ล้างมืออย่างไรให้สะอาดชัวร์ การล้างมืออย่างถูกวิธี

อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ไม่ควรละเลย มือเป็นอวัยวะที่ใช้สัมผัสสิ่งต่าง ๆ นับครั้งไม่ถ้วนในแต่ละวัน การหมั่น ล้างมือให้สะอาด อยู่เสมอ อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ไม่ควรละเลย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียทั้งหลายถูกกำจัด ป้องกันการติดเชื้อ จากการเผลอนำมือไปสัมผัสดวงตาหรือปาก และลดการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่นด้วย

เมื่อไหร่จึงควรล้างมือ ?

  • เชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียจำนวนมาก การล้างมือจะช่วยทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ หลังจากสัมผัสสิ่งสกปรกทั้งหลาย เช่น ถังขยะ ดิน ทราย สิ่งของสาธารณะต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วย ให้หมดไปได้
  • ก่อนรับประทานหรือสัมผัสอาหาร  บาคาร่าทดลอง เมื่อใช้มือที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหยิบจับอาหาร เชื้อโรคเหล่านั้นย่อมปนเปื้อนและเข้าสู่ร่างกายไปพร้อมอาหาร แล้วยิ่งหากมือนั้นสะสมเชื้อโรคมาตลอดทั้งวันก็ยิ่งมีจำนวนเชื้อโรคมหาศาล และยังเสี่ยงต่อการเกิดอาหารเป็นพิษได้ง่าย
  • ช่วงฤดูที่โรคหวัดและไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายได้ง่ายอย่างฤดูฝนหรือฤดูหนาว ยิ่งต้องล้างมือให้บ่อยขึ้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อจากการติดเชื้อ รวมถึงการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ก่อนและหลังการดูแลหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ไม่เพียงแต่ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากผู้ป่วยเท่านั้น แต่เชื้อโรคที่อาจติดไปกับมือของเราก็ยังส่งผลให้ผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้วติดเชื้อเพิ่มเติมได้ง่าย
  • ก่อนและหลังจากการทำแผล ล้างมือให้สะอาดก่อนทำแผลเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านแผล และล้างมือหลังการทำแผลเสร็จสิ้นอีกครั้ง
  • หลังเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือทำความสะอาดให้เด็กเล็กเมื่อเข้าห้องน้ำ รู้หรือไม่ว่าอุจจาระของคนและสัตว์นั้นเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากมาย เพียงแค่กรัมเล็ก ๆ ก็ประกอบไปด้วยเชื้อโรคกว่าล้านล้านตัวเลยทีเดียว การล้างมือให้สะอาดจึงเท่ากับลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อย่างมาก
  • หลังจากเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำถือเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคอันตรายทั้งหลาย การล้างมืออย่างถูกวิธีหลังทำธุระในห้องน้ำจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
  • ล้างมือทุกครั้งหลังไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่น
  • ล้างมือทุกครั้งเมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือมูลของสัตว์ทุกชนิด และควรล้างมือหลังจากให้อาหารสัตว์เลี้ยงด้วย
ล้างมือให้ถูกวิธี ป้องกัน ล้างมือให้สะอาด
ล้างมือให้ถูกวิธี ป้องกัน ล้างมือให้สะอาด

การล้างมืออย่างถูกวิธี

อาจช่วยขจัดเชื้อโรคให้หมดไปได้ การปล่อยให้น้ำไหลผ่านมือเพียงไม่กี่วินาที หน่วยงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำถึงการล้างมือที่ได้ผล ว่าควรล้างด้วยสบู่และถูทำความสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที โดยไม่ลืมที่จะความสะอาดข้อมือ หลังมือ ง่ามนิ้วมือ และบริเวณซอกเล็บหากเล็บยาวด้วย เรียบร้อยแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าและเช็ดมือให้แห้ง หรืออธิบายเป็นขั้นตอนที่ละเอียดตามการล้างมือมาตรฐาน 11 ข้อ ดังนี้

  1. ล้างมือด้วยน้ำสะอาด
  2. ใช้สบู่ในปริมาณที่เพียงพอต่อการล้างมือในแต่ละครั้ง
  3. ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างถูกันและกัน โดยสลับกันถู
  4. ใช้ฝ่ามือข้างซ้ายถูหลังมือข้างขวา โดยสอดนิ้วเข้าไปถูง่ามนิ้ว ทำสลับกันกับมืออีกข้าง
  5. ถูฝ่ามือด้วยการไขว้นิ้วมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันคล้ายท่าประสานมือ
  6. ใช้นิ้วทั้งสี่ของมือทั้งสองเกี่ยวกันในท่ามือหนึ่งคว่ำ มือหนึ่งหงาย เพื่อถูหลังนิ้วมือด้วยฝ่ามืออีกข้าง
  7. ใช้มือข้างซ้ายจับนิ้วโป้งข้างขวาแล้วหมุนไปมา ทำซ้ำแบบเดียวกันกับนิ้วโป้งข้างซ้าย
  8. ถูปลายนิ้วเข้ากับฝ่ามือของอีกข้างในท่าหมุนเป็นวงกลมกลับไปกลับมาบนฝ่ามือ
  9. ล้างสบู่ออกด้วยน้ำ
  10. เช็ดมือให้แห้งดีด้วยกระดาษชำระสำหรับเช็ดมือ
  11. อาจใช้กระดาษชำระที่เช็ดมือปิดก๊อก เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อโรคอีกครั้ง

วิธีสอนให้ลูกล้างมือ

เด็ก ๆ เป็นวัยที่ชอบเล่นสนุกสนานและอยากรู้อยากลอง จึงสัมผัสสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่ายมาก พ่อแม่อาจลองหาวิธีช่วยดึงดูดความสนใจให้ลูกรู้สึกว่าการล้างมือเป็นเรื่องสนุกและอยากทำตามมากขึ้น ด้วยหลากหลายวิธีดังนี้

  • สอดแทรกกิจกรรมสนุก ๆ การล้างมือให้สะอาด ปราศจากเชื้อโรค ควรทำอย่างน้อย 20 วินาที แต่เด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาล้างมือเพียงไม่กี่วินาที กิจกรรมสนุก ๆ ระหว่างการล้างมือจะช่วยให้ลูกเพลิดเพลินและล้างมือได้นานขึ้น เช่น ให้ลูกร้องเพลงง่าย ๆ ช้า ๆ หนึ่งรอบ หรือร้องเร็ว ๆ สัก 2 รอบ ให้ลูกนับ 1-20  หรือ 1-10 อย่างช้า ๆ หรือใช้นาฬิกาทรายช่วยจับเวลาให้น่าตื่นเต้น
  • ทำสภาพแวดล้อมให้อำนวยต่อลูก การหาเก้าอี้ให้ยืน มีผ้าเช็ดมือพร้อมสบู่ที่สามารถเอื้อมถึงได้ จะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนสามารถทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้เหมือนผู้ใหญ่ ทำให้เกิดความภูมิใจ และไม่รู้สึกว่าการล้างมือเป็นเรื่องยากลำบาก เต็มใจล้างมือมากขึ้น
  • ใช้สิ่งของดึงดูดใจ หาสบู่ที่มีกลิ่นหอม หรือขวดใส่สบู่เหลวรูปตัวการ์ตูนที่ลูกโปรดปราน เพื่อดึงดูดให้การล้างมือรื่นเริงกว่าเดิม

ประหยัดที่สุด คงจะไม่มีวิธีใดที่ดีไปกว่า ‘การล้างมือ’ การป้องกันโรคติดต่อที่ง่าย  เพราะ ‘มือ’ เป็นอวัยวะสำคัญที่เราใช้สัมผัสผู้อื่น ใช้จับสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ มากที่สุด จึงเสมือนเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ตัวเรา และเชื้อโรคจากร่างกายเราไปสู่ผู้อื่นได้ในเวลาเดียวกัน การหมั่นล้างมือด้วยสบู่จึงเป็นวิธีการง่าย  ที่ทั้งสะดวก ประหยัด สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้

มักจะล้างไม่สะอาดและไม่ทั่วถึง แต่! ปฏิเสธไม่ได้ว่าการล้างมือของคนทั่วไป เพราะมักจะเคยชินกับการรีบล้างแค่ฝ่ามือ ไม่ได้ล้างในส่วนของปลายนิ้ว อันเป็นที่เป็นส่วนที่นำเชื้อโรคได้ดีที่สุด ดังนั้น จากคำแนะนำของหน่วยงานต่างๆ วิธีการล้างมือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดที่ถูกต้องควรล้างมือให้ครบ 7 ขั้นตอน และควรใช้เวลาอย่างน้อย 20 วินาที ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ฝ่ามือถูฝ่ามือ ล้างมือด้วยน้ำสะอาด ถูสบู่จนขึ้นฟอง หลังจากนั้นนำฝ่ามือทั้งสองข้างประกบกัน และถูวนให้ทั่ว
ขั้นตอนที่ 2 ถูหลังมือและซอกนิ้ว เพื่อฆ่าเชื้อโรคบริเวณมือและซอกนิ้วด้านหลัง โดยใช้ฝ่ามือถูบริเวณหลังมือ และซอกนิ้วสลับไปมาทั้งสองข้าง
ขั้นตอนที่ 3 ถูฝ่ามือและซอกนิ้ว นำมือทั้งสองข้างมาประกบกัน ถูฝ่ามือและซอกนิ้วด้านหน้าให้สะอาด
ขั้นตอนที่ 4 หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ ให้นิ้วมือทั้งสองข้างงอเกี่ยวกัน ถูวนไปมา
ขั้นตอนที่ 5 กางนิ้วหัวแม่มือแยกออกมา ถูนิ้วและโคนนิ้วหัวแม่มือ ใช้ฝ่ามืออีกข้างกำรอบนิ้วหัวแม่มือ แล้วถูหมุนไปรอบ ๆ ทำสลับกันทั้งสองข้าง
ขั้นตอนที่ 6 ถูปลายนิ้วมือบนฝ่ามือ ให้แบมือแล้วใช้ปลายนิ้วมืออีกข้างถูวนเป็นวงกลม จากนั้นสลับข้างทำแบบเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 7 ถูรอบข้อมือ กำมือรอบข้อมือข้างหนึ่ง ถูวนจนกว่าจะสะอาด หลังจากนั้นให้เปลี่ยนข้างทำแบบเดียวกับมือข้างแรก

ระยะเวลาทำความสะอาด ควรใช้เวลาล้างมือทั้ง 7 ขั้นตอนรวมกันไม่น้อยกว่า 20 วินาที หรือร้องเพลง Happy Birthday  ไปด้วย ล้างไปด้วยได้ให้ครบ 2 รอบ นอกจากนี้การทำให้มือแห้ง ควรใช้กระดาษเช็ดมือแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดมือร่วมกันหลายคน และหลังเช็ดมือแล้ว ให้ปิดก๊อกน้ำโดยสัมผัสผ่านกระดาษเช็ดมือ ไม่ควรใช้มือสัมผัสที่ก๊อกโดยตรง

ดังนั้นจะช่วยลดความเสี่ยง และแพร่กระจายของโรคติดต่อหลายโรค  การล้างมือที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องล้างมืออย่างถูกวิธี ทุกคนควรหันมาใส่ใจกับการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง ทั้งก่อน – หลัง ทำกิจกรรมต่าง  เช่น  ทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร เตรียมอาหาร หรือปอกผลไม้ หลังการใช้ห้องน้ำ หลังการไอ จาม หรือไปสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือล้างมือหลังเสร็จกิจกรรมที่ทำให้มือสกปรก เป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันโรค และยังเป็นการรักษาสุขอนามัยให้สะอาดอยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีในการล้างมือ เพียงเท่านี้เราก็สามารถป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ลดเสี่ยงการติดเชื้อ และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้แล้ว

นอกจากจะ ล้างมือให้สะอาด ถูกต้องตาม 7 ขั้นตอนนี้แล้ว อย่าลืมดูแลสุขอนามัยรักษาความสะอาดของร่างกายส่วนอื่น ๆ และดูแลสุขภาพ 3ขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างกูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยให้ทุกคนในครอบครัวได้อย่างแน่นอน

เชื้อโรคแพร่กระจายอย่างไร

ว่าจะเป็นในอากาศ ร่างกาย อาหาร พืช สัตว์ พื้นผิว และทุกสิ่งที่เราสัมผัสได้ ถึงสิ่งสกปรกที่ทำให้เราเจ็บป่วย เชื้อโรคอยู่ทุกที่ เชื้อโรคคือคำที่สื่อ

เวลาเราจับลูกบิดประตู หรือราวบันได เราก็จับเชื้อโรคด้วย และเมื่อเราเอามือมาจับหน้า ซึ่งเรามักจะเผลอบ่อยๆ เราก็ส่งต่อเชื้อโรคจากมือของเรามาสู่หน้า จมูก และตาของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นที่เชื้อโรคแทรกซึมเข้ามาในร่างกายของเรา

สบู่จัดการกับเชื้อโรคอย่างไร

ยูนิลีเวอร์ในกรุงบังคาลอร์ อธิบายว่า “เชื้อโรคบางชนิดมีเกราะป้องกันด้านนอกสองชั้นที่ทำจากโมเลกุลไขมัน สบู่ช่วยทำลายเกราะป้องกันนี้และกำจัดเชื้อโรคพร้อมกับความมันหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่อยู่บนมือของเรา แต่จงจำไว้ว่าทุกอย่างนี้จะเกิดขึ้นได้หากเราล้างมือเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที

ผลการวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่กับน้ำจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารถึง 50% และ ทางเดินหายใจ เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ได้ถึง 1 ใน 3

สบู่และน้ำคู่กัน ไม่ใช่ น้ำเพียงอย่างเดียว

ล้างมือด้วยน้ำเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นวิธีขจัดสิ่งสกปรกที่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แต่สารลดแรงตึงผิวในสบู่นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งสกปรกได้มากกว่าล้างมือด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียว

สารลดแรงตึงผิวเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างโฟมและขจัดความมันกับดินออกจากผิวของเรา

สบู่ก้อน เจลอาบน้ำ แชมพู และน้ำยาทำความสะอาด ล้วนมีประสิทธิภาพในการกำจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคเทียบเท่าสบู่เหลว

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *