ใช้ยาแก้ปวด เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

แม้ว่าจะดูเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่หาก อาการปวด ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอาจใช้ ยาแก้ปวด ในระหว่างวันได้ ยาแก้ปวดที่ใช้ บรรเทาการปวดอักเสบ จากรองช้ำมีหลายรูปแบบ ทั้งยากิน ยาทา หรือสเปรย์สำหรับฉีดพ่น ยาแก้ปวดส่วนใหญ่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย แต่หากใช้ยาแก้ปวดหรือแก้อักเสบแบบเม็ด

ยาแก้ปวด

อย่างพาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) และนาพรอกเซน (Naproxen) ควรสอบถามเภสัชกรถึงวิธีใช้ที่ถูกต้อง หากคุณเป็นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ กำลังให้นมลูก หรือมีโรคประจำตัว ควรแจ้งเภสัชกรก่อนซื้อยาทุกครั้ง

วิธีการทำแผล

ผ้ายืดพันแผล

การทำแผล ขึ้นอยู่กับลักษณะและ ความรุนแรงของบาดแผล สำหรับแผลที่ไม่รุนแรงหรือมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยอาจทำ แผล ได้ด้วยตนเองในเบื้องต้น

การทำแผลด้วยตนเอง

  • ล้างสิ่งสกปรกออกจากแผล และล้างแผลให้สะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อ
  • กดห้ามเลือดและยกส่วนที่เกิดแผลให้สูงขึ้น เพื่อให้เลือดหยุดไหล และลดอาการบวม
  • หากเป็นแผลขนาดเล็กอาจไม่ต้องปิดปากแผล แต่ในบางกรณีควรปิดหรือพันด้วยผ้าพันแผลที่ปลอดเชื้อ
  • รักษาความสะอาดและดูแลให้แผลแห้ง บาดแผลที่ไม่รุนแรงอาจฟื้นฟูและหายดีในเวลาไม่กี่วัน
  • หากเจ็บปวดจากบาดแผล อาจรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดตามวิธีและปริมาณที่เหมาะสมที่ระบุไว้บนฉลากยา และหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพริน เพราะอาจมีผลทำให้เลือดไหลเพิ่มมากขึ้นหรือนานขึ้นได้
  • อาจประคบน้ำแข็งบริเวณผิวหนังรอบบาดแผลที่เป็นรอยช้ำหรือบวมในระยะแรกที่เกิดบาดแผล
  • รักษาสุขภาพ และพักผ่อนให้เพียงพอ

ปัญหาสุขภาพจากชีพจรเต้นผิดปกติ

วิธีตรวจชีพจร

  • ภาวะหัวใจเต้นเร็ว ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติเกิน 100 ครั้ง/นาที โดยอาจทำให้มีอาการใจสั่น หายใจหอบเหนื่อย อ่อนล้า เวียนศีรษะ รู้สึกหวิว หรือเป็นลมหมดสติได้ หากมีอาการร้ายแรงอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน หัวใจวาย หรือหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้
  • ภาวะหัวใจเต้นช้า ชีพจรเต้นช้ากว่าปกติ โดยมีอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ โดยเฉพาะหากหัวใจเต้นช้าจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดและนำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ตามร่างกายได้อย่างเพียงพอ ซึ่งอาจทำให้มีอาการ เช่น รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย เหนื่อยเร็วเมื่อออกกำลังกาย วิงเวียนศีรษะ สับสนมึนงง ไม่มีสมาธิ หายใจไม่สุด ใจสั่น เป็นลม วูบ หากมีอาการร้ายแรงอาจทำให้ความดันโลหิตผิดปกติ เป็นลมบ่อย หัวใจวาย หรือหัวใจหยุดเต้นได้
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีชีพจรเต้นในลักษณะผิดปกติ โดยอาจเกิดขึ้นร่วมกับอัตราการเต้นของชีพจรที่สูงกว่าปกติ ต่ำกว่าปกติ หรือแม้แต่อัตราปกติก็ได้ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพ เช่น ขาดสมดุลของแร่ธาตุในเลือด กล้ามเนื้อหัวใจเกิดการเปลี่ยนแปลง โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือเป็นการบาดเจ็บจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นต้น

โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของหัวใจที่เกิดความเสียหาย ซึ่งมีหลายประเภทด้วยกัน เช่น ภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นแผ่วระรัว (Ventricular Fibrillation) เป็นต้น

มัสตาร์ดน้ำผึ้ง Honey mustard และ โฮลเกรน มัสตาร์ด Whole grain mustard

มัสตาร์ดน้ำผึ้ง ก็ให้รสตามชื่อเลย เพราะมีส่วนผสมของมัสตาร์ดกับน้ำผึ้งจึงให้รสเผ็ดอ่อนๆ หวานน้ำผึ้ง โดยทั่วไปอัตราส่วนผสมจะอยู่ที่หนึ่งต่อหนึ่ง แต่บางสูตรก็ให้สัดส่วนของน้ำผึ้งมากกว่าจึงให้รสหวานกว่า นิยมกินกับนักเกตไก่ ผสมน้ำสลัดให้มีรสหวานหอมเผ็ดอ่อนๆ หรือราดกินกับสลัดผักที่มีรสขมทำให้กินง่ายขึ้น เป็นมัสตาร์ดรสชาติที่เด็กๆ เข้าถึงที่สุด

มัสตาร์ดน้ำผึ้ง

เมล็ดมัสตาร์ด ทั้งเมล็ดบดหยาบผสมน้ำส้มสายชูนิดหน่อยแล้วแต่สูตร เป็นมัสตาร์ดที่ให้สัมผัสชัดเจนที่สุด มีรสลึก เผ็ดร้ออนและเข้มข้น จึงเหมาะนำมาปรุงอาหาร เช่น หมักเนื้อสัตว์ หมักไก่อบ ไก่ย่าง ทำซอสบาร์บีคิวสำหรับหมัก

ซอสมัสตาร์ดและน้ำผึ้งสำหรับเนื้อสลัด

นี้ ซอสมัสตาร์ดน้ำผึ้ง มันไม่มีอะไรมากไปกว่าข้อดี: มันเป็นหนึ่งในซอสที่ดีที่สุด ง่าย ที่คุณสามารถเตรียม (โดยไม่ต้องสงสัยคุณจะเห็น) ไม่มีครีมหรือแป้งหรือไขมันที่ไม่จำเป็น ดังนั้นมันจึงเบามากและก็เช่นกัน ไม่ต้องการความร้อนหรือภาชนะที่สกปรก นอกเหนือจากเรือซอส มันสมบูรณ์แบบ !!

นี่คือรุ่นที่สมบูรณ์แบบที่จะใช้ที่อุณหภูมิห้องเช่นเดียวกับ สลัดensaladillasเนื้อผักครอบคลุม และ มันฝรั่ง…นอกจากนี้พื้นผิวที่ยังคงมีก้อนถ้าคุณใช้ มัสตาร์ดในเมล็ดซึ่งทำให้ในปากคุณสังเกตเห็นการระเบิดของรสชาติเล็กน้อยในหมู่ครีมดังกล่าว

มันสมบูรณ์แบบด้วยสิ่งนี้ สันในหมูย่างและถ้าคุณรู้สึกอยากเปลี่ยนซอสนี้เป็นน้ำสลัดที่เรียบง่ายคุณจะต้องผสมมัสตาร์ดกับน้ำผึ้งในส่วนเท่า ๆ กันและเริ่มใช้กับสิ่งเหล่านี้ ดอกตูมย่างไปกับ tortilla ม้วนกับแฮม serranoให้สัมผัสดั้งเดิมหรือทาสี แซลมอนอบมันเป็นเรื่องจริง  เรื่องอื้อฉาว!

ส่วนผสมสำหรับมัสตาร์ดและซอสน้ำผึ้งสำหรับเนื้อสัตว์และสลัด:

  • โยเกิร์ตธรรมชาติ 1 อันที่ไม่มีน้ำตาล (อาจมาจากกรีกเป็นไขมัน 0% เนื่องจากมัสตาร์ดและน้ำผึ้งเป็นตัวชูโรงและโยเกิร์ตเท่านั้นให้เนื้อสัมผัส)
  • มัสตาร์ดสมัยเก่า 3 ช้อนโต๊ะ (ในเมล็ดหรือพื้นดินตามที่คุณต้องการ)
  • น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา

การเตรียมวิธีทำสูตรมัสตาร์ดและซอสน้ำผึ้งสำหรับเนื้อสัตว์และสลัด:

  1. ใส่ใจว่านี่เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก!
  2. ในชามใช้ โยเกิร์ต และคนด้วยช้อนเพื่อให้ได้เนื้อครีม
  3. เพิ่ม มัสตาร์ด น้ำผึ้ง น้ำส้มสายชู และ ออกไปและกำจัดทุกอย่างได้ดีเพื่อให้เป็นซอสที่เป็นเนื้อเดียวกันและมีส่วนผสมที่ลงตัว
  4. ลองทำดู และแก้ไขด้วยเกลือมัสตาร์ด (ถ้าคุณชอบเผ็ดมากขึ้น) หรือน้ำผึ้ง (ถ้าคุณชอบมันหวาน) คุณจะเห็นว่ามันอร่อยและครีม

ตัวกระตุ้นความเครียดจากงาน

ตัวกระตุ้น ความเครียดจากงาน ที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่

  • วัฒนธรรมองค์กร
  • การบริหารงานไม่ดี
  • งานหนัก
  • สภาพที่ทำงาน
  • ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน
  • การไม่ได้รับความช่วยเหลือ
  • การเปลี่ยนแปลงนโยบายผู้บริหาร
  • การทำงานไม่ตรงกับหน้าที่
  • ภาวะบาดเจ็บ
  • ทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง
  • ระยะเวลาในการส่งงานที่กระชั้น
  • มีการกำกับงานจากหัวหน้างานมากเกิน
  • เครื่องมือและทรัพยากรอำนวยความสะดวกในการทำงานไม่เพียงพอ
  • โอกาสในการเลื่อนขั้นมีน้อยมาก
  • การข่มขู่ คุกคาม

หากแบ่งตัวกระตุ้นความเครียดจากงานตามปัจจัยด้านบุคคล และปัจจัยด้านองค์กร จะแบ่งได้ดังนี้

  • ปัจจัยด้านบุคคล ได้แก่ ทักษะในการทำงานของแต่ละคน สุขภาพด้านจิตวิทยา สุขภาพร่างกาย กลไกการรับมือกับความเครียด
  • ปัจจัยด้านองค์กร เช่น คำสั่งจากฝ่ายบริหาร วัฒนธรรมองค์กร ชั่วโมงทำงาน ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานเองและองค์กรด้วยเช่นกัน

สัญญาณความ เครียดจากงาน ที่เห็นได้ในที่ทำงาน

  • มีความขัดแย้งภายในกลุ่ม
  • พนักงานลาออกบ่อยมาก
  • พนักงานร้องเรียนบ่อยมาก
  • พนักงานลาป่วยบ่อยขึ้น
  • ผลการปฏิบัติงานของพนักงานลดลง
  • ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับผลผลิต
  • การหาพนักงานใหม่ ๆ มาทดแทนก็ยากขึ้น

เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าขยะพลาสติกมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตคิดว่าพลาสติกเป็นอาหารและกินเข้าไป ทำให้ไม่สามารถย่อยได้และเกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร หรือพลาสติกบางรูปทรงอาจไปเกี่ยวอวัยวะหรือตัวของสัตว์ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์ทั้งบนบกและในน้ำ แต่ยังมีภัยอีกรูปแบบหนึ่งจากพลาสติก ที่เรียกว่าไมโครพลาสติก

ไมโครพลาสติก คือ ชิ้นส่วนพลาสติกที่มีขนาด 1 นาโนเมตร ถึง 5 มิลลิเมตร ไมโครพลาสติกมีที่มาจากหลายแหล่งอาทิเช่นไมโครพลาสติกบนบกซึ่งส่วนมากมาจากการเสียดสีของยางรถยนต์กับถนน หรือสีที่ใช้ทาอาคารหรือยานพาหนะ แม้กระทั้งผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ นอกจากนี้ยังมีการผลิต ไมโครบีดส์ ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกจิ๋วที่เป็นส่วนผสมในสบู่ล้างหน้า เจลขัดผิวไมโครพลาสติกเหล่านี้ล้วนสามารถลอดผ่านจากกระบวนการบำบัดน้ำเสียลงสู่ทะเลได้ อีกทั้งขยะพลาสติกที่มีขนาดใหญ่ที่ล่องลอยอยู่ในทะเลเมื่อถูกรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ จะสลายโครงสร้างเป็นชิ้นเล็กลงได้ กลายเป็นไมโครพลาสติก โดยเฉพาะในมหาสมุทรน้ำอุ่นพลาสติกขนาดใหญ่จะย่อยสลายกลายเป็นไมโครพลาสติก

ไมโครพลาสติก สามารถดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ดังนั้นยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ต้นห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นแพลงตอนสัตว์ในทะเลจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติกล่องหนเหล่านี้เข้าไป ส่วนสิ่งมีชีวิตท้ายห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นมนุษย์อาจได้รับสารพิษตกค้าง เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กสามารถผ่านผนังเซลล์ มีนักวิจัยนำเสนอความเป็นไปได้ว่าอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้อาจโดนลมพัดและล่องลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ปอดของสิ่งมีชีวิตได้ เป็นเหมือนมลภาวะทางอากาศเช่นเดียวกับไอเสียจากรถยนต์

นอกจากนี้กระบวนการผลิตพลาสติกบางส่วนมีการใส่สารเคมีเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้กับพลาสติก เช่น Bisphenol A (BPA) ซึ่งส่งผลกับการเจริญเติบโตของเด็ก และพบ Poly Bromodifenyl Ether (PBDE) ในเนื้อเยื่อของนกที่อาศัยแถวทะเล ซึ่งเป็นสารมีพิษที่ใส่ในพลาสติกเพื่อกันการติดไฟ

ไมโครพลาสติกจึงเป็นผลมาจากที่เกิดจากการใช้พลาสติก ซึ่งได้แฝงตัวอยู่รอบตัวเราโดยที่เราคาดไม่ถึง และเป็นภัยอันตรายกับสิ่งมีชีวิตบนโลก รวมทั้งมนุษย์ซึ่งถือว่าอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารดังนั้นเราควรตระหนักถึงการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีบางบริษัทที่มีการนำพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่  หรือนำวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติมาใช้แทนพลาสติก แต่นวัตกรรมเหล่านี้ล้วนยังมีราคาสูง หากทุกคนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการกระทำที่ช่วยในการลดการใช้ (Reduce) นำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หรือ แปรรูป
(Recycle) พลาสติก อาจมีทางช่วยบรรเทาหรือแม้กระทั้งลดปัญหาได้ในอนาคต

การเก็บรักษายายาดานาซอล

ยาดานาซอล ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสง หรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาดานาซอล บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกแบบไร้รอยแผล | โรงพยาบาลเวชธานี

ไม่ควรทิ้งยาดานาซอลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

Yes or No อยากรักก็รักเลย เพราะเลส ทอม ดี้ ก็มีหัวใจ

Yes or No อยากรักก็รักเลย” ยอมรับว่าช่วงหลัง หนังไทย หลายเรื่อง มีความน่าสนใจในตัวบทกับเนื้อเรื่อง มากกว่าตัวดาราที่แสดง หรือฉากแอ๊คชันพันล้านเริ่มจะใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว โดยเฉพาะหนังที่พูดถึงเรื่องเพศที่ 3 ซึ่งหมด ยุคกระเทยออกมาแรด แด๊ดๆๆๆ ผ่านหน้าจอไปนานแล้ว

Yes or No อยากรักก็รักเลย” สร้างจากพ็อคเก็ตบุ๊คขายดี 2 เล่มที่ชื่อ “Yes รักนี้ใช่เลย”, “No ก็ว่าจะไม่รัก” เขียนโดย ลลนล (เขียนอย่างนี้จริงๆ)

ซึ่งดูจากหน้าปก ก็แน่นอนว่าเป็นนิยายวัยรุ่นแนว Y ตามสมัยนิยม เดี๋ยวนี้วัยรุ่นเค้าไม่อ่านนิยายรักแล้วย่ะ เชย

 

ขอเรียกหนังเรื่องนี้ว่าหนังโคตรใหม่ละกัน ดูหนังออนไลน์ฟรี  เพราะใหม่ไปหมด ไล่ตั้งแต่

  • ผู้กำกับหญิงหน้าใหม่ นาย สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร (เป็นผู้ช่วยกำกับเรื่อง สิ่งเล็กๆ)
  • โปรดฟังอีกครั้ง .. ผู้กำกับหญิง .. ชื่อ นาย สรัสวดี
  • หนังเรื่องแรก ของค่ายหนังหน้าใหม่ “Come On Sweet” ก็มาจากชื่อสำนักพิมพ์ “Come On” เจ้าของหนังสือนั่นเอง
  • นักแสดงก็หน้าใหม่ ไล่ตั้งแต่..
  • “คิม” พระเอก ติ๊นา – ศุภนาฎ จิตตลีลา (ทอมอะไร ชื่อติ๊นา)
  • “พาย” นางเอก น้องออม – สุชารัตน์ มานะยิ่ง อร๊ายยย น่ารักโฮก  (ไม่ค่อยจะออกนอกหน้าเลยนะ)
  • และหนังรักหญิงหญิง ก็เป็นหนังแนวใหม่สำหรับหนังไทย
เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก “พาย” เป็นสาวที่เกลียดทอม แต่ดันต้องมาเป็นรูมเมทกับสาวหล่ออย่าง “คิม” โชคดีนิดนึงที่คิมเป็นแค่สาวหล่อใจหญิง ไม่ได้เป็นทอม ช่วงแรกของหนังก็แนวพ่อแง่แม่งอน หลังๆ ก็เริ่มรักกันมากขึ้นเรื่อยๆ
มาดราม่าเอาก็ตอนที่พายมี “แวน” หนุ่มหล่อที่คบอยู่ด้วยแล้วคนนึง ส่วนคิมก็มี “เจน” ดี้สาวสวยเอ๊กสุดๆ มาติดพัน ไคลแม๊กสุดก็ตรงแม่ของสาวพายก็ดันเป็นพวกเกลียดทอมเข้าขั้นกระจั๊วบินใส่หน้า
  • เป็นหนังรัก ใส ใส๊ ใส
  • น้องออมแสดงดีมาก ส่วนน้องติ๊นาเล่นเป็นก้อนหินไร้อารมณ์เสมอต้นเสมอปลาย
  • ซึ่งนั่นกลับเป็นข้อดีไปซะงั้น เพราะบทหนังต้องการคนแบบนี้แหล่ะ ทอมที่นิ่ง ขี้อ้อน จริงใจ ไม่ต้องพูดอะไรมาก
  • เพลงเพราะ (มาก)
  • ถ้าดูบทพูด จะรู้ได้ทันทีว่าผู้กำกับต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน และต้องเข้าใจเรื่องทอมเป็นอย่างดี เพราะมันใช่มาก เค้าคุยกันแบบนี้แหล่ะ งอนกันแบบนี้ หึงแบบนี้ หวงแบบนี้
  • น้องติ๊นาไม่ได้หล่อ แต่ออกไปทางน่ารัก ไม่แปลกใจถ้าผู้หญิงจะชอบ

 
  • ประเด็นค้นหาตัวเองว่าชอบอะไรกันแน่ ยังไม่เด่นเหมือนหนังอย่าง “รักแห่งสยาม” ที่ปูเรื่องค้นหาตัวเองตลอดทั้งเรื่อง เสียดายหนังไปเน้นอาการหึงหวง งอนง้อ มากเกินไปหน่อย
  • ฉากจูบกันทำได้ดี จนผู้ชายแท้ๆ ยังมีเคลิ้มและแอบขนลุกซู่
  • จบได้ไม่ซึ้งเอาซะเลย เพราะหนังผ่านจุดพี๊กของมันไปแล้ว ตั้งแต่ฉากจูบ และฉากหักอกที่บ้านพาย
  • ใครแพ้สาวน่ารักในชุดนักศึกษา ไปดูจะคุ้มมาก
  • หนังตัดฉากที่เห็นใน Trailer กับ MV ไปหลายฉาก อย่างฉากพายจูบแวน (ดีละที่ตัด), ฉากจานพาย Snack คิม Cool, ฉากเจนก้มลงจูบคิม
  • พบว่า 80% ที่ดูในโรงเป็นผู้หญิง
  • ผมนั่งข้างๆ คู่รัก ญ-ญ คู่หนึ่งเลยล่ะ ชีก็อินกันจัดมาก พึมพำตลอดว่า ตรงนี้ใช่เลย ตรงนั้นตัวเองก็เคยทำ ตรงนี้เค้าก็เคยพูด
  • มีคนเคยบอกว่า “ความรักของทอม เป็นความรักที่รอวันเจ็บ” .. ดูแล้วจะเข้าใจพวกเค้ามากขึ้นเยอะ
ประโยคเด็ด
“เข้าใจแล้ว .. รู้แล้ว .. ว่าทำยังไงก็ไม่ชอบ ทำยังไงก็ไม่ใช่”
“ถ้าวันนึงเราเกิดชอบผู้หญิงขึ้นมาจริงๆ พายจะยังเป็นเพื่อนเราอยู่ไหม ?”
“ยังไงของแท้ มันก็ย่อมดีกว่าของปลอม”
“แล้วถ้าคนที่หนูโอเค ไม่ใช่ผู้ชายล่ะคะ”
“เราไว้ใจความรักของคิมได้ใช่ไหม ?”
สิ่งที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้ คือการที่ตัวละครทุกตัวมีความชัดเจนในตัวเอง แวนรักพายอย่างจริงใจ เช่นเดียวกับที่เจนรักคิม, แม่รักลูกและเกลียดทอมอย่างชัดเจน, คิมเมื่อค้นพบตัวเองก็ชัดเจนไม่ว่อกแว่กไปไหน
ผมชอบที่หนังเรื่องนี้ไม่มีตัวโกง, ไม่มี Losser, ไม่มีตัวอิจฉา มีแต่ความรักใสๆ ที่แต่ละคนมีให้กัน จนเรารู้สึกได้เลยว่า ไม่ว่าความเป็นจริงจะเป็นยังไง ก็คงจะไม่สำคัญเท่ากับการที่คนสองคนรักกัน เข้าใจ ไว้ใจ มั่นใจว่านี่คือความรักที่แท้จริง และมีแต่ความรู้สึกดีๆ ให้กัน เหมือนกับท่อนนึงของเพลงสบตา ที่บอกว่า ..
อยากให้เธอรู้ใจ อยากให้อยู่เป็นแรงของใจ เก็บความรู้สึกที่ดีมากมาย เก็บไว้ให้เธอคนเดียวเรื่อยไป

ภาพยนตร์เปิดฉากด้วยวันครบรอบการเป็นแฟนกันหนึ่งปี พายและคิมมอบของให้แก่กันและกัน พายให้ขนมกับคิม คิมให้จี้รูปผีเสื้อกับพาย มีข้อความอยู่ข้างในแต่คิมมิให้เปิดจนกว่าจะถึงวันที่พายไม่รักคิมแล้ว พายบอกว่าจะไม่มีวันจะได้เปิดมันแน่นอน

เมื่อถึงปีสุดท้ายของการเรียน เป็นปีที่สามของความรักระหว่างคิมและพาย ทั้งสองต้องไปฝึกงาน พายพยายามหาหนทางให้พาย คิม และเพื่อนได้ไปฝึกงานในที่เดียวกัน ถึงกับบนบานสานกล่าวและปฏิเสธที่ที่รับพายฝึกงานเพียงคนเดียว ในที่สุดก็หาที่พาย คิม และเต้ยไปฝึกงานพร้อมกันได้ที่จันทบุรี แต่ปรากฏว่าคิมได้แอบตอบรับฝึกงานเกษตรที่จังหวัดน่านไปแล้ว ทั้งสองจึงโกรธระหองระแหงกัน แต่ก็คืนดีกันได้ก่อนเดินทางไป โดยพายให้ผ้าพันคอทำมือผืนหนึ่งกับคิมก่อนไป

ในที่ฝึกงานที่จังหวัดน่านคิมได้พบกับแยม เด็กฝึกงานเกษตรอีกคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดกันและค่อยๆ เรียนรู้กันอย่างรวดเร็ว การติดต่อระหว่างคิมกับพายถูกจำกัดด้วยงานที่หนักและความห่างไกลที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ คิมต้องออกไปโทรศัพท์ที่ปากทางโดยมีแยมอยู่เป็นเพื่อนเพราะคิมกลัวความมืด แยมรับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองและเห็นว่าคิมทำทุกอย่างเพื่อพาย ทั้งที่พายขึ้หงุดหงิด จุกจิก เมื่อพายโกรธหรืองอน ไม่ว่าฝนตกฟ้าร้องอย่างไรคิมจะออกไปซื้อเค้กช็อกโกแลตให้ทาน ในขณะที่คิมโกรธ พายจะปล่อยคิมไว้ตัวคนเดียว แยมถามว่าแล้วแบบนี้ดีหรือ คิมบอกว่าเวลาทำให้พายมีความสุข คิมก็มีความสุข

คิมหนีงานที่น่านไปหาพายที่จันทบุรี คิมปวดหัวเป็นไมเกรนในขณะที่พายไม่ได้ใส่ใจอะไรทั้งที่เป็นวันเกิดของคิมด้วย วันรุ่งขึ้นคิมจึงรีบเก็บเสื้อผ้ากลับน่าน ด้วยความหุนหันพลันแล่นทั้งสองมีปากเสียงกันและพายหลุดปากไปบอกคิมว่า “เราเลิกกัน” เมื่อคิมกลับถึงน่านก็ชวนแยมโดดงานไปเที่ยวในเมืองต่ออีก พี่ที่ดูแลงานจับได้จึงเรียกคิมไปต่อว่า ทำให้คิมต้องทำงานหนักขึ้นและไม่มีโอกาสได้รับการติดต่อจากพายอีกเลย

ในวันลอยกระทง พายเดินทางมาที่น่านเพื่อตามหาคิม ได้พบกับน้าอินและแยม พายแสดงกริยาเป็นเจ้าของคิมต่อหน้าแยม ตั้งแต่ตอนกลางวันที่ทำกระทงจนถึงกลางคืนที่ลอยกระทง เมื่อตกค่ำเข้าห้องพายจึงถามคิมว่าคิมกับแยมคิดอย่างไรต่อกัน คิมตอบกลับว่ามาตั้งไกลแค่มาถามเรื่องคนอื่นเหรอ พายสวนกลับว่าก็คนอื่นมายุ่งกับคนของพาย คิมบอกว่าก็พายบอกเลิกคิมเอง ทั้งสองมีปากเสียงกันต่อมา คิมบอกว่าพายลองเป็นคิมบ้างไหม ที่ยอมโดดงานไปฉลองวันเกิดด้วยกันแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ พายถามคิมว่าถ้าคิมไม่เคยเจอแยมพายจะผิดมากเท่าวันนี้ไหม พายงี่เง่าเหมือนเดิม เอาแต่ใจเหมือนเดิม แต่ทำไมจุ่ๆ พายทำอะไรก็ผิดไปหมด พายคืนจี้ผีเสื้อแก่คิมบอกว่าเธอไม่ใช่คนที่ต้องใช้มัน

วันที่ฝึกงานเสร็จคิมบังเอิญเข้าไปในห้องของแยมและบังเอิญเห็นเรื่องราวรักสามเศร้าของทั้งสามที่แยมเขียนไว้ที่ฝาประตู แยมเข้ามาในห้องพอดี จึงบอกคิมว่าคิมเป็นรักแรกของแยม คิมเปลี่ยนใจไม่กลับบ้านและเข้าป่าเพื่อฝึกงานต่อกับแยม วันหนึ่งจี้ผีเสื้อที่พายคืนคิมตกหลุดออกจากกันกะทันหัน คิมเปิดออกมาเห็นข้อความที่ตัวเองเขียนไว้ “กลับมานะ รัก คิม” จึงทำให้ฉุกคิดได้และกลับไปดูพัสดุไปรษณีย์ที่พายส่งให้ในวันเกิดที่สวนทางกับคิมเดินทางไปจันทบุรี ในกล่องนั้นมีตุ๊กตาอัดเสียงพายไว้ พายขอบคุณที่คิมรักพายและอดทนมาตลอด พายบอกว่าจะทำตัวให้ดีขึ้น คิมกลับไปหาพาย ตากฝนรออยู่หน้าบ้าน พอพายยอมออกไปก็มีปากเสียงกันอีก พายบอกว่าความรักของเราไม่ยั่งยืน และขอให้คิมกลับไป

หนึ่งปีต่อมาทั้งคิมและพายต่างก็ทำงานแล้ว โดยพายไม่ยอมพบหน้าคิมเลย วันหนึ่งมีงานเกษตรที่พายต้องไปออกบูทซึ่งถูกบูทข้างเคียงแบ่งพื้นที่ไป พายใช้อารมณ์จะลากเส้นแบ่งเหมือนตอนแรกที่พายพบกับคิมในหอพักสมัยเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง ปรากฏว่าคนที่อยู่บูทข้างเคียงคือคิมนั่นเอง คิมยอมไว้ผมยาวอย่างที่พายชอบเผื่อว่าวันหนึ่งจะได้พบกับพาย คิมขอพายแต่งงานและบอกว่าเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาได้ทบทวนทุกอย่างเกี่ยวกับพายดีแล้วและจะเริ่มต้นกันใหม่ให้ดี คิมยังบอกอีกว่าความรักของทั้งสองไม่จำเป็นต้องมีทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ไม่ต้องมีลูกเป็นเครื่องยืนยันความรัก คนที่มีลูกด้วยกันเลิกรากันก็มีถมไป ภาพยนตร์จบลงด้วยฉากทั้งกอดกันและพายก็ดุคิมว่ายังไม่อนุญาตให้กอด

1. โครงเรื่อง (Plot)

– Minimalism : เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นความเรียบง่ายในการเล่าเรื่อง ค่อยๆ เปิดเผยลักษณะของตัวละครของแต่ละตัวทำให้เข้าใจในเรื่องราวได้ง่าย

2. ความขัดแย้ง (Conflict)

– ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับตัวเอง : เพราะคิมมีความขัดแย้งในการค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเอง ไม่กล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองไม่ให้ไปหลงรักพายได้

3. ตัวละคร (Character)

– ตัวละครที่มีบุคลิกกลม : เพราะตัวละครมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัว เช่น คิม น่าตาดี เป็นคนจิตใตดี แต่เป็นคนที่ขี้กลัวผี , พาย น่าตาดี จิตใตดี แต่เป็นคนที่ใจร้อน งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเอง

4. แก่นเรื่อง (Theme)

– แก่นแบบมองโลกในเชิงอุดมคติ (จบแบบขาขึ้น) : คือ เรื่องที่ให้ความหวัง มองโลกในแง่ดี จบลงอย่างมีความสุข อย่างเช่น คิมและพาย ที่สุดท้ายเขาทั้งสองคนก็ยอมรับกันและกันจนทั้งคู่เกิดความรู้สึกรักกัน

5. ฉาก (Setting)

– คือ ชุดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ต่างๆ จะเกิดขึ้นโดยปราศจากสถานที่ไม่ได้ ฉากมีความสำคัญในการบ่งบอกความหมายของเรื่อง เช่น ฉากมหาวิทยาลัย สื่อความหมายให้เห็นว่าคิมและพายกำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว

6. สัญลักษณ์พิเศษ (Symbol)

– สัญลักษณ์ทางภาพ : คือ องค์ประกอบที่ถูกนำเสนอ เช่น ภาพกราฟฟิคผีเสื้อตอนพายรู้สึกดีกับคิมครั้งแรก เป็นสัญลักษณ์พิเศษที่สื่อให้เห็นว่าพายมีรักครั้งแรกกับคิม เพราะพายมีความรู้สึกเหมือนกับว่ามีผีเสื้อบินเต็มท้อง เป็นความรู้สึกหวิวๆ ที่พายคิดว่ามันคือ ความรัก

7. มุมมองในการเล่าเรื่อง (Point of view)

-ผู้รู้รอบด้าน : คือ การเล่าเรื่องที่ไม่มีข้อจำกัด เข้าถึงความรู้สึกของตัวละครทุกตัวในเรื่อง เช่นเดียวกับในเรื่องนี้ที่เข้าถึงความรู้สึกของคิม ที่แอบชอบพาย , ความรู้สึกของพาย ที่ไม่กล้ายอมรับว่ารู้สึกดีกับคิม และความรู้สึกเจน ที่แอบชอบแฟนของเพื่อน

ยาแก้แพ้เป็นยาเพื่อบรรเทาอาการ ไม่ใช่ยารักษา

โรคภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้อากาศ โรคหืด โรคผิวหนังอักเสบ ลมพิษ และอาการแพ้อาหารเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดจากพันธุกรรมภายใน ร่างกายผิดปกติ จึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ยาแก้แพ้เป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งที่ใช้บรรเทาและควบคุมอาการชั่วคราวเท่านั้น โดยวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการแพ้ คือ การหลีกเลี่ยงสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ให้ได้มากที่สุด

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น อีกหนังไทยความรักวัยรุ่นที่มีคุณภาพ

“ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” หนังรักวัยรุ่นใส ๆ ที่จะทำให้คุณอินกับความรักในทุก ๆ รสชาติไม่ว่าจะเป็น รักข้างเดียว สองจิตสองใจ หรือความรักในการเป็นติ่ง ขอใช้ศัพท์ในยุคสมัยนี้สักนิดหนึ่งนะคะ เราอยากจะบอกว่า ถ้าคุณเคยดูหนังเรื่องนี้แสดงว่าคุณนั้น ‘’ไม่เด็กแล้วนะคะ’’ แต่ถ้าใครยังไม่เคยรับชม เราจะเล่าเรื่องย่อและสปอยเล็กน้อยเพื่อให้ผู้อ่านนั้นได้รับรู้ถึงอรรถรสและเรื่องราวที่จะต้องเกิดขึ้นในหนังสักหน่อย ก่อนที่จะเข้าถึงเนื้อหาเราอยากจะกล่าวความเป็นมาสั้น ๆ ของหนังเรื่องนี้ก่อนนะคะ “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” ในชื่อสากลคือ Hormones ผู้กำกับก็คือ ทรงยศ สุขมากอนันต์ จากค่าย จอกว้างฟิล์มหรือเรียกสั้น ๆ ว่า GTH ค่ะ ปัจจุบันค่ายหนังจอกว้างฟิล์มไม่ได้ทำต่อแล้ว ขออนุญาตแนะนำนักแสดงหลักสักนิด

เรื่องย่อ 4 สไตล์

คนแรกคือเรื่องย่อฉบับสั้นของ โอ๋เล็ก โอ๋เล็กเป็นเด็กสาวที่มีความคลั่งไคล้ดาราจีนคนหนึ่งคือว่า ตี๋ตี๋ เธอเป็นแฟนคลับตัวยงของตี๋ตี๋เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทำอะไรเธอจะนึกถึงตี๋ตี๋ตลอด เธอพยามเรียนภาษาจีนเพื่อที่จะได้รู้เรื่องเวลาที่ ตี๋ตี่ร้องเพลงและพูด วันหนึ่งคอนเสริ์ตของตี๋ตี๋นั้นได้ยกเลิกไป  ดูหนังออนไลน์ฟรี เธอเสียใจมาก ๆ มันเหมือนกับสิ่งที่เธอพยามทำมามันไม่มีค่าอะไรเลย

คนที่สอง เรื่องรักสามเศร้าของ นานา พุ ไม้ นานาเด็กสาวที่ตอนเด็กเป็นคนที่อ้วนมาก ๆ พอเธอโตขึ้นเธอสวยมาก วันหนึ่งเธอบังเอิญไปเจอ พุ ไม้ คู่แฝดที่ฮ็อตและมักจะทำอะไรเหมือนกัน เมื่อสองคนนั้นได้เจอ นานา ที่ฉบับที่โตเป็นสาวแล้ว ทั้งสองคนจึงแข่งกันจีบนานา

คนที่สาม รักข้างเดียวของ ซี โจ้ โจ้เป็นหนุ่มแว่นที่แอบชอบซีร่าเริงสนุกสนาน อาจจะเป็นเพราะความใกล้ชิดและความเป็นเพื่อนมันเลยทำให้โจ้นั้นแอบชอบซี แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นหลักในฉากนี้คือซีไม่ได้ชอบโจ้ มันจึงกล้ายเป็นคำว่า รักข้างเดียว

คนสุดท้าย เหิร นวล อาโออิ  เหิรและนวลเป็นแฟนกันมานานมาก มีวันหนึ่งนวลนั้นจะต้องไปฝึกงานแถวภาคใต้มันจึงเกิดความห่างใกล้กัน และด้วยความที่ เหิรนั้นคิดถึงนวลจึงอยากจะไปหานวลโดยขึ้นรถไฟไปหา จากนั้นเหิรได้พบกับสาวสวยชาวต่างชาติชื่อว่า อาโออิ เข้ามาทำให้เหิรนั้นหวั่นไหวหรือเรียกง่าย ๆ ว่านอกใจในอารมณ์ชั่ววูปนั้นเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเล่าเรื่องย่อและแอบสปอยนิด ๆ เท่านั้น

ความสนุกของเรื่องนี้

เป็นการเล่าเรื่องของความรักที่ไม่มีจุดที่เหมือนกันเลย 4 เรื่อง 4 สไตล์ในทุก ๆ วัยที่เกี่ยวข้องกับปิดเทอมหน้าร้อนมีทุกอารมณ์การถ่ายทอดในทุก ๆ เเนวตัวอย่างเช่นความรักของ เหิรเเละนวลนี้มีเเนวข้อคิดที่บอกว่าถ้าหากเหิรไม่ลงรักสาวต่างชาติคนนั้น เหิรก็จะไม่ต้องเลิกกับนวลเเต่ในพล็อตเรื่องเค้าจะสื่อให้เห็นว่า อย่าให้อารมณ์ชั่ววูปทำร้ายสิ่งที่สร้างมา

ข้อเด่นของหนังเรื่องนี้

4 สไตล์ความรักนั้นเเอบเเฝงข้อคิดในทุก ๆ เรื่องเลยที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ๆ ตั้งเเต่เรื่องอยากได้อยากชนะ พยามไปก็ไม่มีค่าหากไม่ได้เป็นคนที่ใช่ อารมณ์ชั่ววูปทำร้ายทุก ๆ อย่าง เเละความรักในการเป็นเเฟนคลับ จากเรื่องราวทั้งหมดเราคิดว่าความรักของ โอ๋น้อยที่ได้เป็นเเฟนคลับตี๋ตี๋เป็นความรักที่จบเเบบดีที่สุดมันเหมือนกับส่งใจไปถึงเจ้าตัวที่ต้องการให้รับและก็ได้รับ

ข้อด้อยของหนังเรื่องนี้

จากความคิดเห็นของเราอยากจะให้มีความรักที่สมหวังบางเเละผิดหวังบางไม่ใช่ผิดหวังทั้งหมดอยากจะให้มันสลับกันไปมันดึงดราม่าบางช่วงมันให้ความรู้สึกเเอบเชียร์ต้องลงรอยกันเเต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ ความตึงเคลียดเล็กน้อยบางฉากมันค้างนานเกินไป

หนังเเรื่องนี้เป็นหนังที่เก่ามาก ๆ เมื่อตอนที่เรายังเด็ก ที่บ้านได้ติดจานดาวเทียมของทรูเเละช่วงหนังทางทรูเปิดฉ่ายหนังเรื่องนี้ซ้ำบ่อยมาก ๆ ด้วยความเป็นเด็กไม่รู้จะดูเรื่องอะไร ก็เลยลองดูหนังเรื่องนี้บังเอิญฉายในตอนปิดเทอมใหญ่ฤดูร้อนเช่นเดียวกับชื่อหนังเลย เวลาที่ได้ดูหนังเรื่องนี้มันช่วงให้คิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งเเต่น้ำเสียงของผู้เเสดง ฉากหนังเเละเพลงประกอบหนังเรื่องนี้

รีวิวความรู้สึกที่ได้ชม

เอาจริง ๆ หนังเรื่องนี้มันครบรสชาติมาก ๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับปิดเทอมฤดูร้อน เลยทั้งความ ตลก เศร้า และความหวัง ผิดหวังเราอยากจะให้มองไปในประเด็นที่เค้าอยากจะสื่อก็คือ ไม่ว่าความรักของคุณนั้นจะอยู่ในช่วงไหน มันก็มีดราม่ากันทั้งนั้นหนังรักต้องคู่กับดราม่าอยู่แล้วนี้เป็นเรื่องปกติแต่สิ่งที่มันสื่อออกมาและเห็นภาพได้ชัดเจนนั้นก็คือ ความไม่แน่นอนเปรียบดั่ง Homones ของคนเราซึ่งจะต้องมีการเปรียบแปลง บางคู่ดีจะรักกันดีพอห่างกันก็มีความหวั่นไหว คู่นี้ดูภายนอกดูลงตัวแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงตัวเลย สำหรับวันนี้เราต้องขอตัวลาไปก่อนพบกันใหม่ในบทความหน้า

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น เป็นภาพยนตร์รักวัยสดใสหลากหลายสไตล์ จากค่ายหนังชื่อดังอย่าง GTH โดยจะเล่าเรื่องความรักทุกรูปแบบที่โดนใจคนดูทุกท่านอย่างแน่นอน

พาร์ทแรกระหว่าง พุ-ไม้-นานา ทั้งสามเป็นเด็กวัยมัธยม โดยพุและไม้ได้เจอเพื่อนเก่าอย่าง นานา เกิดอาการชอบในตัวเธอขึ้นมา จึงทำให้เกิดศึกหนักอย่างจีบนานานั่นเอง ทั้งคู่ได้ตกลงกันแล้วว่าจะแบ่งกันจีบคนละวัน พาร์ทนี้มีความสนุกแฝงอยู่ตลอดที่เรื่องดำเนินไป รวมถึงบทเสี่ยว ๆ สุดเท่ในการจีบสาวจากพุและไม้ที่ไม่ซ้ำกัน ดูไปเรื่อย ๆ คนดูมีโอกาสฟังจนอยากอ้วกกันไปเลยทีเดียว เนื่องจากมันหวานชื่นต่อใจมากเสียกว่าเรียกเสียงหัวเราะได้ แต่สุดท้ายแล้วในตอนนี้ถือว่าปิดเรื่องได้อย่างดีเลย

พาร์ทที่สองระหว่าง เหิร-นวล-อาโออิ ทั้งสามเป็นวัยรุ่นที่กำลังเข้าสู่วัยทำงาน ความรักที่อยู่มาด้วยกันนานหลายปี อาจจะพังลงได้เมื่อมีการโกหกหลอกลวงเกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ความไม่ซื่อสัตย์ต่อคนรักได้เข้ามาเกี่ยวข้อง นวล ต้องเดินทางไปฝึกงานที่ต่างจังหวัด เมื่อใกล้วันครบรอบที่คบกัน เหิร อยากไปเซอร์ไพร์เธอ ระหว่างเดินทางนั้นได้พบกับ อาโออิ ทำให้เขาตัดสินใจไปเที่ยว Full Moon Party กับเธอแทนจุดประสงค์แรกที่ตั้งใจไว้

เพราะความสวย เซ็กซี่ ที่เขาชอบมานานโดยตลอด เขาจึงเลือกที่จะโกหกนวลตลอดเวลาที่เดินทาง ระหว่างนั้นเองความจริงได้ถูกเปิดเผยให้นวลรู้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ความรักและความซื่อสัตย์เป็นเหมือนกับความรักที่มั่นคง หากไม่มีความซื่อสัตย์ต่อคนรักได้นั้น ย่อมส่งผลร้ายกับความรักความสัมพันธ์ให้พังลง เมื่อเรากลับมาซื่อสัตย์และพูดความจริงกันสักครั้งกับคนรักของเรา พร้อมปรับตัวในโอกาสแก้ตัวสักครั้ง รวมถึงความผิดที่มาจากกิเลสของตนเองนั้น สักวันหนึ่งเราอาจเอาชนะมันก็เป็นได้

– รักเกินเอื้อม

พาร์ทนี้คงเป็นส่วนที่ทำให้ใครหลายคนอินไปกับเรื่องมากๆ เพราะเป็นความรักระหว่างแฟนคลับและศิลปิน เราเชื่อว่าคนอ่านหลายคนคงมีนักร้องที่ชอบอยู่ในใจบ้างแหละ โดยเรื่องราวจะเกี่ยวกับ โอ๋เล็กและตี่ตี๋ นักร้องชาวไต้หวัน เธอเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเขา รวมถึงสามารถร้องเพลงได้ทุกเพลงของเขา ด้วยความหวังอันเล็ก ๆ ของเธอที่ปราถนาที่จะได้พูดคุยกับตี่ตี๋สักครั้งในชีวิต จึงตัดสินใจสมัครเรียนภาษาจีนที่วัดจีน เพื่อทำตามความฝันของเธอนั่นเอง คงเป็นตอนที่อบอุ่นหัวใจมากที่สุด คอยช่วยลุ่นกับโอ๋เล็กไปตลอดเวลา

– รักเพื่อน

พาร์ทนี้ก็คงโดนใจใครหลายคนอีกเช่นเคยเนื่องจากเป็นความรักเพื่อนเรานั่นเอง โจ้-ซี หนุ่มสาววัยเรียนมหาวิทยาลัย ความลังเลที่ไม่กล้าบอกความในใจให้กับอีกฝ่ายไป ทำให้กลายเป็นความสัมพันธ์น่าอึดอัดระหว่างเส้นบาง ๆ ของคำว่า “เพื่อน” ที่เป็นจุดขยี้ของความสัมพันธ์นี้ได้อย่างดี

ความรักทุกรูปแบบที่ได้เลือกมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ อาจไม่ใช่ทุกคนที่พบเจอ แต่ทั้งหมดนี้ได้สอนให้รู้จักกับอารมณ์สุข ทุกข์ เศร้า ดีใจ ซึ่งสามารถสอนให้เราได้รู้ว่า ความรักไม่ได้อยู่แค่เพียงช่วงเวลาใด เวลาหนึ่ง แต่มันเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทุกวันนั่นเอง