พรบ.นักสืบเอกชน แต่กฎหมายนักสืบเอกชนไม่ได้มีการบังคับใช้

ในทิศทางนี้ความพยายามของ สำนักงานนักสืบเอกชน และสถาบันวิจัยเอกชนตลอดจนร่างการศึกษาของสมาคมนักสืบเอกชนที่ปรึกษาและนักวิจัยยังไม่เพียงพอ เมื่อพิจารณาจากช่วงปี พ.ศ. 1994 เมื่อร่างกฎหมายฉบับแรกถูกส่งไปยังรัฐสภา จนถึงทุกวันนี้ ก็ยากที่จะเข้าใจเหตุผลของเรื่องนี้

หน่วยงานนักสืบเอกชนและสถาบันวิจัยเอกชนซึ่งกลายเป็นอุตสาหกรรมและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ประสบกับข้อเท็จจริงที่กฎหมายยังไม่ได้มีการตราขึ้น เพราะในภาวะสุญญากาศทางกฎหมายนี้ บริษัทปลอมจำนวนมากที่แนะนำตัวเองอย่างมืออาชีพและดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องก็เกิดขึ้นเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย การที่องค์กรเหล่านี้ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรม และผู้ที่เชื่อในการฉ้อโกงนั้นขึ้นอยู่กับกฎระเบียบทางกฎหมาย การสร้างเกณฑ์และกระบวนการที่จำเป็น และการกำหนดและการดำเนินการตามมาตรการคว่ำบาตร

ด้วยกฎหมายอำนาจและความรับผิดชอบของ บริษัท จริงและกฎหมายที่ให้บริการนักสืบเอกชนตลอดจนนักสืบเอกชนและนักสืบเอกชนที่ทำงานใน บริษัท เหล่านี้จะถูกกำหนดขอบเขตของพื้นที่ทำงานของพวกเขาจะถูกเปิดเผยคุณสมบัติที่พวกเขาต้องมี จะถูกกำหนดและที่สำคัญกว่านั้นคือจะกำหนดหลักการของการรับสมัครอาชีพนักสืบและการเลิกจ้างจากวิชาชีพและวิธีการ

นอกจากนี้ หน่วยงานทางการที่จะดำเนินการตามขั้นตอนเกี่ยวกับนักสืบเอกชนและนักสืบเอกชน และบุคลากรอื่นๆ ที่จะทำงานในบริษัทเหล่านี้จะถูกกำหนด ตัวอย่างเช่น ร่างกฎหมายคาดการณ์การจัดตั้งคณะกรรมการนักสืบเอกชน หัวหน้าคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งได้รับการออกแบบให้สังกัดกระทรวงมหาดไทย จะเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และสมาชิกในคณะกรรมการนี้จะเป็นรองผู้อำนวยการทั่วไปสองคน ซึ่งแต่งตั้งโดยกระทรวงยุติธรรม รองอธิบดีกรมสรรพากร ความปลอดภัย รองผู้บัญชาการทหารบกและหัวหน้าแผนกความมั่นคงสาธารณะของอธิบดีกรมความมั่นคง

นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการนักสืบเอกชนจังหวัดขึ้นในแต่ละจังหวัด คณะกรรมการนี้จะเรียกประชุมภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการ และสมาชิกในคณะกรรมการจะเป็น ผบ.ตร. หรือ ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมาย ผบ.ตร. หรืออัยการที่ได้รับมอบหมาย ผบ.ทบ. หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ผจก.ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ฝ่ายความมั่นคงสาธารณะ

ตามร่างกฎหมายจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตให้เป็นนักสืบเอกชน thailand private investigator  จำเป็นต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการนักสืบเอกชนจังหวัดเพื่อขอรับใบอนุญาต คณะกรรมาธิการจะตรวจสอบคำขอภายใน 60 วันในแง่ของเงื่อนไขในการเป็นนักสืบเอกชนที่อธิบายไว้ในกฎหมายและจะทำการตรวจสอบความปลอดภัยด้วย จากนั้นเขาจะส่งผลการประเมินไปยังคณะกรรมการนักสืบเอกชน คณะกรรมการนักสืบเอกชนจะตัดสินใจภายใน 45 วัน

จะเห็นได้ว่าประเด็นดังกล่าวได้รับการจัดการอย่างจริงจังในร่างกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น รัฐสภาไม่เคยผ่านร่างรัฐธรรมนูญและไม่สามารถตรากฎหมายได้

บทบาทที่ถูกกำหนด สามารดำเนินการได้โดยการยกระดับอาชีพนักสืบเอกชนเป็นวิชาชีพนักสืบเอกชน โดยจัดตั้งสมาคมหรือสภาผู้ประกอบการธุรกิจนักสืบเอกชน รัฐต้องมอบหมายให้มีองค์กรกลาง ให้องค์กรกลาง
เสนอร่าง พ.ร.บ.หรือกฎหมายต่าง ๆ และร่างจรรยาบรรณวิชาชีพนักสืบเอกชน ออกบังคับใช้ให้ถือปฏิบัติออกเป็นพระราชบัญญัติ มีการฝึกอบรมวิชาชีพ กับผู้มีประสบการณ์งานด้านสืบสวนจากตำรวจผู้เชี่ยวชาญ
จากนักสืบเอกชนที่มีประสบการณ์ ฝึกอบรมทางด้านกฎหมายเบื้องต้น ต้องจดทะเบียนเป็นในรูปของนิติบุคคลเท่านั้น ต้องมีการขึ้นทะเบียน ออกบัตรทำงานให้กับนักสืบเอกชน

เส้นทางนักสืบ สำนักงานนักสืบเอกชน
เส้นทางนักสืบ สำนักงานนักสืบเอกชน

2. การปฏิบัติหน้าที่ของ นักสืบเอกชน ตามสภาพความเป็นจริง สรุปได้ดังนี้

2.1 นักสืบเอกชนมีการปฏิบัติหน้าที่ในการค้นหาหรือเสาะแสวงหาข้อเท็จจริง พยานหลักฐานตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ เพื่อยืนยันให้ทราบถึงความจริงในเรื่องราวต่าง ๆ ตามแต่ผู้ว่าจ้างจะต้องการให้ไปสืบค้นภายในกรอบของกฎหมาย ติดตามพฤติกรรมคดีต่าง ๆเพื่อหาพยานหลักฐานในการฟ้องคดีในทางศาล หรือ เป็นการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ให้พนักงานสอบสวน สืบหาบุคคลที่มีหมายจับของศาล ผู้เสียหายในคดี นั้นจะจ้างนักสืบเอกชน ติดตามหาตัวบุคคลตามหมายจับนั้น เมื่อพบตัวบุคคลตามหมายจับแล้ว นักสืบเอกชนก็จะทำการชี้ตัวให้ตำรวจทำการจับกุมตัวส่งศาลต่อไป

2.2 ความรับผิดชอบที่ต่อภารกิจหรือการปฏิบัติหน้าที่ของนักสืบเอกชน ต้องทำงานตามความประสงค์ของผู้ว่าจ้าง ทำรายงานตามความคืบหน้าของงาน บางครั้งต้องมีการประสานงานกับตำรวจ ทำงานร่วมกับตำรวจ และจัดทำบันทึกการจับกุมผู้ต้องหาบุคคลตามหมายจับ และนักสืบเอกชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ส่วนบุคคลได้ต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อการสืบค้นหาข้อมูล ความรับผิดระหว่างผู้ว่าจ้างและนักสืบเอกชนตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ ในเรื่องจ้างทำของ (มาตรา 587 -607) ต้องร่วมรับผิดชอบกับการกระทำของนักสืบเอกชนที่ได้กระทำต่อบุคคลภายนอกในการงานที่ได้สั่งให้ทำไปนั้นด้วยทั้งแพ่งและอาญา (ประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 428) (ประมวลกฎหมายอาญา เรื่องตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน มาตรา 83-86)

2.3 ปัจจุบันยังไม่มาตรการที่ชัดแจนที่จะควบคุมนักสืบเอกชน แต่นักสืบเอกชนที่ดี ต้องมีจรรยาบรรณ ต่อลูกค้า ไม่รับงานสองฝ่าย ทำงานของนายจ้าง และนำข้อมูลของอีกฝ่ายไปขายให้กับเป้าหมายหรือคนที่ถูกติดตาม ซื่อสัตย์ต่อองค์ ไม่นำทรัพย์สินของนายจ้างหรือองค์กร ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว รายงานข้อมูลตามความเป็นจริงไม่โกหก

2.4 การปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบของนักสืบเอกชนที่มีต่อองค์กรที่สังกัดจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ได้มาซึ่งความจริง ความถูกต้องแม่นยำ ความรอบคอบและเคารพกฎหมาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กร ต้องเข้าใจเนื้องานที่จะสืบ สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว มีความอดทน ทำงานไม่เป็นเวลา เตรียมพร้อมตลอด รักษาความลับของลูกค้า มีความคล่องตัวสูง รับงานสืบต้องสอบให้ละเอียดทำงานต้องทำให้ตรงกับความต้องการของผู้ว่าจ้าง

2.5 สภาพการปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบของนักสืบเอกชนที่มีต่อสังคมและประเทศชาตนั้น ควรให้นักสืบเอกชนมีส่วนร่วมกับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐได้นักสืบต้องไม่ให้ข้อมูลหรือความลับ ที่นักสืบรู้กับฝ่ายที่ก่อความไม่สงบต่อสังคม ต่อบ้านเมือง และประเทศชาติ ไม่เป็นสายลับให้กับผู้ก่อการร้าย ไม่เข้ากับกลุ่มกระบวนการทำลายประเทศชาติ เมื่อพบเห็นผู้กระทำความผิดหรือพบเบาะแสการกระทำความผิดต้องติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นสายข่าวให้กับตำรวจในการจับกุมคนร้าย การสืบค้นข้อมูลจะต้องเป็นไป ด้วยความสุจริตโปร่งใสตรวจสอบได้ที่สำคัญต้องเป็นมาตรฐานสากล มีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของนักสืบให้ชัดเจน บริษัทนักสืบเอกชนจะต้องมีนโยบายดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม มีเจตนารมณ์ที่จะทำงานร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีที่เกิดจากการยอมรับและไว้วางใจซึ่งกันและกัน คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะมีต่อผู้มีส่วนได้เสีย

3.การปฏิบัติหน้าที่ของนักสืบเอกชนตามสภาพความคาดหวังสรุปได้ดังนี้

3.1 บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่ควรจะมีต่อจรรยาบรรณวิชาชีพนักสืบเอกชนนั้น นักสืบต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ซื่อสัตย์ต่อนายจ้าง ไม่ทุจริต ยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์นายจ้าง ฉ้อโกงนายจ้างโกหกให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ รายงานเท็จ เอาทรัพย์สินขององค์กรไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ไม่ทำให้นายจ้าง หรือองค์กรเสียหาย ไม่ว่าจะทางแพ่งและทางอาญา ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ค้นหาหรือเสาะแสวงหาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ตามความเป็นจริงและอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ล่วงล้ำสิทธิ เสรีภาพของบุคคลเกินควร

3.2 บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบการปฏิบัติภารกิจในการสืบหาข้อเท็จจริงตามความต้องการของผู้ว่าจ้างนั้น นักสืบเอกชนต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ได้มาซึ่งความจริง ความถูกต้องแม่นยำ ความรอบคอบและอยู่ในกรอบของกฎหมาย ต้องสอบถามความประสงค์ของผู้ว่าจ้าง ว่าต้องการหลักฐานอะไร และนำไปใช้ประโยชน์อะไร แจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบ ว่าสิ่งใดที่นักสืบเอกชนทำได้ และข้อจำกัดของนักสืบเอกขนที่สามารถหาข้อมูลได้ แจ้งผู้ว่าจ้าง หลักฐานอะไรที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นพนักงานสอบสวน และเป็นหลักฐานที่ใช้พยานในชั้นศาลได้ แจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง หรือแหล่งข้อมูลที่นักสืบได้ข้อมูลมา

3.3 บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในการสนับสนุนการทำงานของตำรวจนครบาลด้านการสืบสวนสอบสวนโดยการให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ถูกต้องและรักษาความลับของทางราชการ สืบหาข้อมูล ของตำรวจด้วยวิธีการต้มสังเกต ค้นหาข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และค้นหาข้อมูลระดับพื้นบ้านเชิงลึกเพื่อนำข้อมูลให้กับตำรวจเป็นผู้สอบสวนต่อไป เป็นสายข่าวให้กับตำรวจ เป็นสายลับให้กับตำรวจ เป็นผู้ช่วยตำรวจการสืบหาบุคคลที่มีหมายจับตามทางคดีอาญา โดยส่วนมากจะเป็นคดีอาญาในความผิดอันยอมความได้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจกรณีสืบหาคนร้ายในคดีอาญาที่เป็นอาญาแผ่นดินทำงานไม่เป็นเวลา ความเตรียมพร้อมอยู่เสมอ รักษาความลับของลูกค้า ต้องมีความรับผิดชอบต่อองค์กรของชาติ ไม่นำความลับทางราชการไปเปิดเผยต่อองค์กรข้ามชาติ

3.4 บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่นักสืบเอกชนควรจะมีต่อองค์กรที่สังกัดนักสืบต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ได้มาซึ่งความจริง ความถูกต้องแม่นยำ ความรอบคอบและเคารพกฎหมาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กร ต้องทำงานตามคำสั่งของหัวหน้างานหรือองค์กรที่นักสืบเอกชนสังกัด ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ มีความอดทนทำงานไม่เป็นเวลา ความเตรียมพร้อมอยู่เสมอ รักษาความลับของลูกค้า ต้องมีความรับผิดชอบต่อองค์กรของชาติ ไม่นำความลับทางราชการไปเปิดเผยต่อองค์กรข้ามชาติ

3.5 บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่นักสืบเอกชนควรจะมีต่อสังคมและประเทศชาตินั้นนักสืบต้องให้ความร่วมมือสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อความสงบสุขของสังคมในกรอบของกฎหมาย ไม่กระทำการผิดกฎหมายทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน ไม่เข้ากระบวนการยั่วยุ ส่งเสริมการกระทำที่ผิดกฎหมาย เมื่อพบเห็นการกระทำความผิดต้องเก็บหลักฐาน และแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เมื่อรู้แหล่งการกระทำความผิด ต้องแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี นักสืบไม่ควรรับงานที่สร้างความขัดแย้งในสังคม ไม่นำข้อมูลสำคัญของชาติไปเปิดเผยกับฝ่ายตรงข้าม ไม่รายงานข้อมูลที่แสดงความแตก แยกในสังคมและประเทศชาติ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาทมีคุณธรรมและจริยธรรม

4. การมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานของตำรวจนครบาลด้านการสืบสวนสอบสวนของ

นักสืบเอกชนในการเป็นสายข่าว ให้กับตำรวจ เป็นสายลับให้กับตำรวจ เป็นผู้ช่วยตำรวจการสืบหาบุคคลที่มีหมายจับตามทางคดีอาญา เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจกรณีสืบหาคนร้ายในคดีอาญาที่เป็นอาญาแผ่นดิน สามารถให้ข้อมูลได้ถูกต้อง มีความชัดเจนในเนื้องานที่ต้องการ ช่วยสืบหาข้อมูลเชิงลึก ในชุมชน ช่วยสืบหาข้อมูลจากหน่วยงานองค์การท้องถิ่นการสื่อสารข้อมูล มีแนวทางต่างจากเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นตำรวจได้ตั้งนักสืบเอกชนเป็นอาสาสมัครเรียกว่าเป็น ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

4.1 แนวทางในการทำงานร่วมกันด้านการสืบสวนสอบสวนระหว่างนักสืบเอกชน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลควรมีการประสานกับตำรวจ ช่วยแชร์ข้อมูลซึ่งกันและกัน ขอความร่วมมือกันได้ นักสืบเอกชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลส่วนบุคคลได้ แต่นักสืบมีความเชี่ยวชาญในการหาข่าว การสะกด การฝ้าจุด การทำงานก็จะเอื้อประโยชน์ต่อกันได้ ทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้เร็ว ก็ลดปัญหาอาชญากรได้ ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลก็มีปริมาณไม่เพียงพอที่จะติดตามจับคนร้ายได้ เนื่องจากคนร้ายหรือคนที่ก่อคดีอาญามีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เอกชนจึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือรัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น แนวทางการทำงานร่วมกันจึงควรมีลักษณะให้เอกชนเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานของรัฐเพื่อเป็นการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐและเป็นการควบคุมกลั่นกรองการทำงานของเอกชนให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ทำงานร่วมกันได้โดยร่วมงานเป็นทีมเดียวกันหรือแยกทีมกันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของข้อมูลหรือวัตถุประสงค์ที่ได้รับมอบหมาย

4.2 ประโยชน์ที่เกิดจากการที่นักสืบเอกชนได้มีส่วนสนับสนุนการทำงานของตำรวจนครบาลด้านการสืบสวนสอบสวนนั้นช่วยให้ปริมาณงานของตำรวจด้านการงานสืบสวนลด ช่วยให้สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อคดีอาญาได้มากขึ้น ช่วยให้ความร่วมมือในด้านงานสืบสวน การหาข่าว แหล่งข่าว การแจ้งเบาะแส ตำรวจก็ทำง่ายขึ้น ลดงานของตำรวจในการสืบสวนได้มาก ช่วยให้ตำรวจมีบุคคลากรช่วยงานมากขึ้น ลดปัญหาอาชญากร และประเทศชาติมีความมั่นคง สามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลาย ทำให้งานละเอียด และสำเร็จเร็วขึ้น

5.ข้อจำกัดหรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานร่วมกันระหว่างนักสืบเอกชนกับตำรวจนครบาลบาล ด้านการสืบสวนสอบสวน คือ ยังไม่มีการไว้ใจการระหว่างนักสืบเอกชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ด้านเงินค่าตอบแทน, เงินรางวัลที่จะได้จากการทำงาน การแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว การแย่งงาน แบ่งทีมงาน นักสืบเอกชนคนที่มีความสามารถในการสืบสวนเก่ง ๆ อาจถูกดึงตัวไปให้ช่วยอีกหน่วย หรือทีมงานอื่น ก็อาจทำให้เกิดความไม่พอใจกันหน่วยงานของตำรวจการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีปัญหา การเปิดเผยข้อมูล ของตำรวจหรือนักสืบเอกชน ในการแสวงหาผลประโยชน์ อาจทำบุคคลอื่นได้รับความเสียหายได้

6. แนวทางในการแก้ไขข้อจำกัดหรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างนักสืบเอกชนกับตำรวจ นครบาลด้านการสืบสวนสอบสวนสามารถดำเนินการได้โดยการแต่งตั้งนักสืบเอกชนเพื่อเข้ามาทำงานร่วมกับตำรวจให้ชัดเจน ยกระดับนักสืบเอกชนให้มีความเชื่อถือมากขึ้น ข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่นักสืบเอกชน ได้มาสามารถนำไปเป็นพยานหลักฐานในการสืบสวนหรือฟ้องศาลได้นักสืบเอกชนสามารถเปิดเผยตัวและเป็นยอมรับของหน่วยงานภาพรัฐ สามารถเป็นพยานในชั้นศาลได้โดยการมีมาตรการควบคุมการทำงานหน่วยงานภาครัฐ มีกฎหมายรองรับการทำงานของนักสืบเอกชนเพื่อสามารถช่วยเหลือตำรวจได้อย่างเต็มที่ เหมือนกับต่างประเทศ ควรจัดตั้งสมาคมหรือสภาประกอบวิชาชีพนักสืบเอกชนโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลเป็นที่ปรึกษา เพื่อสามารถเปิดเวทีหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อกำหนด นิยาม คุณสมบัติ ข้อกำหนดการทำงานและจรรยาบรรณวิชาชีพนักสืบเอกชน ได้อย่างเป็นรูปธรรม และควรมีกฎหมายเรื่องธุรกิจนักสืบเอกชนโดยเฉพาะ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *