Stand by Me Doraemon 2: ดราม่าเรียกน้ำตามาต่อเนื่อง

โนบิตะ พบตุ๊กตาหมีตัวเก่าที่เขาเคยเล่นสมัยเด็กอยู่ในห้อง ทำให้เขานึกถึงคุณย่าที่แสนใจดี พร้อมตัดสินใจชวนโดราเอมอนย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อพบกับคุณย่าอีกครั้ง จนเมื่อคุณย่าเอ่ยปากว่า “อยากจะพบกับเจ้าสาวของโนบิตะ” โดราเอมอนและโนบิตะจึงเดินทางไปในวันแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก่อนจะพบว่าโนบิตะในวัยผู้ใหญ่ได้หนีหายออกจากงานแต่งงานของเขากับชิซึกะไป โนบิตะและโดราเอมอนจึงต้องช่วยกันตามหาเพื่อทำให้ความฝันของคุณย่าเป็นจริง

ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของฟูจิโกะ F ฟูจิโอะ จะมีการสร้างโดราเอม่อนในรูปแบบของภาพยนตร์ 3D CG แอนิเมชั่น ชื่อว่า “Stand by me Doraemon” กำหนดการฉายในญี่ปุ่นวันที่ 8 สิงหาคมนี้

เป็นตัวละครที่อยู่ในใจของใครหลายๆ คน ตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ ปกติแล้วโดราเอม่อนจะมีเป็นภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นออกมาทุกปี แต่ในปีนี้จะพิเศษด้วยการสร้างออกมาในรูปแบบ 3DCG ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน ส่วนในไทยนั้นมีสิทธิ์ที่จะได้ชมค่อนข้างสูง (ลิขสิทธิ์คาดว่าจะเป็นของ Rose Media) สามารถดูได้ที่ ดูหนังออนไลน์

ห่างมาถึง 6 ปีนับจากภาคแรกในชื่อ ‘Stand by Me Doraemon โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป’ ในปี 2014 ซึ่งจริงแล้วก็ถือว่าจบลงตัวในตัวเองอย่างมากแล้ว แต่ด้วยความนิยมของแอนิเมชัน 3 มิติชุดนี้ ทำให้ผู้กำกับ ยามาซากิ ทาเคชิ และ ยางิ ริวอิจิ จากภาคแรกกลับมาสานต่อเรื่องราวมิตรภาพสุดซึ้งนี้ต่อ

และได้ออกฉายในญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว ส่วนบ้านเราก็กำลังจะเข้าฉายโปรแกรมปกติในวันที่ 6 เมษายนนี้ โดยมีรอบพิเศษจัดฉายมาแล้วตั้งแต่วันที่ 1-5 เมษายนด้วย

ว่ากันตามจริงแล้วต้องบอกก่อนว่าความแตกต่างสำคัญระหว่าง Stand by Me Doraemon กับแอนิเมชันโดราเอมอนที่เป็นภาคการผจญภัยต่าง ๆ ซึ่งมีออกฉายมาแทบทุกปีนั้น หลัก ๆ คือกลุ่มผู้ชม เพราะในขณะที่แอนิเมชัน 2 มิติจะจับกลุ่มเด็กจริง ๆ ที่เน้นเรื่องของฉากการผจญภัยหวือหวา มีเพื่อนใหม่ของโนบิตะที่น่าสนใจซึ่งมักไม่ใช่คน เรียกว่าอัดแฟนตาซีจัดเต็มกว่า

แต่แอนิเมชัน 3 มิติ ในชุด Stand by Me Doraemon นั้น จะจับความสนใจ หรือความเข้าใจกับอดีตเด็ก หรือผู้ใหญ่ในปัจจุบันที่โตมากับการ์ตูนชุดโดราเอมอนได้ดีกว่า ทั้งด้วยเรื่องของฉากการผจญภัยที่จะไม่แฟนตาซีเท่า ดูมีความดราม่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกว่าและต้องอาศัยความเข้าใจมากขึ้น นอกจากนี้มุกการเล่าเรื่องก็ยังสามารถใส่ความซับซ้อนได้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการย้อนเวลาแก้ไขอดีต-อนาคตไปมา ซึ่งที่ว่ามามันคือหนังแอนิเมชันสำหรับเด็กโตจนถึงวัยผู้ใหญ่ดูนั่นเอง

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ ‘Stand by Me Doraemon 2 โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2’ ด้านเนื้อเรื่องนั้น ก็แอบประหลาดใจเล็กน้อยที่หนังมีความเชื่อมโยงแบบจับต้องได้กับหนังภาคแรก ซึ่งที่คาดไว้ทีแรกคือหนังน่าจะแยกกันจบในตัวแบบแอนิเมชัน 2 มิติที่แต่ละตอนไม่ต้องเชื่อมโยงกัน ด้วยระยะเวลาที่ทิ้งห่างมาถึง 6 ปี คนที่ดูภาคแรกก็น่าจะลืมรายละเอียดไปเยอะแล้ว ทว่าผู้สร้างก็คงความตั้งใจให้หนังชุดนี้มีความเป็นชุดสะสม ที่เรื่องราวต่อเนื่องเป็นหนังชุดเดียวกันนั่นเอง

เนื้อเรื่องที่โนบิตะอยากกลับไปหาคุณย่าเพราะเจอตุ๊กตาในวัยเด็ก (โดยนำเนื้อหาในหนังสือการ์ตูนตอนที่ซึ้งที่สุดตอนหนึ่งมาใช้) และลากไปสู่ตอนที่โนบิตะในอนาคตหนีการแต่งงาน ทำให้โดราเอมอนต้องตามไปแก้ปัญหามีการข้ามเวลาไปมากันวุ่นวาย จึงเป็นการคิดเลือกเรื่องราวในตอนที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโนบิตะกับครอบครัว (คุณย่า,คุณพ่อ,คุณแม่) มาเชื่อมกับครอบครัวที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ (โนบิตะ กับชิสุกะ) นั้น ทำให้เราเห็นความพิถีพิถันของผู้สร้างอย่างดีทีเดียว อันนี้ชื่นชมมาก ๆ

ซึ่งฉากประมวลความสัมพันธ์ทั้งหมดค่อนปลายเรื่อง ลากยาวจนถึงจบนั้น ต้องบอกว่า ขยี้แล้วขยี้อีก อัดฉากซึ้ง ๆ คำพูดซึ้ง ๆ มารัว ๆ ฉากนี้ยังไม่น้ำตาซึมเหรอ ได้ งั้นต่อด้วยฉากนี้ ยังอีกเหรอ งั้นฉากนี้ล่ะ ..อารมณ์ประมาณนี้เลย ตรงนี้แล้วแต่คนเลย ใครอินอยู่แล้วก็น่าจะยิ่งชอบ แต่ในทางกลับกันใครไม่อินมุกแนวญี่ปุ่นขยี้เรียกน้ำตาก็คงรู้สึกว่าจะอะไรกันนักกันหนา ทว่าด้วยความเป็นแอนิเมชันน่ารัก ๆ เราคงไม่รู้สึกไปรำคาญตัวละครเท่ากับหนังญี่ปุ่นคนแสดงอยู่ดี

ส่วนที่ยังทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็เป็นจุดที่เลี่ยงไม่ได้ ก็คงเป็นบรรดาความงี่เง่าของตัวโนบิตะเองที่ต้องมีเพื่อสร้างปัญหาให้เรื่องเดิน ซึ่งในหนังสือการ์ตูนเราอาจเคยชินกับมันอยู่แล้ว เพราะมักจะจบความงี่เง่าหนึ่ง ๆ ในตอนสั้น ๆ แต่พอมาเป็นหนังยาว ๆ แล้วยังเล่าด้วยความสมจริงมาก ๆ ไม่ค่อยแฟนตาซี บรรดาความงี่เง่าเหล่านั้นจึงอาจมากเกินพอดี

เราอาจทำใจได้ว่าเขาเป็นเพียงเด็กประถมมันก็มีความไม่นิ่งทางอารมณ์ความคิดอยู่แล้ว นั่นก็พอเข้าใจได้ ในฉากที่โนบิตะกลับไปอดีตเจอตัวเองตอนเด็กกว่าทำตัวงี่เง่า โนบิตะก็โกรธ และนี่คือจุดสำคัญมาก ๆ ว่าตัวละครโนบิตะในปัจจุบันนั้นมีพัฒนาการมาก แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่ค่อยทำตัวงี่เง่า ซึ่งดีมาก ๆ ที่หนังเล่าได้แบบนี้ ทว่าพอไปเจอโนบิตะผู้ใหญ่ปรากฏว่าตัวโนบิตะในวัยผู้ใหญ่ดันทำตัวงี่เง่าหนักกว่า มันทำให้ความรู้สึกตรรกะของหนังมันแปร่ง ๆ ไปหมด และกลายเป็นว่าเราอยู่กับความงี่เง่าของโนบิตะในทุกวัยแทบจะ 60% ของเรื่อง ซึ่งมันทรมานไม่น้อยทีเดียว

และแม้ท้ายสุดหนังจะหาทางออกและคลี่คลายได้ว่าทำไมโนบิตะจึงไม่ได้เรียนรู้พัฒนาความคิดอะไรขึ้นเลยหลังเหตุการณ์ทั้งหมดที่ว่ามา เพื่อให้เนื้อหาของแอนิเมชันในอนาคตไม่แกว่ง แต่ในทางหนึ่งเราก็รู้สึกว่าเขาทิ้งพัฒนาการของตัวละครไปแบบไม่ใยดีเกินไป เหมือนเวลากว่าชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมา โนบิตะกลับไปเป็นเด็กงี่เง่าคนเดิมตอนต้นเรื่อง เนี่ยเสียดายสุด

อีกเรื่องที่น่าดีใจคือ แม้หนังจะมีบทสรุปจบในตัว แต่ก็ทิ้งเชื้อแบบเนียน ๆ ถึงภาค 3 ไว้ (ถ้าจะทำ) เพราะมีฉากหนึ่งที่โนบิตะกับโดราเอมอนเปิดดูอนาคต 1 ปีหลังวันแต่งงานและพบว่า… ซึ่งเราอาจหลงลืมไป และคิดว่าแก้ไขเหตุการณ์หมดแล้ว ทว่าในความจริงเหตุการณ์ที่ทั้งคู่เห็นนั้นก็จะยังคงอยู่ หากแต่โนบิตะกับโดราเอมอนเข้าใจผิดไปเองว่านั่นเกิดจากเหตุการณ์หนีการแต่งงานครั้งนี้ จึงน่าสนใจไม่น้อยทีเดียวว่าเกิดอะไรขึ้นกับโนบิตะหลังแต่งงานไปแล้ว 1 ปีกันแน่

จุดเด่น

ภาพที่สวยงามมาก ๆ อันนี้น่าจะไม่มีคนเถียง การเล่าเรื่องทั้งซึ้ง ตลกและอมยิ้มนั้นทำได้ดี เอาหลาย ๆ ตอนในหนังสือมายำได้ลงตัวมาก เล่าความสัมพันธ์ระหว่างโนบิตะกับคนรอบตัวโนบิตะได้ดีจริง ๆ และแนะนำเลย เพลงจบ เนื้อหาดีมากกกก

จุดสังเกต

ฉากขยี้เรียกน้ำตามารัว ๆ ใครไม่ชอบสไตล์นี้คงรู้สึกว่าหนังล้น ๆ ได้ และน่าเสียดายนิดที่โนบิตะในอนาคตไม่ค่อยมีซีนซึ้งกับโดราเอมอนนักทั้งที่ภาคก่อนก็เป็นปมใหญ่เหมือนกัน ที่ไม่ชอบสุดคงเป็นเวลาที่ให้กับความงี่เง่าของโนบิตะนั้นมาซะเยอะเชียวเรื่องนี้

★★★ = สนุกมาก ประทับใจ อยากดูซ้ำหรือมีภาคต่อก็จะตามดูอีก
★★☆ = สนุกโอเคเลย
★☆☆ = ธรรมดา พอดูฆ่าเวลาได้
☆☆☆ (ไม่มีดาว ) = ไม่สนุก ดูไม่จบ ไม่อยากดูต่อ

ข้อมูลเบื้องต้น

  • ชื่อเรื่อง: STAND BY ME: ドラえもん 2
  • ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: STAND BY ME: Doraemon 2
  • วันฉาย: 20/11/2020 (ญี่ปุ่น), 6/4/2021 (ไทย)

6 ปีหลังจาก Doraemon STAND BY ME ภาคแรกในปี 2014 ด้วยกระแสตอบรับที่ดีมาก แผนการทำโดราเอม่อน เดอะ มูฟวี่ 3D ภาค 2 ได้เกิดขึ้น ด้วยทีมงานที่เกือบจะเป็นชุดเดิมทั้งหมดเลย และเป็นการฉลองครอบรอบ 50 ปีโดราเอม่อนอีกด้วย (จริงๆ ต้องในปี 2020 นะ ประเทศไทยฉายช้ากว่าญี่ปุ่นนิดหน่อย)

สาเหตุปวดคอปวดหลังเรื้อรัง

คนส่วนใหญ่ที่มี อาการปวดคอ หรือปวดหลังเรื้อรัง สาเหตุมักเกิดจาก โรคกระดูกสันหลัง ร่วมกับกล้ามเนื้ออักเสบ เพราะกล้ามเนื้อแนวกระดูกสันหลังจะช่วยประคับประคองภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม

จนบางครั้งไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ปวดอย่างแท้จริง หากมีอาการปวดนานเกิน 1 เดือน ให้ตั้งสมมติฐานว่าสาเหตุที่ปวดอาจไม่ได้มาจากกล้ามเนื้ออักเสบเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากโรคกระดูกสันหลังหรือสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย

มหาตำนานวีรบุรุษองครักษ์ นกฮูกผู้พิทักษ์แห่งกาฮูล

ฮูกน้อยน้องสาว  และที่นี่เองโซเรนได้ทราบตัวตนที่แท้จริงของ นกฮูกอัศวิน ในดวงใจของตน  ซึ่งพบว่า  อายุมากและพิการ หากแต่มีความกล้าหาญในการรบ และนกฮูกอัศวิน   ได้สอนให้เขาบินด้วยหัวใจในทุกสถานการณ์ และการเชื่อมั่นในสถานการณ์

กองทัพองค์รักษ์แห่งกาฮูลว์   ถูกหลอกเข้าสู่วงล้อมแม่เหล็ก  และกำลังจะพ่ายแพ้  ฮูกน้องสาวของโซเรนได้ฟื้นคืนสติและบอกโซเรนว่า  กลุ่มองค์รักษ์แห่งกาฮูลว์กำลังถูกหลอก  โซเรนและเพื่อน จึงตัดสินใจบินสู่สนามรบเพื่อช่วยเหลือฮูกองค์รักษ์แห่งกาฮูลว์   ที่นี่เขาได้ใช้วิชาการบินที่ได้ฝึกฝนจากนกฮูกอัศวินในดวงใจ  ช่วยเหลือบรรดาฮูกองค์รักษ์แห่งกาฮูลว์จากอำนาจแม่เหล็ก  ระหว่างความพยายามที่จะช่วยเหลือบรรดาฮูกองค์รักษ์แห่งกาฮูลว์    โซเรนก็ถูกขัดขวางจากคลัดด์พี่ชาย  ในการต่อสู้ระหว่างโซเรนและคัลลด์นั้น  โซเรนคิดเสมอว่า  คลัดด์คือพี่ชายและต้องการนำพาคลัดด์จากเดอะ เพียว วันส์     หากแต่คลัดด์กลับคิดว่า  โซเรนคือศัตรูที่ต้องกำจัด  โอกาสเป็นของโซเรนที่สามารถหลีกหนีจากคลัดด์    และเข้าพลิกผันสถานการณ์การต่อสู้  ด้วยการช่วยเหลือฮูกอัศวินและเขาต่อสู้กับนกฮูกหัวหน้าของเดอะ เพียว วันส์  ทั้งยังสามารถปราบหัวหน้าเดอะ เพียว วันส์   จนเสียชีวิต  ทำให้กองทัพเดอะ เพียว วันส์     ต้องล่าถอยออกไปรวมทั้งคลัดด์พี่ชายที่เริ่มมีบทบาทสำคัญในเดอะ เพียว วันส์

กองทัพองค์รักษ์แห่งกาฮูลว์   จึงเลี้ยงฉลองและยกย่องให้เกรียติแก่โซเรน  พร้อมเชิญพ่อกับแม่ของโซเรนมาร่วมงานด้วย   ทั้งหมดภาคภูมิใจในโอกาสสำคัญเช่นนี้ 

แต่ความริษยาของคลัดด์ทำให้เกิดผลร้ายกาจตามมา จนทำให้นกฮูกน้อยทั้งสองต้องตกลงมาจากบ้านซึ่งอยู่บนยอดไม้ เข้าสู่กรงเล็บของ Pure Ones ถึงคราวที่โซเรนจะต้องหลบหนีอย่างท้าทายด้วยความช่วยเหลือของบรรดานกฮูกที่กล้าหาญตัวอื่น ๆ

ต้องบินข้ามทะเลและฝ่าหมอกเพื่อเสาะหาผู้พิทักษ์

Soren is on a quest to save his world. He must travel great distances and battle fierce foes to do it. Should this have been called The Lord of the Owls?


หนังพูดถึงนกฮูกสองตัวคือโซเรนและ คลัดด์พี่ชายที่ขี้อิจฉา ถูกกลุ่มนกฮูกอันธพาลจับตัวไปเพื่อเป็นทาส แต่โซเรนหนีออกมาได้และได้หาช่องทางในการฝึกนกฮูกตัวอื่น ๆ เพื่อกลับไปแก้แค้นและเอาคืนพวกอันธพาล แต่เมื่อกลับไปโซเรนก็ต้องพบว่าพี่ชายของเขาไปอยู่เป็นพวกเดียวกับพวกนกฮูกอันธพาลซะแล้ว

หนังมีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับนกฮูกสองตัวคือโซเรนเและคลัดด์เป็นที่ชายที่ขี้อิจฉา อยู่มาวันหนึ่งถูกจับไปโดยพวกอันธพาลแโซเรนหนีออกมาได้ พอจะกลับไปช่วยพี่ชายพร้อมกับแก้แค้น พี่ชายก็ดันกลายเป็นพวกเดียวกับพวกอันธพาล สิ่งที่แปลกใหม่และน่าสนใจคือการนำนกฮูกมาเป็นตัวแสดงปกติแล้วจะพบว่าเป็นนก หรือเป็นสัตว์ชนิดอื่นมากกว่านี่ก็เป็นความแปลกใหม่อย่างหนึ่ง และทำให้ผมตัดสินใจเข้าไปดูแบบสามมิติ เพราะต้องการดูเทคโนโลยี CG ในการเนรมิตนกฮูกให้ดูมีชีวิตที่เหมือนจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นนกฮูกที่พูดได้นั้น ยิ่งทำให้หนังน่าสนใจเข้าไปใหญ่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ความสำคัญจริง ๆ คือคาแรกเตอร์ของนกฮูกที่ผู้กำกับเนรมิตรและสร้างขึ้นมาได้ดูน่ารักมาก ๆ คือทุกครั้งที่ดูการดำเนินเรื่องตลอดทั้งเรื่องคือยิ้มไปตามได้ทุกครั้ง

แต่ถึงจะเป็นหนังแอนิเมชั่นนกฮูกแต่สิ่งที่หนังไม่ลืมคือฉากแอ็กชั่นเนรมิตให้นกฮูกสู้การปะทะกันแล้ว การสู้กันของนกฮูกก็จะมีลีลาและท่วงท่าที่ไม่เหมือนสัตว์ชนิดอื่น คือจะใช้ส่วนของร่างกายเป็นอาวุธได้ อย่างเช่นปากและกรงเล็บคือนำมาใช้ในการต่อสู้ได้อย่างสมจริงผมเลยคุยกับเพื่อน บอกว่าเออสู้กัน ดีกว่าไก่ชนอีก มันก็แน่อยู่แล้วไหมเพราะนี่คือนกฮูก สามารถดูได้ที่ ดูหนังออนไลน์

ค่อนข้างเหมาะสำหรับทุกคนโดยเฉพาะการพาเด็กไปดู เพราะหนังพยายามสอดแทรกเกี่ยวกับข้อคิดสอนใจเช่นความเป็นผู้นำ ความซื่อสัตย์รวมไปถึงความรักในพวกพ้องของตัวเอง สังเกตมั้ยครับว่าอนิเมชั่นส่วนมากมักจะมีคติสอนใจ ขอแทรกไว้เสมอเพื่อเป็นการสอดแทรกทัศนคติที่ดีเข้าไปให้แก่เด็ก

คือต้องยอมรับว่าในบางช่วง หนังอาจจะมีช่วงนิ่งไปบ้างแต่ก็ไม่ได้เยอะอะไรมากมาย ที่สำคัญคนส่วนมากมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะต้องการสัมผัสถึงจินตนาการ CG ของนกฮูกที่มีชีวิตสามารถพูดได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเนื้อเรื่องมันก็จะต้องมีอืดบ้างมันก็ไม่ใช่ประเด็นใหญ่อะไร เพราะความน่าสนใจจริง ๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้คือCG ครับ และถ้าหากใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่อง 300 ก็จะบอกได้เลยวันนี้ไม่เสียชื่อผู้กำกับแน่นอน เพราะ CG และความอลังการของภาพไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

คะแนนเนื้อเรื่อง 9/10 นอกจากจะมีพล็อตเรื่อง ที่ค่อนข้างน่าสนใจแล้วยังมี CG และงานภาพที่โดดเด่นรวมถึงประเด็นที่พยามสอดแทรกให้เด็ก ๆ ผมว่าค่อนข้างผ่านโดยเฉพาะคาแรกเตอร์ของนกฮูกอันนี้ชอบเป็นการส่วนตัวจริงๆ

ข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้

1.ความเป็นผู้นำของโซเรน หลังจากถูกจับไปเขาหนีออกมาได้และได้รวบรวมสมัครพรรคพวกนกฮูกด้วยกัน เพื่อมาเป็นกองทัพในการกลับไปต่อสู้กับพวกนกฮูกอันธพาลอีกครั้งเพื่อให้เกิดความสงบสุขในโหมดนกฮูกฝ่ายดีด้วยกัน

2. สงครามระหว่าง นกฮูก ปกติเราอาจจะเคยเหตุแค่นกตีกันแต่ครั้งนี้เราจะได้เห็นสงครามนกฮูกที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพและความยุติธรรมและทำให้เห็นถึงหัวใจที่เข้มแข็งและกล้าแกร่งของนกฮูกตัวหนึ่งที่ต้องการเพื่ออิสรภาพในชีวิตทั้งหมดที่สงบสุข

หนังเหมาะกับเด็กและแนะนำว่าผู้ใหญ่ที่รักไปทำอยู่อนิเมชั่นเพราะวันที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะนอกจากความน่ารักของนกฮูกแล้วก็อย่าไปคติสอนใจและสอดแทรกให้ได้คิดตามเช่นกัน