ประโยชน์ของ NAC (N-Acetyl Cysteine) ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ยา N-Acetyl Cysteine หรือที่รู้จักกันในชื่อ NAC เป็นยาที่ผู้คนคุ้นเคยและอาจมีติดบ้านไว้เสมอ แต่นอกจากคุณสมบัติในการบรรเทาและละลายเสมหะโดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจอย่างไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคโควิด-19 บางคนอาจไม่รู้ถึงคุณสมบัติอื่น ๆ ของตัวยาที่อาจทำได้ ไม่ว่าจะเป็น ต้านการติดเชื้อไวรัส ต้านอนุมูลอิสระ หรือต้านการอักเสบ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ NAC ถูกนำมาใช้กับปัญหาสุขภาพที่หลากหลายยิ่งขึ้นได้

ที่จริงแล้ว NAC เป็นยาอนุพันธ์ของกรดอะมิโนแอลซีสเทอีน (L-Cysteine) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง โดย NAC ในประเทศไทยจะถูกจำหน่ายทั้งตามร้านขายยาทั่วไปและสั่งจ่ายโดยแพทย์เป็นยาในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ยาเม็ด ยาเม็ดฟู่ หรือยาฉีด มิใช่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแต่อย่างใด

คุณสมบัติต่าง ๆ ของ NAC    

ปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณสมบัติของ NAC ที่เราคุ้นเคยกันดีคงหนีไม่พ้นการมีฤทธิ์ละลายเสมหะ โดยตัวยาจะช่วยลดความเหนียวข้นของเสมหะ ทำให้ผู้ป่วยขับเสมหะออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถใช้กับผู้ป่วยโรคในระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้ออย่างไข้หวัด หรือไม่ได้เกิดจากการติดเชื้ออย่างภูมิแพ้ หรือโรคปอดเรื้อรังอื่น ๆ ก็ได้

นอกจากคุณสมบัติดังข้างต้น ในปัจจุบันยังมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์บางส่วนที่ศึกษาคุณสมบัติอื่น ๆ ของ NAC ไว้ด้วย เช่น

ต้านเชื้อไวรัส

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ NAC อาจมีก็คือ การกระตุ้นภูมิต้านทาน ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสอย่างไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ โดยอ้างอิงจากการศึกษาที่ให้ NAC ชนิดฉีดเข้าทางหลอดเลือดในผู้ป่วยปอดอักเสบระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หลังได้รับยาไป 3 วัน ผู้ป่วยหายใจได้ดีขึ้น ต้องการการช่วยหายใจน้อยลง และมีอัตราการเสียชีวิตลดลงเล็กน้อยหลังฉีดยา

นอกจากนี้ ยังมีการทดลองให้ NAC ชนิดฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำร่วมกับยาต้านไวรัสและยาชนิดอื่นกับผู้ป่วยภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อ (Septic Shock) จากไข้หวัดใหญ่ ภาวะดังกล่าวและปอดของผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว จากผลลัพธ์ในการทดลองเหล่านั้น ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์กันว่า NAC อาจใช้ได้ผลในผู้ป่วยปอดอักเสบจากโรคโควิด-19

สืบเนื่องจากคุณสมบัติดังกล่าว มีการนำ NAC มาใช้รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ร่วมกับการใช้ยาชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม การใช้ NAC กับโรคโควิด-19 ยังจำเป็นจะต้องรอการวิจัยและทดลองในกลุ่มผู้ป่วยขนาดใหญ่ให้มากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนก่อนใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในอนาคต

ต้านสารอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย 

สารอนุมูลอิสระเป็นสารที่เกิดขึ้นภายในร่างกายและพบได้จากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น มลพิษทางอากาศ อาหารบางชนิด ความเครียด การติดเชื้อ การอักเสบ เป็นต้น ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการเกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังอย่างไซนัสอักเสบ ไอ หลอดลมอักเสบ รวมถึงโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

โดย NAC จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเพิ่มปริมาณสารตั้งต้นของกลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ทำให้ปริมาณสารอนุมูลอิสระลดน้อยลง และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

ยา N-Acetyl Cysteine ยาแนวทางและวิธีการใช้อาหารเสริม
ยา N-Acetyl Cysteine ยาแนวทางและวิธีการใช้อาหารเสริม

ต้านการอักเสบ

NAC ยังอาจช่วยในการต้านการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ อาทิ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ที่เป็นผลจากการสูบบุหรี่ หรือร่างกายมีสารอนุมูลอิสระในปริมาณมากจนทำลายเนื้อเยื่อปอดและหลอดลม เกิดเป็นการอักเสบในบริเวณดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอและปัญหาในการหายใจลดลง

วันละ 2 ครั้ง โดยอ้างอิงจากงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่ว่าการรับประทาน NAC 600 มิลลิกรัม ช่วยเสริมสร้างการทำงานของปอด และทำให้ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่คงตัวมีอาการดีขึ้น เช่นเดียวกับการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่ลงรายละเอียดถึงการรับประทาน NAC ในปริมาณเดียวกันกับงานวิจัยก่อนหน้าช่วยลดโอกาสเกิดโรคปอดบวมในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ

คำแนะนำในการใช้ NAC ยา N-Acetyl Cysteine

จึงควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนการใช้ยา ด้วยความที่ NAC มีหลายรูปแบบและมีปริมาณการใช้ยาที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามแต่ละสาเหตุ แต่สำหรับอาการป่วยทั่วไป ๆ จะใช้ NAC 600 มิลลิกรัม โดยมีตัวอย่างปริมาณการใช้ยา ดังนี้

  • ไอ เสมหะในระบบทางเดินหายใจทั่วไป: ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 14 ปีขึ้นไปให้ใช้ยาชนิดเม็ดฟู่ 1–3 เม็ด ละลายในน้ำครึ่งแก้ว วันละ 1-2 ครั้ง
  • ไข้หวัดใหญ่: ผู้ใหญ่ให้ใช้ยาปริมาณ 600 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

แม้ NAC จะค่อนข้างปลอดภัยต่อร่างกาย แต่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นคัน มีไข้ หรือท้องไส้ปั่นป่วน ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ต่อเนื่องหรือรุนแรง ไอเป็นเลือดหรืออาเจียนออกมาเป็นเลือด หรือสีน้ำตาลคล้ายกากกาแฟ มีสัญญาณยาใช้ไม่ได้ผลอย่างปวดท้องส่วนบน ไม่อยากอาหาร ปัสสาวะเป็นสีเข้ม อุจจาระสีซีด และดีซ่าน แม้จะพบได้น้อย แต่ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการ

ยิ่งไปกว่านั้น หากพบสัญญาณของการแพ้ยา เช่น ลมพิษ หายใจลำบาก อาการบวมบริเวณใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น และลำคอ ควรหยุดใช้ยาและไปพบแพทย์โดยด่วน เนื่องจากอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่มักพบได้น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ซื้อ NAC จากร้านขายยาทั่วไปควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ บาคาร่าทดลอง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ให้นมบุตร เพื่อความปลอดภัย และหากใช้ยาหรือดูแลตัวเองร่วมด้วยแล้วยังไม่ได้ผล อาการที่เป็นอยู่ไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่ตรงจุดต่อไป

NAC คือย่อมาจาก N-acetylcysteine (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอิน) เป็นชื่อสามัญทางยา
คุณสมบัติทางเภสัชวิทยาของ NAC ประกอบด้วย

1. ฤทธิ์ละลายเสมหะ การอักเสบของทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อ (เช่น แบคทีเรีย, ไวรัส หรือจุลชีพอื่นๆ) หรือไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ (เช่น การอักเสบจากภูมิแพ้ หรือการระคายเคืองเรื้อรัง) NAC ออกฤทธิ์ละลายเสมหะ โดยทำให้มูกเหลวตัว ร่างกายสามารถขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น

2. ฤทธิ์ขับเสมหะ NAC เพิ่มการทำงานของขนกวัดของเยื่อบุทางเดินหายใจในการกำจัดเสมหะ และกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหาร และปอด (gastro-pulmonary vagal reflex) ช่วยให้ขับเสมหะออกจากหลอดลม และปอดได้มากขึ้น

3. ฤทธิ์กำจัดสารพิษ และสารอนุมูลอิสระ สารพิษและอนุมูลอิสระ ที่เกิดภายในร่างกาย (เช่น เกิดจากของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญ หรือเมตาบอลิซึมของเซลล์) และจากภายนอกร่างกาย (เช่น เกิดจากมลพิษในอากาศ, ฝุ่น, ควันบุหรี่, ยาบางชนิด, ความเครียด, จากการติดเชื้อ, การบาดเจ็บ, การอักเสบ)   โดยปกติร่างกายจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ตามธรรมชาติอยู่แล้ว คือ กลูธาไธโอน แต่เมื่อมีปริมาณของอนุมูลอิสระที่มากเกินไป (oxidative stress) ก็จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้

ดังนั้นแล้ว NAC หรือ N-Acetylcysteine  จึงมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ ตามความพอใจของผู้ป่วย หรือ ตามคำแนะนำของแพทย์

ประเภทของยา NAC  หรือ N-Acetylcysteine  ที่มีจำหน่าย
1. ยาต้นแบบ หรือ ยา Original ที่ใช้ได้อย่างมั่นใจในประสิทธิภาพและผลข้างเคียงเพราะมีผลการวิจัยรองรับ
ยาต้นแบบหรือยา Original คือยาที่บริษัทยาคิดค้นและทำการวิจัยว่ามีผลต่อการรักษาโรคอย่างไรบ้าง จนกระทั่งมีผลที่ดีออกมา จึงนำออกมาจำหน่าย โดยมีกำหนดระยะเวลาที่มีสิทธิบัตรคุ้มครอง เมื่อพ้นระยะแล้ว บริษัทอื่นสามารถนำสูตรเคมีไปทำก๊อปปี้ออกมาขายได้ โดยไม่ได้ทำวิจัยเปรียบเทียบ
2. ยาก็อปปี้หรือยา Local Made
ตัวยาที่บริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้คิดค้นเป็นยาต้นแบบ  เมื่อครบกำหนดเวลาสิทธิบัตรการคุ้มครอง  ก็นำสูตรทางเคมีมาผลิต  ซึ่งอาจจะมีส่วนผสมบางอย่างแตกต่างกันออกไป  จากยาต้นแบบ  โดยอาจไม่มีการทำวิจัยเปรียบเทียบ

ข้อพึงระวัง : NAC เป็นยาที่มีความไวต่อการสัมผัสอากาศ หรือ N-Acetylcysteine หากเป็นแบบขวดหรือหลอด เมื่อเปิดใช้แล้วควรรีบปิดฝาให้สนิท ลดการโดนอากาศ เพราะถ้ามีการสัมผัสอากาศนาน จะเกิดการ ออกซิเดชั่น ( Oxidation ) ความชื้นในอากาศเข้าสู่ตัวยา ทำให้ลดประสิทธิภาพของการออกฤทธิ์ได้อีกด้วย

มีผลการออกฤทธิ์ทางตรงและทางอ้อมอย่างไรบ้าง และก็ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับ NAC  ก็คงจะทราบถึงรายละเอียดของ Nac ว่าคืออะไร หรือ N-Acetylcysteine ออกมาเรื่อยๆ เช่น ข้อบ่งใช้และการศึกษาทางคลินิก
1. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease: COPD) Stey และคณะในปี ค.ศ. 2000 ได้ทำการทบทวน 39 การศึกษาที่นำผู้ป่วยโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง มาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งได้รับยาหลอก กลุ่มที่สองได้ NAC 1,200 มก./วัน เป็นระยะเวลา 3-6 เดือน โดยมีตัวชี้วัดคืออัตราการกำเริบของโรค และอาการของผู้ป่วย พบว่า NAC สามารถลดอัตราการกำเริบของโรคและอาการของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก โดยผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ NAC ไม่ได้แตกต่างจากยาหลอก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

2. Flora และคณะในปี ค.ศ. 1997 ได้ศึกษาผลของ NAC ต่ออาการป่วยทีเกิดจากไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่ โดยศึกษาคนสูงอายุทีแข็งแรงดี จํานวน 262 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มทีหนึ่งได้ยาหลอก กลุ่มทีสองได้ NAC 1,200 มก./วัน นาน 6 เดือน โดยมีตัวชี วัด 3 ชนิด คือ ความถีของการเกิด ไข้หวัดใหญ่, ความรุนแรงของการเกิดไข้หวัดใหญ่, ระยะเวลาทีผู้ป่วยต้องนอนในเตียงทีโรงพยาบาล พบว่า NAC สามารถลดตัวชีวัดทัง 3 ชนิด ได้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ เมือเปรียบเทียบกับยาหลอก และพบว่า NAC มีผลช่วยให้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในห้องทดลอง โดย Hui และคณะ ในปี ค.ศ.2013 พบว่า NAC สามารถยับยั้งการหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกันการอักเสบจากเซลล์ปอดที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H5N1) ได้

3. ภาวะพิษของตับที่เกิดจากการรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาด  การที่เราให้ NAC ในผู้ป่วยที่รับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาด จะไปช่วยเพิ่มสารตั้งต้นของกลูธาไธโอน (คือ cysteine) ทำให้มีกลูธาไธโอน ปริมาณมากพอที่จะกำจัดสารพิษดังกล่าว จึงช่วยป้องกันภาวะตับวายที่เกิดจากการรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดได้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *