พาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาที่ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดและช่วยลดไข้

พาราเซตามอล

พาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาที่ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดและช่วยลดไข้ โดยนิยมใช้เพื่อรักษาอาการปวดทั่วไป อาการปวดศีรษะ หรือไข้หวัดใหญ่ ทั้งนี้ ยาพาราเซตามอลยังสามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดของโรคข้ออักเสบได้อีกด้วย โดยยาชนิดนี้จัดเป็นยาสามัญประจำบ้านเพราะสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาของแพทย์ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม 

เกี่ยวกับยาพาราเซตามอล

กลุ่มยา ยาระงับปวดและลดไข้
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อได้เอง
สรรพคุณ ลดอาการปวดที่ไม่รุนแรงและลดไข้
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยาเม็ด ยาน้ำ ยาฉีด
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ Category B จากการศึกษาในสัตว์ ไม่พบความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์สัตว์ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์ หรืออาจพบผลไม่พึงประสงค์ในสัตว์ แต่ยังไม่พบความเสี่ยงในมนุษย์เมื่อใช้ในช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ รวมทั้งไม่มีหลักฐานทางการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า มีความเสี่ยงเมื่อใช้ในช่วงหลังเดือนที่สามเป็นต้นไป

คำเตือนในการใช้ยาพาราเซตามอล

  • ไม่ควรเกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่ควรใช้ยาเกินครั้งละ 500-1,000 มิลลิกรัม ต่อ 4-6 ชั่วโมง
  • ผู้ที่มีปัญหาโรคตับ เช่น ตับแข็ง ตับอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาพาราเซตามอลในทุกกรณี
  • ไม่ควรใช้ยาพาราเซตามอลร่วมกับยาแก้ไอ ยารักษาอาการไข้หวัด ยาแก้แพ้ หรือยาแก้ปวดชนิดอื่น ๆ  เพราะในยาเหล่านั้นมักมีส่วนผสมของพาราเซตามอล ซึ่งหากใช้ควบคู่กันอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการใช้ยา เพราะอาจยิ่งทำให้ตับเสี่ยงต่อการถูกทำลายมากขึ้น
  • สตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาพาราเซตามอล
  • สตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาพาราเซตามอล
พาราเซตามอล ทานยังไงให้ถูกต้อง
พาราเซตามอล ทานยังไงให้ถูกต้อง

ปริมาณการใช้ยาพาราเซตามอล

ยารับประทาน

  • เด็ก 10-15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง (หากจำเป็น) ไม่เกิน 5 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง
  • ไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัม ต่อวัน ผู้ใหญ่ 500 มิลลิกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง

ยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

  • เด็ก ครั้งละ 1/4-1/2 หลอด
  • ผู้ใหญ่ ครั้งละ 1/2-1 หลอด

การใช้ยาพาราเซตามอล

พาราเซตามอลเป็นยาที่สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์ โดยการใช้ยาแต่ละครั้งควรห่างกันทุก ๆ 4-6 ชั่วโมง และปริมาณที่ควรใช้ต่อครั้งไม่ควรเกิน 500-1,000 มิลลิกรัม เนื่องจากพาราเซตามอลเป็นยาที่สามารถส่งผลต่อตับได้ หากใช้เกินขนาดจะก่อให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

  • ท้องเสีย
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • มีอาการปวดบวม ที่บริเวณหน้าท้องส่วนบน หรือบริเวณช่องท้อง

ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างมาก เพื่อการใช้ยาดังกล่าวอาจทำให้ผลการตรวจปริมาณน้ำตาลในเลือดผิดพลาดได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรแจ้งแพทย์หากใช้ยานี้ สตรีมีครรภ์สามารถใช้ยาพาราเซตามอลชนิดรับประทานได้ โดยใช้ปริมาณที่เหมาะสม และระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของแพทย์ บาคาร่าทดลอง สำหรับสตรีที่ให้นมบุตร สามารถใช้ยาได้หากจำเป็น แต่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเช่นกัน เพราะตัวยาสามารถปะปนในน้ำนมได้ แม้จะอยู่ในปริมาณที่น้อยก็ตาม การรับประทานยาในปริมาณที่มากกว่าปริมาณที่กำหนดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากยาจะกลายเป็นพิษต่อตับและทำให้ตับถูกทำลายรุนแรง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาพาราเซตามอล

การใช้ยาพาราเซตามอลอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างขึ้น ได้แก่

  • อุจจาระเป็นเลือด หรือมีสีดำ
  • ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะน้อยลงอย่างไม่มีสาเหตุ
  • มีอาการไข้ หนาวสั่น
  • ปวดที่หลังส่วนล่างอย่างรุนแรง
  • มีจุดแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามผิวหนัง
  • มีผื่นคัน
  • เจ็บคอ
  • มีแผลร้อนใน หรือ จุดขาว ๆ ขึ้นที่ริมฝีปากหรือภายในช่องปาก
  • เลือดออกผิดปกติ
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • ตาเหลือง ตัวเหลือง

ทั้งนี้ หากเกิดอาการดังกล่าวขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ในทันที

ควรอย่าแถมยังซื้อกินอย่างพร่ำเพรื่อ ส่งผลไปสู่การทานยาเกินขนาด ดื้อยา และปัญหาสุขภาพถึงขั้นเสียชีวิตได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สำหรับคนไทยแล้ว ยาพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวด ลดไข้ ดูจะเป็นยาที่คนไทยเลือกซื้อรับประทานมากที่สุด

คนไทยกินยาทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณประมาณ 47,000 ล้านเม็ดต่อปี สอดคล้องกับรายงานของกรมการแพทย์ ที่ระบุว่า ในปี 2553  หรือเฉลี่ย 128 ล้านเม็ดต่อวัน โดยซื้อทานเองร้อยละ 15 ของผู้ป่วยทั้งหมด ทั้งอาการปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยตามร่างกาย และยาพาราเซตามอลก็เป็นอันดับ 1 ที่คนเลือกรับประทาน

ยาพาราเซตามอล เป็นยาแก้ปวด และลดไข้ที่คนไทยนิยมใช้กันมากที่สุด กล่าวโดย เภสัชกร ณรงค์ศักดิ์ ใบเนียม เภสัชกรประจำร้านขายยาจังหวัดเชียงใหม่ บางคนกินแก้หวัด ป้องกันหวัด หรือแก้ปวดเมื่อย ข้อดีคือไม่ระคายเคืองกระเพาะ แต่แท้จริงแล้วมีผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุดคือการเกิดพิษต่อตับ หากใช้เกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันนานเกินไป ถึงแม้ว่าจะเป็นยาที่มีความปลอดภัยในการใช้ก็ตาม

พบว่า มีการใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาดมากขึ้นทุกปี จากการสำรวจวิจัยทั้งในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เช่นเดียวกับจำนวนของผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากพิษของพาราเซตามอลที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับนั้นจะยิ่งเพิ่มโอกาสอาการเกิดภาวะตับเป็นพิษ (hepatotoxicity) และอาการตับวายเฉียบพลันได้ (acute liver failure) แม้ว่าไม่ได้รับประทานเกินขนาดก็ตาม กลุ่มคนเหล่านี้ได้แก่ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรังหรือดื่มเป็นประจำ, ผู้สูงอายุ, มีประวัติครอบครัวเป็นโรคตับ, ผู้ที่มีประวัติหรือมีโอกาสเป็นไวรัสตับอักเสบ, ผู้ที่รับประทานยาชนิดอื่นเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว โดยกลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีภาวะเนื้อเยื่อตับถูกทำลายและผิดปกติ โอกาสที่การทำงานของตับจะกลับคืนสู่สภาพปกติจะยากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้มีโอกาสเกิดภาวะความเป็นพิษของยาต่อตับนั้นรุนแรงกว่าคนปกติ แม้ว่าไม่ได้ใช้เกินขนาดก็ตาม

สำหรับการรับประทานยาพาราเซตามอลในผู้ใหญ่ให้รับประทานครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ตามที่ฉลากยาระบุไว้ ห้ามรับประทานเกินกว่า 4,000 มิลลิกรัม หรือ 8 เม็ดต่อวัน ซึ่งยาพาราเซตามอลชนิดเม็ดส่วนใหญ่จะมีขนาด 500 มิลลิกรัม โดยแต่ละครั้งห้ามรับประทานเกิน 1,000 มิลลิกรัม หรือ 2 เม็ด และห้ามรับประทานบ่อยภายในช่วงเวลาที่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งการคำนวณยาในการรับประทานควรใช้น้ำหนักตัวเป็นเกณฑ์ โดยขนาดยาที่เหมาะสม คือ 10 – 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้น หากน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ที่ 500 – 750 มิลลิกรัมต่อครั้ง แต่หากน้ำหนักตัวมากจนคำนวนแล้วเกินกว่า 1,000 มิลลิกรัม ก็ควรรับประทานแค่ 1,000 มิลลิกรัมเท่านั้น และรับประทานได้ไม่เกิน 4 ครั้ง เพื่อไม่ให้เกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรรับประทานติดต่อกันนาน 7 วัน เพราะจะส่งผลอันตรายต่อตับ

คนท้อง กินยาพาราเซตามอล : ยาพาราเซตามอล

คนท้อง กินยาพาราเซตามอล ระหว่างตั้งครรภ์เป็นไปได้ที่คนท้องจะมีอาการเจ็บป่วยทางสุขภาพแทรกซ้อนขึ้นมาเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น อาการปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยครั่นเนื้อครั่นตัวชวนให้เป็นไข้ ฯลฯ และยิ่งช่วงนี้อากาศเปลี่ยน ทำให้แม่ท้องร่างกายอ่อนแอและป่วยได้ง่ายมาก

เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักยาพาราเซตามอลกันมาอย่างดี เพราะทุกบ้านมีติดไว้เป็นยาสามัญประจำบ้าน เวลาไม่สบายก็หยิบมาทานเพื่อบรรเทาอาการกัน เพื่อให้ทุกคน โดยเฉพาะคนท้องได้เข้าใจถึงการใช้ยาพาราเซตามอลกันมากขึ้น เราไปทำความรู้จักยาแก้ปวดชนิดนี้กันก่อน

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol หรือ Acetaminophen) มีคุณสมบัติในการแก้ปวดระดับน้อยไปจนถึงระดับปานกลาง  ซึ่งยาพาราเซตามอลไม่ได้ช่วยในเรื่องการลดการอักเสบของร่างกาย เช่น การอักเสบจากการถูกกระแทกฟกช้ำ และใช้เป็นยาลดไข้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *