สิ้วเสี้ยน รักษาอย่างไรให้ได้ผล

ในบางกรณี สิวเสี้ยน ไม่จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ เพราะรักษาให้หายเองได้  เช่น เกิดจากเครื่องสำอาง การอุดตันของขน รักษาได้ด้วย การถอนขนอ่อน เหล่านั้นออก หรือใช้ที่ปิด รักษาสิวอุดตัน ก็ช่วยได้ แต่ทั้งนี้ในระหว่างการรักษาจะต้องดูแลรักษาความสะอาดผิวหนังบริเวณที่เกิดสิวให้สะอาดมากเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ โดยควรดูแลตัวเองดังนี้

  • เลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน
  • ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยสบู่อ่อน ๆ และน้ำเปล่า
  • งดสูบบุหรี่
  • ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน หรือผลิตภัณฑ์จากนมลง

ทั้งนี้หากต้องการให้สิวเสี้ยนหายเร็วก็รักษาได้ด้วยยา ยาส่วนใหญ่ที่ใช้มักจะเป็นยาทา ซึ่งต้องทาอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง และอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าอาการจะเริ่มดีขึ้น ยาทาสิวที่ใช้ได้ผลมักมีส่วนประกอบของ

  • บนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ใช้ในการรักษาสิวชนิดที่ไม่รุนแรง และสามารถใช้ในสตรีมีครรภ์ได้ แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการระคายเคือง หรืออาจมีอาการแพ้ นอกจากนี้ ยังอาจเปื้อนเสื้อผ้าได้อีกด้วย
  • กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid) เป็นยาที่ใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะหรือยาอื่น ๆ ในการรักษาได้ แต่มีผลข้างเคียงคือ ทำให้เกิดอาการบวมแดง ผิวหนังลอก มีอาการคัน หรือแสบร้อนบริเวณที่ใช้ยาได้
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ซัลเฟอร์ (Sulfur) และรีซอร์ซินอล (Resorcinol) ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังหลายชนิด รวมทั้งอาการสิว การใช้ยานี้ต้องระมัดระวังผลข้างเคียง ได้แก่ ผิวหนังระคายเคืองอย่างรุนแรง ผิวหนังบริเวณที่ใช้ยามีลักษณะแดงมากผิดสังเกต หากสัมผัสจะรู้สึกอุ่น ๆ และถ้าใช้ในปริมาณมากอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดจนเป็นอันตราย
  • กรดไกลโคลิค (Glycolic Acid) เป็นยาที่ใช้รักษาสิว และฟื้นฟูสภาพผิว หากใช้ติดต่อกันนาน ๆ อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังชั้นลึกได้ อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง เนื่องจากยาตัวนี้มีลักษณะเป็นกรด
  • สารประกอบเรตินอยด์ (Retinoids) เป็นยารักษาสิวที่มักอยู่ในรูปของยาทา หาซื้อได้ง่ายแต่ต้องระมัดระวังผลข้างเคียง เพราะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และเกิดอาการบวมแดง และตุ่มน้ำ

สำหรับผู้ที่เป็นสิวเรื้อรังไม่ตอบสนองต่อการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การรักษาสิวเสี้ยน ด้วยเลเซอร์ โดยของเลเซอร์ที่ใช้จะเป็นชนิดลองเพาซ์อเลคซานไดซ์ (Long Pulsed Alexandrite Laser) ที่มีความยาว 755 นาโนเมตร ซึ่งใช้รักษาผิวหน้าโดยเฉพาะ วิธีนี้จะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนให้หมดไปได้

วัยหมดประจำเดือน

เนื่องจาก วัยหมดประจำเดือน เป็นช่วงที่ร่างกายผลิต ฮอร์โมนเพศหญิง หรือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน น้อยลง ผู้หญิงในวัยนี้จึงอาจประสบปัญหาผนังช่องคลอดบาง อันเป็นผลจากผนังช่องคลอดฝ่อตัวลง

โดยผนังช่องคลอดจะบางลง มีอาการแห้ง อักเสบได้ง่าย และไม่ยืดหยุ่นเหมือนก่อน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการต่าง ๆ เช่น แสบร้อนบริเวณช่องคลอด มีตกขาว คันอวัยวะเพศ แสบขณะปัสสาวะ เป็นต้น

นอกเหนือจากสาเหตุข้างต้น อาการคันอวัยวะเพศยังอาจเป็นผลมาจากสาเหตุอื่น ๆ อย่างความเครียดที่ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงและง่ายต่อการติดเชื้อ รวมถึงสาเหตุที่เป็นอันตรายอย่างมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก จนก่อเกิดเป็นก้อนเนื้อร้าย แต่สาเหตุทั้งสองอย่างนี้มักมีโอกาสเกิดได้ไม่มากนัก