วีรบุรุษผู้มี 4 ขา 2 งา และ 1 งวง ก้านกล้วย

วีรบุรุษ ผู้มี 4 ขา 2 งา และ 1 งวง ช้างศึก ผู้สร้างเกียรติประวัติสูงสุดให้แก่ช้างไทย ในฐานะช้างคู่พระบารมีแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งสงครามยุทธหัตถี

ชื่อของเขาคือ “เจ้าพระยาปราบหงสาวดี” หรืออีกนามหนึ่งว่า “ก้านกล้วย”

 

นี่คือเรื่องราวการเติบโตของช้างเชือกหนึ่ง จากลูกช้างซุกซนใช้ชีวิตอิสระอยู่ท่ามกลางป่าลึก แต่แล้วด้วยความอยากรู้เรื่องของพ่อที่หายไปได้นำเขาออกเดินทางสู่การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ผ่านหลากหลายเหตุการณ์ซึ่งให้บทเรียนใหม่ๆ  ดูหนังออนไลน์ฟรี เปลี่ยนให้เขากลายเป็นช้างที่กล้าแกร่งเต็มไปด้วยพละกำลัง ในขณะที่จิตใจกลับอ่อนโยน

 

บรรดาตัวละครต่างๆ ที่เขาได้พบระหว่างการเดินทาง อาทิเช่น “จิ๊ดริด” นกพิราบสื่อสารขี้โม้, “ชบาแก้ว” ช้างสาวผู้น่ารักและแสนงอน, “ติ่งรูและรถถัง” ช้างรุ่นพี่และรุ่นอาซึ่งเขาได้พบในหมู่บ้าน, “บุญเรือง” ช้างศึกแห่งเมืองหลวง และที่สำคัญ “แสงดา” แม่ซึ่งก้านกล้วยจากมา ล้วนเป็นส่วนที่เข้ามาเติมเต็มสร้างสีสันและความสนุกสนาน พร้อมกันนั้นก็ให้บทเรียนต่างๆ ซึ่งเป็นเสมือนการเตรียมความพร้อมให้เขาก้าวสู่การเป็นช้างศึกเชือกสำคัญในประวัติศาสตร์

 

นอกจากนี้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์และการได้พบกับผู้คนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “สมเด็จพระนเรศวรฯ” มหาราชผู้เกรียงไกรของชาติไทย, “ลุงมะหูด” หัวหน้าครูฝึกช้าง, “มังคุด” เด็กมนุษย์ตัวน้อยผู้บริสุทธิ์สดใส ฯลฯ ยังทำให้ก้านกล้วยได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพระหว่างคนและช้างอันนำไปสู่การเสียสละตัวเอง โดยเดินหน้าเข้าสู่สงครามอย่างนักรบผู้กล้า เช่นเดียวกับที่พ่อของเขาเคยทำมาเมื่อครั้งอดีตสุดท้าย ขณะอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบ และต้องเผชิญหน้ากับศัตรูผู้น่าเกรงขามเขาก็ได้รับบทเรียนครั้งสำคัญที่สุด นั่นก็คือการเอาชนะความกลัวในจิตใจตัวเอง

 

เมื่อมีชัยเหนือตัวเองก็ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะทำให้เขาพรั่นพรึงได้อีกต่อไป และจุดนี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นช้างผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง แม้จุดหมายแรกคือการตามหาพ่อ แต่ในที่สุดก้านกล้วยกลับได้พบสิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่า นั่นก็คือมิตรภาพ ความกล้าหาญ และความเสียสละซึ่งอยู่ในตัวเขาเอง เป็นจิตวิญญาณของพ่อที่อยู่กับเขามายาวนาน และนี่คือบทสรุปที่ล้ำค่ายิ่งสำหรับการเดินทางของเขาในครั้งนี้…

รางวัล “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 16″ (ประจำปี 2549) – ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ก้านกล้วย), บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (อมราพร แผ่นดินทอง), บันทึกเสียงและผสมเสี่ยงยอดเยี่ยม (วชิระ วงศ์สาโรจน์, กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ), ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์) / รางวัล “ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 15” (ประจำปี 2549) – ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์) / รางวัล “ตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 28” (ประจำปี 2549) – ภาพยนตร์เกียรติยศแห่งปี (ก้านกล้วย), ภาพยนตร์ยอดนิยมแห่งปี (ก้านกล้วย), ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์), บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (วชิระ วงศ์สาโรจน์, กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ) / รางวัล “STARPICS Thai Film Awards ครั้งที่ 4 (ประจำปี 2549) – ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์)

 

คาแรกเตอร์

ก้านกล้วย – พลายภูเขาทอง – พระยาไชยานุภาพ – เจ้าพระยาปราบหงสาวดี

ก้านกล้วยเป็นช้างรูปงาม มีหลังโค้งแปแบบก้านกล้วย อันเป็นที่มาของชื่อ “ ก้านกล้วย” สำหรับช้างแล้ว นี่ถือเป็นคชลักษณ์หรือลักษณะของช้างอันดียิ่ง จนพังนวลย่าของเขาทำนายว่า โตขึ้น เขาจะต้องเป็นช้างที่กล้าหาญเหมือนพ่อ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่แม่ของเขาไม่ยินดีด้วยเลย เพราะกลัว ว่าถ้าเขาโตขึ้นและเป็นเหมือนพ่อจริงๆ นางจะต้องเสียเขาไป เหมือนที่เคยเสียพ่อของเขามาแล้ว ด้วยความกล้าหาญบวกกับคุณสมบัติที่ดีพร้อม ทำให้ “ ก้านกล้วย” ได้รับเลือกเป็น พระคชาธารของพระนเรศวร โดยมีชื่อใหม่ว่า “ พระยาไชยานุภาพ” เขานี่เองที่เป็นกำลังสำคัญในการทำยุทธหัตถีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา อันนำมาซึ่งชัยชนะและความร่มเย็นแห่งกรุงศรีอยุธยา และความเก่งกล้าของก้านกล้วยทำให้เขาได้รับพระราชทานนามว่า “ เจ้าพระยาปราบหงสาวดี”

 

จิ๊ดริด

นกพิราบ คู่หูตัวป่วนของก้านกล้วย เป็นนกช่างพูด ตลก ชอบโวยวาย และหลงตัวเอง เป็นที่สุด โดยตำแหน่งเขาเป็นพิราบสื่อสารแห่งกองทัพอยุธยา แต่ถึงแม้จะมีข้อเสียหลายๆ อย่าง เขาก็เป็นนกที่มีจิตใจดีงาม กล้าหาญ และรักความยุติธรรม เมื่อได้รู้จักกับการก้านกล้วยและเห็นแววของช้างตัวนี้ เขาก็ให้การสนุบสนุน ทุกวิถีทาง โดยทำตัวไม่ต่างจากพี่เลี้ยงที่คอยให้คำปรึกษาและให้กำลังใจก้านกล้วยเสมอมา

 

งวงแดง – พลายพัทกอ

ช้างร่างยักษ์ ผู้มีงวงสีแดงและมีดวงตาอันดุดัน เขาคือขุนศึกแห่งหงสาวดี เคยผ่านศึก สงครามมาแล้วหลายครั้ง ด้วยความโหดเหี้ยม ไร้ความปราณี ทำให้เขาเป็นเหมือนเพชฌฆาตบน สมรภูมิรบ เพราะสิ่งที่อยู่ในใจช้างศึกผู้นี้ก็คือ เขาจะต้องเป็นช้างอันดับหนึ่งเสมอ และตลอดมา ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่เคยมีช้างเชือกไหนขึ้นมาเทียบกับเขาได้ ทั้งในแง่ของพละกำลังและชั้นเชิงการต่อสู้ ช้างเชือกใดที่หาญมาต่อกรกับเขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เพราะเช่นนี้เอง แม้อายุ จะมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังคงเชื่อมั่นว่าไม่เป็นรองใคร รวมทั้ง ก้านกล้วย ช้างศึกนำทัพแห่งกรุงศรีอยุธยาด้วย

 

แสงดา

แม่ของก้านกล้วย นางเป็นผู้ที่ก้านกล้วยรักมากที่สุด เพราะตลอดมา ก้านกล้วยมีแต่แม่ ที่คอยให้ความรัก ความเอาใจใส่ และทะนุถนอมดูแล นางต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง เนื่องจากพ่อของ ก้านกล้วยจากไปในสงคราม และไม่ได้กลับมาอีกเลย แสงดามีความรู้สึกไม่ดีต่อมนุษย์ เพราะ คิดว่ามนุษย์ชอบจับช้างป่าไปทำงาน โดยเฉพาะนำไปฝึกเป็นช้างรบแบบพ่อของก้านกล้วย ดังนั้น แสงดาจึงมักสอนลูก ให้เกลียดกลัวมนุษย์ และก้านกล้วยก็เชื่อตามที่แม่สอน แต่เมื่อเขาได้เข้าไป อยู่กับคน เขากลับพบสิ่งที่ตรงกันข้ามนั่นก็คือ จริงๆ แล้วมนุษย์กับช้างอยู่ร่วมกันด้วยความรักและความผูกพัน

 

พังนวล

ย่าของก้านกล้วย ช้างพังสูงอายุ ผู้มีตำแหน่งเป็นช้างแม่ปรก หรือช้างผู้นำโขลงออกหา อาหาร เนื่องจากมีอายุมากกว่าช้างตัวอื่นๆ ใช้ชีวิตอยู่ในป่ามายาวนาน ทำให้รู้ดีว่าในแต่ละ ฤดูกาลควรนำโขลงไปทางใด จึงจะได้พบแหล่งอาหาร พังนวลเป็นผู้ตั้งชื่อให้กับก้านกล้วย โดยดูจากลักษณะของเขา ว่าเป็นช้างที่มี หลังโค้งสวยแบบแปก้านกล้วย ถูกต้องตามตำรา นางรักและภาคภูมิใจในก้านกล้วยมาก นอกจากนี้ยังมั่นใจด้วยว่าโตขึ้นเขาจะต้องกลายเป็นช้างที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

 

ชบาแก้ว

ช้างสาวผู้ร่าเริง น่ารัก และมีจิตใจอันดีงาม ชบาแก้วเป็นช้างที่เกิดในหมู่บ้าน เธอจึง คุ้นเคยกับการอยู่กับมนุษย์ และมีความรู้สึกที่ดีต่อพวกเขา เธอคอยช่วยงานมนุษย์เสมอ หน้าที่หลักของเธอคือการดูแลเด็กๆ ในหมู่บ้าน และเข้าไปเก็บผลหมาก รากไม้ในป่า ชบาแก้วเป็นช้างที่มี น้ำใจ เมื่อเห็นใครเดือดร้อน ก็จะเข้าไปช่วยเสมอ ด้วยนิสัยเช่นนี้เอง ทำให้เธอได้รู้จักกับก้านกล้วย และหลังจากที่ได้รู้จักกันและเติบโตมาด้วยกัน ความรักของทั้งคู่ก็งอกงามขึ้น ในขณะเดียวกัน ชบาแก้วก็ค่อยๆ สอนให้ก้านกล้วยไว้ใจมนุษย์ จนกระทั่งเขายอมพลีชีพต่อสู้เคียงคู่กับมนุษย์

 

ภูผา

ช้างศึกผู้เกรียงไกรแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นตำนานที่ยังคงได้รับการเล่าขานในฐานะวีรชน ผู้ยอมสละชีพในสงคราม เขาคือพ่อของก้านกล้วย แม้ก้านกล้วยจะไม่เคยพบพ่อ เพราะพ่อออก จากโขลงไปตั้งแต่ก่อนเขาเกิด แต่เขาก็มีภาพพ่อที่ชัดเจนอยู่ในใจ ทั้งความสง่า เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ เสียสละ และจิตใจอันอ่อนโยน ซึ่งทั้งหมดเป็นแบบฉบับที่ก้านกล้วยก้าวเดินตาม

 

มะโรง

ช้างหัวหน้าพวกเด็กเกเรในโขลง เป็นช้างรุ่นพี่ของก้านกล้วย มักอาศัยความที่โตกว่าและมี พวกมากรังแกก้านกล้วยอยู่เป็นประจำ แรกๆ ก้านกล้วยก็พยายามข่มใจ แต่พอมะโรงกับพวก แกล้งหนักเข้า โดยเฉพาะล้อเลียนเรื่องพ่อ ก้านกล้วยก็ทนต่อไปไม่ได้ เมื่อเจอช้างที่เอาจริงอย่าง ก้านกล้วย ก็ทำให้เห็นว่ามะโรงเก่งแต่ปาก นักเลงแต่ท่าทางท่าดีทีเหลว เป็นผู้ร้ายตลกๆ ไม่น่ากลัว อะไรเลย

 

พลายบุญเรือง – เจ้าพระยาปราบไตรจักร

ช้างศึกผู้มีรูปลักษณ์ดีไม่แพ้ก้านกล้วย เป็นคู่แข่งที่สำคัญในการคัดเลือกเป็นพระคชาธาร แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ตำแหน่งสำคัญ คือ ก้านกล้วยขึ้นระวางสะพัดชื่อพระยาไชยานุภาพ เป็นพระ คชาธารของพระนเรศวร ส่วนพลายบุญเรืองขึ้นระวางสะพัดชื่อพระยาปราบไตรจักร เป็นช้างทรง ของพระอนุชาคือพระเอกาทศรถ

สิงขร

ช้างนำทัพในสงครามครั้งเสียกรุงฯ แม้การรบในครั้งนั้นไม่ได้ทำให้เขาบาดเจ็บ แต่เขาก็มี โรคร้ายติดตัวมายาวนาน ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นกรรมอันเกิดจากการที่ทำให้เพื่อนช้างต้องตายใน สงคราม ความสำคัญของสิงขรอยู่ตรงที่การเป็นผู้กุมความลับที่ก้านกล้วยอยากรู้มาตลอดชีวิต นั่นก็คือพ่อของเขาเป็นใคร

พระนเรศวรมหาราช

พระมหากษัตริย์ผู้เป็นมหาราชแห่งชาติไทย ผู้ประกาศอิสรภาพให้แก่กรุงศรีอยุธยา นอกจากพระปรีชาสามารถทางการรบ และความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของพระองค์แล้ว พระองค์ยัง ทรงเป็นผู้นำที่มีกลยุทธอันชาญฉลาด ในขณะเดียวกันก็ทรงมีพระทัยที่อ่อนโยน ทุกครั้งที่นำทัพ พระหัตถ์จะทรงพระแสงเข้าสู้กับข้าศึกด้วยพระองค์เองเสมอ

วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกคือการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ที่หนองสาหร่าย สุพรรณบุรี เมื่อปีพุทธศักราช 2135 หลังจากชัยชนะในครั้งนี้ กรุงศรีอยุธยาก็ไม่ถูกพม่ารุกรานอีกเป็นเวลากว่าร้อยห้าสิบปี

พระมหาอุปราชา

แม่ทัพใหญ่แห่งหงสาวดี ผู้ซึ่งในวัยเด็กเคยเติบโตมากับพระนเรศวร โดยฝ่ายหนึ่งเป็นลูก กษัตริย์ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นลูกเชลย ดังนั้นแม้จะโตมาด้วยกัน แต่พระมหาอุปราชาก็มักดูหมิ่นดูแคลน พระนเรศวรเสมอ เมื่อเล่นกันแล้วแพ้ แทนที่จะยอมรับ กลับใช้คำพูดเหน็บแนมต่างๆนานา

การนำทัพจำนวนสองแสนมายังกรุงศรีอยุธยาในครั้งนี้ ก็เพื่อทรงพิสูจน์ให้พระเจ้านันท บุเรง ผู้ทรงเป็นพระบิดา ได้ทรงเห็นว่าพระองค์ทรงเหมาะสมที่จะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ ต่อไปได้ แต่การทำยุทธหัตถีกับพระนเรศวร กลับทำให้พระองค์ต้องสิ้นพระชนม์บนพระคชาธารกลางสนามรบ

ลุงทะเรียน- ควาญมะหูด

ชายชราผู้เป็นหัวหน้าควาญช้าง และผู้ฝึกสอนช้างป่าประจำหมู่บ้าน มะหูดได้รับความ เคารพจากทุกคนในหมู่บ้าน ในฐานะผู้ที่รอบรู้เรื่องช้าง สามารถฝึกช้างที่ดุร้ายให้เชื่องได้ภายใน เจ็ดวัน และนอกจากวิชาฝึกช้างที่สืบทอดมาจากรุ่นปู่รุ่นพ่อแล้ว เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญทาง คาถาอาคม มีมนต์สะกดช้างที่ร่ำเรียนมาจากพราหมณ์ผู้เฒ่าอีกด้วย ทว่าหลักสำคัญที่เขาใช้ เวลาฝึกช้าง กลับไม่เกี่ยวกับเวทย์มนตร์คาถาใดๆ แต่เป็นเรื่องของการให้ความรัก การดูแล เอาใจใส่ และการใช้คำพูดที่นุ่มนวล ซึ่งทำให้ช้างเชื่อฟังได้ในที่สุด

เจ้ามังคุด

เด็กน้อย หลานชายของลุงทุเรียน มนุษย์คนแรกที่เอาชนะใจก้านกล้วยได้ ด้วยความ บริสุทธิ์ ร่าเริง สดใส น่ารัก แม้ยังพูดเป็นคำไม่ได้ แต่เสียงอ้อแอ้ที่ออกมาจากปาก ก็แสดงถึงความ เป็นมิตรที่ให้กับก้านกล้วย จนในที่สุดก็สามารถเปลี่ยนเขาจากช้างป่าที่เกลียดชังมนุษย์ มาเป็นให้ ความรัก และความห่วงใยต่อมนุษย์ ถึงขนาดยอมไปรบเพื่อมนุษย์ได้

ทำความรู้จักกับสารอาหาร

เพื่อให้ได้ ประโยชน์ สูงสุดจาก การควบคุมอาหาร คุณควรหาความรู้เกี่ยวกับอาหารและ สารอาหาร ด้วย เพราะจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ของการควบคุมอาหารได้เร็วขึ้น และช่วยให้เลือกอาหารได้หลากหลายอีกด้วย

เช่น คาร์บที่แบ่งออกเป็นเชิงเดี่ยว (Simple Carbohydrate) และเชิงซ้อน หากอยู่ระหว่างคุมอาหาร คาร์บเชิงซ้อนอาจเหมาะกับคุณมากกว่า เพราะอยู่ท้อง อิ่มนาน และลดความเสี่ยงของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหลังมื้ออาหาร

ในผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อคุณรู้ว่าจะต้องกินคาร์บเชิงซ้อน ควรหาอาหารที่มีคาร์บเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และธัญพืชขัดสีน้อย ความรู้เหล่านี้อาจช่วยให้การควบคุมอาหารของคุณง่ายขึ้น มีอาหารให้เลือกมากขึ้นแทนที่จะกินอาหารเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซึ่งอาจทำให้เบื่อและล้มเลิกได้

UP ปู่ซ่าบ้าพลัง เรื่องราวความรักของปู่ คาร์ล

UP ปู่ซ่าบ้าพลัง เรื่องราวความรักของ ปู่ คาร์ล ซึ่งเป็นเรื่องราวของชายชราคนหนึ่งที่ได้พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งหลงรักในการเดินทาง และผจญภัยเหมือนกัน ทั้งคู่จึงได้แต่งงานกัน ดูหนังออนไลน์ฟรี สามีของเขาสัญญากับภรรยาของเขาว่าสักวันจะพาไปเที่ยวที่ อเมริกาใต้ ความฝันของทั้งคู่คือการมีลูกด้วยกันและไปเที่ยวอเมริกาใต้ แต่แล้วความฝันของเขาก็พังทลาย เพราะเขาทั้งคู่ไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้ และวันหนึ่งภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลง เพราะภรรยาของเขาแก่กว่า เขารู้สึกเสียใจมาก ที่ไม่สามารถทำให้ความฝันของภรรยาเขาเป็นจริงได้ และยึดติดกับความทรงจำที่เคยอยู่กับภรรยาของเขารวมถึงบ้านหลังที่เขาอยู่

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ดิสนีย์พิกซาร์ ได้ส่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นการผจญภัยระหว่างคุณปู่สุดขรึมและเด็กชายลูกเสือสุดร่าเริง คนสองวัยที่ต่างกันมากๆแต่ต้องออกเดินทางร่วมกัน โดยใช้ชื่อเรื่องว่า UP  โดยหน้าหนังนั้นใครจะไปคิดว่าการ์ตูนเด็กผจญภัยจะทำให้คนดูเสียน้ำตาได้ตั้งแต่ไม่ถึง 10 นาทีแรกของเรื่อง รวมถึงเป็นการเล่าในรูปแบบที่แทบจะไม่ได้ใช้ประโยคสนทนา ปล่อยให้ภาพและอารมณ์ของเพลงเป็นตัวเล่าเรื่อง

เรื่องย่อ

เมื่อคุณปู่วัยขาสั่นอายุใกล้ 80 คาร์ล เฟรดริกเซน ผู้ที่รักภรรยาที่จากไปสุดหัวใจ เขาทำทุกทางที่จะให้ความฝันของภรรยาที่จากไปเป็นจริง แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องใช้เงิน ที่เก็บหอมรอมริบมากับภรรยาใช้จ่ายไปทีละนิด การเดินทางเพื่อภรรยา แต่แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไป ภรรยาของปู่คาร์ลก็ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง ก่อนที่ความฝันของเขาจึงเกิดขึ้นจริง

จากวัยเด็กจนถึงวัยหนุ่มสาว คาร์ล และ เอลลี่  มีสัญญาใจระหว่างกันและกัน ทั้งคู่กลายเป็นคู่หูเพื่อนรัก จนกลายเป็นคนรักกัน ทั้งคู่ย้ายไปอยู่ในบ้านร้างที่ได้เจอกันครั้งแรก  ดัดแปลงให้กลายเป็นบ้านแสนสุข ใช้เวลาว่างอยู่ด้วยกัน นอนดูก้อนเมฆและจินตนาการเป็นรูปต่างๆ คาร์ลทำงานเก็บเงินด้วยการเป็นพนักงานขายไอศกรีมรถเข็น จุดชวนคนดูน้ำตาซึมจุดแรก เมื่อเอลลี่แท้งลูกและไม่สามารถมีลูกต่อไปได้

หลังจากนั้นในเวลาต่อมา เมื่อวันเวลาผ่านไป การต่อสร้างในตัวเมืองก็เริ่มขยายตัวมากยิ่งขึ้น จนมาถึงบ้านของ คาร์ล ซึ่งบ้านของเขานั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นเพื่อนที่ทองที่จะสร้างตึก แต่แล้ว คาร์ลนั้นไม่ยอมขายบ้านที่เขาอยู่เพราะบ้านหลังนี้คือความทรงจำของเขากับเอลรี่ แล้วจะนั้นเรื่องราวทั้งหมดจึงได้เริ่มต้นขึ้น

เจ้านายของบริษัทผู้ที่กำลังสร้างตึกได้มาขอซื้อบ้านต่อจากคาร์ล แต่เขาก็ไม่ยอมขาย จนมีอยู่มาวันนึง คาร์ลได้พบกับ รัสเซล ลูกเสือวัย 9 ขวบนักผจญภัยที่เกิดมาพร้อมกับคำถามในทุกๆเรื่อง ที่มาขอช่วยเหลือคาร์ลที่เป็นคนชรา เพื่อที่ รัสเซล นั้นจะได้เอาเข็มกลัดชิ้นสุดท้ายที่เขายังไม่มีอยู่นั้นมาให้ได้โดย รัสเซล นั้นเป็นลูกเสือที่มากความสามารถและได้รับเข็มกลัดมากมาย เหลือเพียงเข็มกลัดชิ้นสุดท้ายที่เขายังไม่มีได้ นั่นก็คือ เข็มกลัดช่วยเหลือผู้สูงวัย หากเขาสะสมเข็มกลัดทั้งหมดจนครบแล้ว เขาจะได้เจอกับพ่อของเขา แต่แล้วเรื่องราววุ่นๆ ก็เกินขึ้น

รัสเซล

เป็นลูกเสือวัย 9 ขวบที่แสนกระตือรือร้นและตื๊อเก่งจากกองที่ 54 หมู่ที่ 12 รัสเซล ผู้แบกเป้หลังที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การสำรวจ พร้อมที่จะผจญภัยในป่าใหญ่แล้ว! มีข้อเสียเพียงอย่างเดียวเท่านั้นล่ะตรงที่ว่าเขาไม่เคยออกนอกเมืองไปไหนเลย ความรู้เรื่องป่าทั้งหมดของเขามาจากหนังสือล้วนๆ และประสบการณ์การตั้งแคมป์ครั้งเดียวของเขาก็คือในห้องนั่งเล่นของตัวเอง รัสเซลภาคภูมิใจที่จะโชว์ตราลูกเสือนักสำรวจของเขา

ซึ่งรวมถึงตราในการปฐมพยาบาลขั้นต้น ปฐมพยาบาลขั้นสอง สัตว์วิทยาและการปลอมแปลงโฉม เขาขาดเพียงตราช่วยเหลือคนชราเท่านั้นที่จะทำให้ความฝันในชีวิตของเขา ในการเป็นลูกเสือนักสำรวจอาวุโส เป็นจริงได้ เมื่อเขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าคาร์ล เฟร็ดดิคเซนจะเป็นชายชราที่เขาจะช่วยเหลือ รัสเซลกลับกลายเป็นคนที่ต้องติดอยู่บนระเบียงหน้าบ้านของคาร์ลไปโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อบ้านลอยขึ้นสู่อากาศ และพบว่าตัวเองได้ผจญภัยในป่าจริงๆ อย่างที่เขาใฝ่ฝันถึงมาโดยตลอด

ดั๊ก สุนัขโกลเด้นแสนน่ารัก

สุนัขพันธุ์โกลเด้นแสนน่ารักที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่า “พาราไดส์ ฟอลส์” ในฐานะส่วนหนึ่งของฝูงสุนัขที่ตามหานกที่บินไม่ได้ ดั๊กก็เหมือนกับสุนัขตัวอื่นๆ ในฝูง ที่มีปลอกคอไฮเทคที่สามารถแปลความคิดของเขาให้กลายเป็นคำพูด แต่ดั๊กก็ถูกล้อว่าเป็นเนิร์ดประจำฝูง เมื่อถูกส่งเข้าป่าไปเพื่อทำภารกิจ “พิเศษ” ดั๊กก็บังเอิญทำภารกิจลุล่วงเมื่อเขาค้นพบนกที่ติดตามคาร์ลและรัสเซลมา ขณะที่พวกเขาถูกตามไล่ล่าไปทั่วป่าจากฝูงของเขาเอง ดั๊ก ผู้เรียบง่ายแต่น่ารัก ก็ต้องตัดสินใจว่า เขาควรจะอยู่ฝูงไหนกันแน่

เควิน นกที่บินไม่ได้และมีความสูง 13 ฟุต

ที่ซ่อนเร้นจากทั่วทั้งโลกในป่าพาราไดส์ ฟอลส์ ด้วยขนนกสีสันสดใสและลำคอที่ยาว และคดงอได้ ทำให้เควินเป็นนกที่มีความว่องไวและพลิ้วไหวเป็นพิเศษ จริงๆ แล้ว นกยักษ์ตัวนี้มักจะไปตกอยู่ในสถานการณ์ที่แปลกประหลาดและดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้อยู่เสมอๆ มีน้อยคนนักที่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่าอย่างยิ่งทางวิทยาศาสตร์ตัวนี้มีชีวิตอยู่ แต่คาร์ลและรัสเซลก็ไปเจอกับนกตัวนี้โดยบังเอิญ ซึ่งรัสเซลตั้งชื่อมันว่าเควินหลังจากเขาพบว่ามันก็ชอบของหวานเหมือนกับเขา ทั้งเควินและรัสเซลต่างกลายเป็นเพื่อนซี้กันในทันที และแม้ว่ามันมักจะเอาไม้เท้าของคาร์ลไปอมเล่นอยู่บ่อยๆ เควินก็ได้ร่วมผจญป่าไปกับกลุ่มที่ไม่น่าจะอยู่ร่วมกันได้ ที่ประกอบไปด้วยคาร์ล, รัสเซลและดั๊ก

หนัง 3 มิติเรื่องแรกที่เปิดตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์

จากผู้กำกับที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ พีท ด็อกเตอร์ จาก มอนส์เตอร์อิงค์ ให้เสียงโดย เอ๊ด เอสเนอร์, คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์, และแน่นอน จอห์น แรทเซนเบอร์เกอร์ นักแสดงคนเดียวที่ได้พากย์เสียงในภาพยนตร์ทุกเรื่องของพิกซาร์ ซึ่งคราวนี้เขาจะรับบทเป็น คนงานก่อสร้างชื่อ ทอม เตรียมตัวผจญภัยบนท้องฟ้า ตะลุยป่าดงพงไพรไปกับฮีโร่วัยดึกและลูกเสือขี้สงสัย ในระบบดิสนีย์ดิจิตอล 3 มิติทะลุจอ

สร้างปรากฎการณ์กันอีกครั้งกับแอนิเมชั่น สตูดิโอระดับโลกอย่าง วอลท์ ดิสนีย์ พิกซาร์ที่เปิดตัวหนังใหม่ทีไรต้องขึ้นอัดับหนึ่งทุกครั้งไป ไม่เว้นแม้แต่แอนิเมชั่นเรื่องล่าสุด UP ปู่ซ่าบ้าพลัง แอนิเมชั่นเรื่องที่ 10 ที่สร้างสถิติ เปิดตัวขึ้นอันดับ 1 สหรัฐอเมริกาเป็นครั้งที่ 10 ติดต่อกันให้กับ ดิสนีย์ พิกซาร์ และยังเป็น ภาพยนตร์ 3 มิติเรื่องแรกที่ทำรายได้เปิดตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ อีกด้วย รายได้เปิดตัวสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 68.2 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ ถือว่าเป็นรายได้เปิดตัวสูงสุดอันดับที่ 3 ของพิกซาร์รองจาก The Incredibles และ Finding Nemo

ฉากช่วงชีวิตของคาร์ลและเอลลี่ ดำเนินเรื่องด้วยเสียงเปียโนบรรเลงเพลงธีมตลอดฉากให้ความสนุกสนาน สุข เศร้า สิ่งที่ทำให้คนดูมีความรู้สึกร่วมกับฉากนี้มากๆ อาจจะเป็นเพราะนี่คือความจริงของชีวิต สัจธรรมของเส้นทางทุกคน มีความรัก มีความฝัน ผิดหวังและการจากลา ซึ่งทุกคนไม่อาจเลี่ยงได้ พร้อมกับตั้งคำถามสอนคนดูว่า ทุกคนต้องพานพบเจอการจากลากันทั้งนั้น อย่ารอให้ถึงวันที่สายเกินไปถึงจะทำตามความฝันเพราะเวลาไม่เคยรอใคร แม้หนังจะมีจุดเศร้าในตอนแรก แต่ในตอนท้ายสุดของเรื่อง UP ก็ตอบแทนคนดูด้วยความสุขในแบบฉบับของพิกซ่าร์

นักพากย์ตัวละคร

  • เอ็ด แอสเนอร์ (คาร์ล เฟร็ดดริคเซน)
  • จอห์น แรทเซนเบอร์เกอร์ (ทอม หัวหน้าคนงานก่อสร้าง)
  • จอร์แดน นากาอิ (รัสเซล)
  • อลิซาเบธ “เอลลีย์” ด็อคเตอร์ (เอลลีย์วัยเด็ก)
  • เดลรอย ลินโด (เบต้า)

ข้อคิดของหนัง

ข้อคิดดีดีจากเรื่องนี้ เวลาที่เราต้องทิ้งของบางอย่าง แต่รู้สึกเสียดายจะนึกถึงเรื่อง Up ปู่ซ่าบ้าพลัง จากตอนที่คุณปู่โยนของในบ้านทิ้ง เพื่อให้บ้านลอยไปช่วยเด็กได้ แม้ว่าของทั้งหมดจะเต็มไปด้วยความทรงจำของเขากับภรรยา เป็นฉากที่สะเทือนใจมาก แต่มันทำให้เราคิดได้ว่า ถ้าเราลองมองข้ามความทรงจำนั้นไปมันก็แค่สิ่งของเท่านั้น

หนังรักในดวงใจขอมอบให้เรื่อง Up ปู่ซ่าบ้าพลัง เป็นการ์ตูนที่สื่อถึงความรักออกมาได้ดีมาก  ดูแล้วอบอุ่นหัวใจตาม แต่ก็เศร้าไปพร้อมกัน Up ปู่ซ่าบ้าพลังรัก  ตั้งแต่ต้นเรื่องฟีลกู้ดสุด เป็นการ์ตูนผจญภัยที่ใครยังไม่ดูควรไปหาดูเลยห้าม สนุกมากน่ารักดี ต้องลองไปดูกันนะ สุดท้ายนี้ถ้ารู้จักปล่อยวางกับสิ่งที่ไม่ควรยึดติดแล้ว จิตใจเราจะเป็นสุข ดูเรื่องนี้ให้ข้อคิดหลายเรื่องไม่แปลกที่ใคร ๆ ต่างก็ชอบเรื่องนี้กัน

เรื่องราวของรุ่นน้อง ที่มาบอกเล่าประสบการณ์ของพีาชายที่ได้ไปลองของกับเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่เรื่องราวจะเป็นยังไงนั้นติดตามได้ที่ อย่าลองของกับเด็กเสิร์ฟ เรื่องสยองขวัญอ่านแล้วรับรองว่าขนลุกอย่างแน่นอน

กำหนดฉาย : 11 มิถุนายน 2552
แนว : แอนิเมชั่น/ผจญภัย
นักพากย์

เอ็ด แอสเนอร์ (คาร์ล เฟร็ดดริคเซน)
จอห์น แรทเซนเบอร์เกอร์ (ทอม หัวหน้าคนงานก่อสร้าง)
จอร์แดน นากาอิ (รัสเซล)
อลิซาเบธ “เอลลีย์” ด็อคเตอร์ (เอลลีย์วัยเด็ก)
เดลรอย ลินโด (เบต้า)

กำกับ : พีท ด๊อกเตอร์

หยุดพฤติกรรมเสี่ยง

นอกจาก การรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์เพื่อให้ทารกมี พัฒนาการ ที่เหมาะสมแล้ว คุณแม่ควรงดหรือปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่างที่เป็นอันตรายกับ ทารกในครรภ์ เช่นการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

เพราะอาจทำให้ทารกพิการหรือเสียชีวิตในครรภ์ได้ นอกจากนี้คุณแม่ควรนอนหลับให้เพียงพอเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและบรรเทาอาการอ่อนเพลีย

Alice in Borderland VS Sweet Home ซีรีส์สองสัญชาติเรื่องไหนเด็ดกว่ากัน!

ถ้าพูดถึงโปรแกรมซีรีส์เข้าใหม่จากทาง Netflix ที่มาแรงในช่วงนี้ก็ต้องมีชื่อของ Alice in Borderland และ Sweet Home รวมอยู่ด้วยแน่นอน ทั้งสองเรื่องเป็น ซีรีส์แนวเซอร์ไววัล ที่มีพล็อตคล้ายๆ กันในเรื่องของการเอาชีวิตรอดแถมยังดัดแปลงมาจากการ์ตูนทั้งคู่ด้วยและยังออกมาช่วงใกล้ๆ กันอีก ทางเราเลยอดที่จะเอาสองเรื่องนี้มาเทียบกันไม่ได้ว่าเรื่องไหนดูแล้วจะเด็ดกว่ากัน

Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ เป็นซีรีส์จากประเทศญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากมังงะโดยจะเล่าเรื่องราวของ อาริสึ ชายหนุ่มว่างงานไม่เอาไหน วันๆ เล่นแต่เกมไม่ยอมทำอะไรจนที่บ้านเอือมระอา วันหนึ่งขณะที่เขากำลังเล่นสนุกอยู่กับกลุ่มเพื่อนท่ามกลางเมืองโตเกียวที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เพียงแค่เสี้ยวนาทีสั้นๆ อยู่ดีๆ คนในเมืองหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือเพียงแค่เขากับเพื่อนอีกสองคนเท่านั้น แต่แค่นั้นยังไม่พอเพื่อจะมีชีวิตรอดเขาและเพื่อนจำเป็นต้องเล่นเกมที่เดิมพันด้วยชีวิต ถ้าแพ้เท่ากับตาย ถ้าไม่เล่นก็ไม่รอด เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเล่นเกมให้ชนะและกลับไปยังโลกเดิมให้ได้

ความรู้สึกหลังดู Alice in Borderland: สำหรับเราๆ ว่าซีรีส์เรื่องนี้เปิดตัวมาได้ค่อนข้างดีเลย ดูหนังออนไลน์ฟรี พล็อตเรื่องน่าสนใจชวนให้ลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ละเกมก็น่าตื่นเต้นด้วยความที่มันเดิมพันด้วยชีวิตทำให้เราลุ้นไปกับตัวเรื่องและเอาใจช่วยพระเอกแบบสุดๆ นักแสดงแต่ละคนเล่นได้ดีสมบทบาทมาก หลายตัวละครก็ทำให้เรารู้สึกชื่นชอบและผูกพันจนต้องตามไปส่องไอจีหลังดูซีรีส์จบ ฉากดราม่าก็ทำเอาเราอินถึงกับเสียน้ำตาตามอยู่เหมือนกัน ตัวซีรีส์ปูเรื่องความสัมพันธ์ของแก๊งพระเอกมาได้ค่อนข้างดีดูแล้วรู้เลยว่าสนิทกันมาก ตัวเกมในเรื่องก็น่าสนใจมีฉากให้พระเอกได้โชว์สกิลความฉลาดดูเท่มากแอบอยากให้มีฉากเล่นเกมเยอะกว่านี้แต่ก็เข้าใจได้เพราะซีรีส์มีแค่ 8 ตอนเอง ช่วงท้ายส่วนตัวรู้สึกว่าค่อนข้างเอื่อยไปหน่อยแถมยังดูมั่วๆ แบบถ้าใครเคยดูอนิเมะญี่ปุ่นแนวนี้ก็คงพอคุ้นกับฉากจบนัวๆ แบบนี้อยู่เหมือนกันทำให้รู้สึกว่าจบแบบนี้อีกแล้วสินะ แต่ด้วยความที่อยากรู้ตอนจบว่าจะเป็นยังไงก็ทำให้เราดูจนจบ โดยรวมก็ถือว่าชอบและรอติดตามซีซั่น2ต่อแน่นอน

Sweet Home ซีรีส์จากประเทศเกาหลีที่ดัดแปลงมาจาก Webtoon เล่าเรื่องราวของ ชา ฮยอนซู เด็กหนุ่มที่ชอบเก็บตัวและใช้ชีวิตด้วยความสิ้นหวัง หลังการจากไปของครอบครัวฮยอนซูได้ย้ายเข้ามาที่อพาร์ตเมนต์กรีนโฮมและวางแผนจะฆ่าตัวตายเร็วๆ นี้แต่แผนการของเขาก็ต้องถูกพับไปก่อนเมื่อดันเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น อยู่ดีๆ ก็มีสัตว์ประหลาดเกิดขึ้นรอบเมืองซึ่งสัตว์ประหลาดพวกนั้นเกิดจากคนนี่เอง ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการเลือดกำเดาไหลอย่างรุนแรง คนในอพาร์ตเมนต์ต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อความอยู่รอดโดยที่ไม่รู้เลยว่าใครจะกลายเป็นสัตว์ประหลาด และที่เลวร้ายกว่านั้นตัวฮยอนซูเองก็ดันติดเชื้อด้วยเช่นกัน

ความรู้สึกหลังดู Sweet Home: ส่วนตัวรู้สึกว่าช่วงเริ่มของซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างมาแบบเนิบๆ เอื่อยๆ เกินไปจนเกือบจะถอดใจเลิกดูไปแล้วแต่พอจบการปูพื้นตัวละครคร่าวๆ มาครึ่งหลังช่วงที่เริ่มมีสัตว์ประหลาดตัวซีรีส์ก็น่าตื่นเต้นมากขึ้นทำเอาเราอ้าปากค้างอยู่เหมือนกัน ฉากแอคชั่นในเรื่องค่อนข้างเยอะดูแล้วลุ้นตามจนเกร็งไปหมด คนในอพาร์ตเมนต์บางคนก็น่าหงุดหงิดมากแต่ก็เป็นธรรมดาของซีรีส์แนวนี้ที่จะต้องมีบางคนทำตัวน่ารำคาญอยู่แล้ว เนื้อเรื่องค่อนข้างเดาได้ง่ายบางฉากในซีรีส์ก็ดูไม่สมเหตุสมผล ความสัมพันธ์ตัวละครก็ไม่ได้ดูแน่นแฟ้นกันมากนักแต่ก็มีบางตัวละครที่ทำให้เราชื่นชอบได้ โดยรวมก็ถือว่าสนุกดี ดูเอามันได้เลย เป็นอีกเรื่องที่รอให้มีซีซั่นต่อไปรอดูแน่นอน

Alice in Borderland VS Sweet Home สรุปแล้วสองเรื่องนี้ถึงแม้ว่าจะดูเป็นแนวเซอร์ไววัลเหมือนกันแต่ตัวซีรีส์ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป Alice in Borderland จะให้อารมณ์แบบ mystery ดูแล้วต้องคิดตาม อยากรู้ว่าใครคือตัว GM และพระเอกจะแก้เกมยังไง ส่วน Sweet Home จะให้อารมณ์แบบแอคชั่นบู๊แหลกฟาดกับสัตว์ประหลาดฉึบฉับเลือดนี่เต็มไปหมด ยังไงก็ลองตามไปดูทั้งสองเรื่องได้ที่ Netflix นะ ทั้งสองเรื่องมีพากย์ไทยให้ชมด้วย ใครที่อยากชมแบบจอใหญ่ๆ ก็สามารถรับชมผ่านกล่อง TrueID TV ได้เลย

จุดเด่นและจุดด้อยของซีรีส์สยองขวัญ Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ

ซีรีส์สยองขวัญ Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ ถูกดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า “Imawa no Kuni no Alice” ที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมและการล่อเล้นกับจิตวิทยาของตัวละคร (รวมไปถึงคนอ่าน) ได้อย่างถึงแก่นและได้รับการพูดถึงอย่างมากในกลุ่มของคนรักการ์ตูนประเภทนี้

อันดับแรกต้องยอมรับก่อนว่าในช่วงหลังมานี้ หนังซีรีส์จากประเทศญี่ปุ่นที่ถูกดัดแปลงมาจากการ์ตูนเล่ม (นิยายภาพ) ค่อนข้างที่จะทำออกมาได้ดีมากขึ้น ทั้งในส่วนของการดัดแปลงเนื้อหา การแสดงและมุมกล้อง เพราะก่อนหน้านี้ ซีรีส์ญี่ปุ่นทำได้ไม่ค่อย “ถึงอารมณ์” อย่างเช่น ซีรีส์นักสืบชื่อดังอย่าง “คินดะอิจิ” ทำให้หาวนอนตลอดการชม จนทำให้ผู้เขียนแขยงหนังซีรีส์จากญี่ปุ่นไปพักใหญเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ชมรีส์สยองขวัญ Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ ซีซั่นแรกจบไป มันก็ได้ช่วยเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อหนังเรื่องนี้ไปอย่างมากเลยทีเดียว เพราะทั้งภาพ การเล่าเรื่องราว มุมกล้องและ CGI ทำออกมาได้ลื่นไหล “สนุกมาก” กว่าที่คาดหวังเอาไว้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังค่อนข้างรักษาคุณภาพของต้นฉบับการ์ตูนที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมเลือดสาดในระดับที่คนทั่วไปชมได้เอาไว้ อันนี้ต้องขอชมทีมผู้ทำหนังอย่างมากเลยทีเดียว

ในส่วนข้อด้อยของซีรีส์สยองขวัญ Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ น่าจะเป็นเรื่องรายละเอียดเล็กน้อยในการสวมบทบาทของตัวละครที่พอจะมองข้ามไปได้ ส่วนตัวคิดว่าการเข้าถึงตัวละครของนักแสดงยังไม่ถึงขั้น “เขย่าวิญญาณ” ให้ขนลุกตามไปด้วยได้สักเท่าไหร่นัก และยังคงมีการดึงดราม่าของเรื่องราวตามสไตล์หนังญี่ปุ่น ที่ยังเฉยๆ ไม่กระแทกใจสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากมองข้ามเรื่องพวกนี้ไปได้รับรองว่าซีรีส์สยองขวัญ Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ น่าดูเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

โดยรวมแล้วซีรีส์สยองขวัญ Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ น่าดูหรือเปล่า!?

หลังจากที่ชมซีซั่นแรกจบไป ผู้เขียนอยากแนะนำให้ลองหาซีรีส์สยองขวัญ Alice in Borderland อลิสในแดนมรณะ มารับชมกัน เพราะขนาดผู้เขียนที่อ่านการ์ตูนจนจบและรู้บทเฉลยของทุกบททดสอบในเกมยังรู้สึก “สนุก” เชื่อว่าสำหรับคนที่ได้ชมเป็นครั้งแรก ย่อมต้อง “ตื่นเต้น” และรวมลุ้นไปกับความพยายามเอาชีวิตรอดของตัวละครแบบสุดๆอย่างแน่นอน

สรุป

ซีรีส์ญี่ปุ่นที่สร้างจากมังงะที่พล็อตแนวห้องปิดตายเล่นเกมเดิมพันชีวิตอาจจะไม่ได้แปลกใหม่ แต่ก็มีความโดดเด่นในแบบของตัวเอง และสามารถสลัดภาพแนว Live-Action จ๋าที่เป็นแนวนิยมของญี่ปุ่นไปได้ในช่วงแรก (ตอน 1-4) ซึ่งก็ดูดีมาก ลุ้นระทึก กดดัน ใช้ไหวพริบแก้ปัญหา ตัวเอกก็ไม่ได้เป็นฮีโร่เก่งอะไรมาก พัฒนาการตัวละครก็ดูสมเหตุผลลงตัว มีความสมจริงผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ช่วงหลังตอนที่ 5 ไปตัวเรื่องกลับเปลี่ยนไปเป็นแนว Live-Action ที่เต็มไปด้วยตัวละครแปลกๆ เนื้อเรื่องที่พยายามยัดปมดราม่าเข้ามามากมายให้ซึ้ง หลายจุดขาดความสมเหตุผล เกมที่ลุ้นระทึกกลับกลายเป็นแนวสืบสวนขายดราม่าจนหมดลุ้นอะไรในช่วงนี้ไปเลย ซึ่งความน่าติดตามน้อยกว่าตอนแรกมาก ก่อนปิดท้ายเฉลยกันง่ายๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นระดับหนึ่ง แล้วตัดจบไปต่อที่ซีซั่น 2

จุดเด่น

  • รูปแบบเกมลุ้นระทึกมาก
  • ตัวเอกที่ไม่ได้เก่งเว่อร์อะไรมากแบบการ์ตูนทำให้ดูมีลุ้นมีพลาดได้ทุกเกม
  • นางเอกแนวแอ็กชั่น แถมน่ารักด้วย
  • พล็อตเรื่องออกแนวแฟนตาซีไซไฟเว่อร์วังน่าติดตาม
  • มีความโหดรุนแรงสูง แต่ก็ไม่ได้มากแบบขายฉากแหวะ
  • ตัวละครสาวนุ่งน้อยห่มน้อยเยอะขายผู้ชายโดยเฉพาะ
  • มีเสียงพากย์ไทย

จุดด้อย

  • พล็อตเรื่องไม่ได้แปลกใหม่
  • ความไม่สมเหตุผลในช่วงหลังหลายอย่างตั้งแต่ตอน 5 ไป
  • ช่วงหลังเน้นดราม่ามากเกินจนอารมณ์ต่างกับช่วงแรก
  • คาแรกเตอร์ตัวละครในช่วงหลังเป็น Live-Action มากเกินไป
  • เฉลยเรื่องตอนท้ายแบบง่ายๆ ดูเป็นการ์ตูนมากไป (ออกแนวตัวร้ายมาเล่าแผนที่ผ่านมาของตัวเองให้ฟัง)

พล็อตเรื่องไม่ได้แปลกใหม่

ความไม่สมเหตุผลในช่วงหลังหลายอย่างตั้งแต่ตอน 5 ไป
ช่วงหลังเน้นดราม่ามากเกินจนอารมณ์ต่างกับช่วงแรก
คาแรกเตอร์ตัวละครในช่วงหลังเป็น Live-Action มากเกินไป
เฉลยเรื่องตอนท้ายแบบง่ายๆ ดูเป็นการ์ตูนมากไป (ออกแนวตัวร้ายมาเล่าแผนที่ผ่านมาของตัวเองให้ฟัง)

แต่ในช่วงครึ่งหลังของเรื่องนี้เองที่ภาพของ Live-Action กลับมาแบบเต็มๆ เมื่อนื้อเรื่องปูไปถึงขีดสุดของทีมตัวเอกในช่วงแรกจบที่ตอน 4 พอขึ้นตอน 5 เข้าสู่ช่วงของนางเอก “อุซางิ” (ชื่อแปลว่ากระต่าย ถูกตั้งให้พ้องกับในเรื่องอลิซต้นฉบับ แสดงโดย Tao Tsuchiya) เรื่องราวที่ดูน่าจะเข้มข้นจริงจังเรียลๆ กว่าเดิม กลับกลายเป็นแนว Live-Action ดูเป็นการ์ตูนมากขึ้นเรื่อยๆ จากตัวละคร ในช่วงหลังที่ทั้งฝ่ายดีและไม่ดีต่างแต่งตัวจัดทรงผมหน้าตาประหลาดๆ คาแรกเตอร์ บทพูดต่างๆ ชุดเหมือนถอดคอสเพลย์การ์ตูนมาเล่นหนังแทน แม้จะเข้าใจได้ว่าพยายามทำให้เรื่องดูเป็นแฟนตาซีมากขึ้น เมื่อรู้ว่ามีคนมากมายติดอยู่ในที่แห่งนี้เช่นกัน และก็มีการรวมตัวกันเป็นทีมเป็นระบบมากกว่าในช่วงแรก ซึ่งก็ต้องมีหัวหน้าที่ปกครองและออกกฎให้ทุกคนทำตาม ป้องกัน การแหกกรอบเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และก็ตามสูตรพอเป็นอย่างนี้ก็ต้องเกิดความวุ่นวายจากชนชั้นปกครองขึ้นอยู่ดี ซึ่งจุดนี้เองที่เรื่องพยายามนำเสนอกึ่งโลกดิสโทเปียว่าทุกคนจะใช้ชีวิตในดินแดนแห่งนี้อย่างไร และเกมที่ถูกจัดขึ้นโดยเกมมาสเตอร์ก็ถูกพักหายไปช่วงใหญ่เลย เพื่อโอนตัวร้ายกลับมาให้เป็นฝ่ายมนุษย์ชนชั้นปกครองที่ติดอยู่ในดินแดนแห่งนี้แทน

วัยหมดประจำเดือน

เนื่องจาก วัยหมดประจำเดือน เป็นช่วงที่ร่างกายผลิต ฮอร์โมนเพศหญิง หรือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน น้อยลง ผู้หญิงในวัยนี้จึงอาจประสบปัญหาผนังช่องคลอดบาง อันเป็นผลจากผนังช่องคลอดฝ่อตัวลง

โดยผนังช่องคลอดจะบางลง มีอาการแห้ง อักเสบได้ง่าย และไม่ยืดหยุ่นเหมือนก่อน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการต่าง ๆ เช่น แสบร้อนบริเวณช่องคลอด มีตกขาว คันอวัยวะเพศ แสบขณะปัสสาวะ เป็นต้น

นอกเหนือจากสาเหตุข้างต้น อาการคันอวัยวะเพศยังอาจเป็นผลมาจากสาเหตุอื่น ๆ อย่างความเครียดที่ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงและง่ายต่อการติดเชื้อ รวมถึงสาเหตุที่เป็นอันตรายอย่างมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก จนก่อเกิดเป็นก้อนเนื้อร้าย แต่สาเหตุทั้งสองอย่างนี้มักมีโอกาสเกิดได้ไม่มากนัก