ความสุขของกะทิ (Happiness of Kati)

ความสุขของกะทิ จาก “วรรณกรรมซีไรต์” ที่กุมหัวใจผู้อ่านทั่วประเทศ ลัดฟ้าสู่ระดับโลกด้วยความประทับใจ
พร้อมแล้วที่จะมาเติมเต็มและแบ่งปันความสุข ในรูปแบบภาพยนตร์ที่ใครๆ ต่างเฝ้ารอ
จากปลายปากกาเขียนบทภาพยนตร์ครั้งแรกของ “งามพรรณ เวชชาชีวะ” เจ้าของบทประพันธ์รางวัลซีไรต์
ครั้งแรกที่คุณจะได้รู้จัก “หนูน้อยกะทิ”
โดยกลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์น้องใหม่ “ภาพยนตร์ชูใจ”
พร้อมทีมนักแสดงและทีมงานเบื้องหลังระดับ “หัวกะทิ”
ที่จะเนรมิตจินตนาการจากตัวหนังสือสู่แผ่นฟิล์มอย่างละเมียดอารมณ์
ในภาพยนตร์อิ่มอุ่นใจเรื่อง “ความสุขของกะทิ”
เติมเต็มความสุขทุกหัวใจ 8 มกราคม 52

วันไหน ๆ หัวใจก็มีความสุข
“ไม่เคยมีใครพูดถึงแม่”

“กะทิ” (น้องพลอย-ภัสสร คงมีสุข) เด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่ต้องผ่านประสบการณ์การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อ “แม่” (รัชนก แสง-ชูโต) ต้องจากไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคร้ายที่มิอาจรักษา กะทิต้องผ่านขั้นตอนความสุขและทุกข์ ความผูกพันและการพลัดพราก ความสมหวังและความสูญเสียที่มากเกินกว่าที่เด็กวัยเดียวกันนี้จะรับไหว

“น้ำตาไม่อาจแทนความโศกเศร้าได้”

กะทิได้เรียนรู้และตัดสินใจด้วยตัวเองผ่านสิ่งละอันพันละน้อยใน “ลิ้นชักแห่งความทรงจำ” ที่แม่เตรียมไว้ให้ก่อนสิ้นลมหายใจว่าความทุกข์จากการสูญเสียนั้นมิอาจพรากความสุขจากความรักและความผูกพันของแม่ที่มีต่อเธอได้

“อดีตเหมือนเงา บางครั้งทอดนำทางอนาคต”

เด็กน้อยเติบโตขึ้นจากประสบการณ์นี้ด้วยความเชื่อมั่นและกำลังใจในการดำรงชีวิตจากบุคคลใกล้ชิด…ผู้ที่เธอรักและรักเธอ ไม่ว่าจะเป็น “ตา” (สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์) และ “ยาย” (จารุวรรณ ปัญโญภาส) ผู้ที่รักหลานกะทิดุจชีวิต, “น้าฎา” (เข็มอัปสร สิริสุขะ), “น้ากันต์” (กฤษฎา สุโกศล แคลปป์), “ลุงตอง” (ไมเคิล เชาวนาศัย) และ “พี่ทอง” (นิธิศ โค้วสกุล) ที่ต่างเข้ามาสร้างสีสัน แบ่งปันความสุข และเติมเต็มชีวิตให้หนูน้อยกะทิรู้สึกว่า เธอไม่ได้ขาดอะไร และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้เฉกเช่นเด็กๆ ในวัยเดียวกัน

ใครจะรู้ว่า แท้จริงแล้วในความโศกเศร้านี้ ก็มี… ดูหนังออนไลน์

“ความสุขจริงแท้อันยิ่งใหญ่” ที่ได้เบ่งบานในหัวใจของ “เด็กหญิงกะทิ” อยู่เช่นกัน

“ความสุขของคนรอบข้าง คือความสุขของเราด้วย…ความสุขแบ่งปันกันได้ วันไหนๆ ก็มีความสุข”

ชูฟิล์ม…ชูใจ

“ภาพยนตร์ชูใจ” คือกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มคนที่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม คลุกคลี และคร่ำหวอดในแขนงงานต่างๆ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ล้วนแล้วแต่ต่างผ่านโมงยามในการเรียนรู้ หลงใหล ประทับใจในเสน่ห์ของภาพยนตร์ในฐานะคนรักหนังมาแรมปี โดยหวังไว้สักวันหนึ่งว่าจะได้มีโอกาสถ่ายทอดความคิด ผลักดันไอเดียที่แล่นผ่านเข้ามาในชีวิต ออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ที่มุ่งสื่อสารกับผู้คนกลุ่มใหญ่

และในวันนี้ “ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก” ในนามของ “ภาพยนตร์ชูใจ” กำลังจะถือกำเนิดขึ้น เมื่อได้รับเกียรติจากนวนิยายเรื่อง “ความสุขของกะทิ” วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือรางวัลซีไรต์ปี 2549 มาสร้างเป็นผลงานภาพยนตร์เปิดตัวเรื่องแรก เนื่องจากเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาดีตรงตามแนวทางของกลุ่มที่เน้นการสร้างภาพยนตร์ที่ช่วยเชิดชูยกระดับจิตใจและสร้างสรรค์สังคม

โดย “ความสุขของกะทิ” เป็นหนังสือที่มีการขมวดปมทางอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม สร้างความประทับใจ อิ่มอุ่นอบอวลให้กับแฟนหนังสือได้อย่างลงตัวที่สุด

นอกจากนี้ ทาง “ภาพยนตร์ชูใจ” ยังได้รับเกียรติอย่างสูงจาก “งามพรรณ เวชชาชีวะ” ในการถ่ายทอดเรื่องราวของ “เด็กหญิงกะทิ” ผ่านบทภาพยนตร์ร่วมกับผู้กำกับ “เจนไวย์ ทองดีนอก” เป็นครั้งแรกด้วย

รวมถึงยังมี 2 สาวเก่งผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์ไทยอย่าง “โอ๋-จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ” (ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัทสหมงคลฟิล์มฯ) และ “นิหน่า-สุฐิตา เรืองรองหิรัญญา” (โปรดิวเซอร์เรื่อง “กั๊กกะกาวน์” และ “เขาชนไก่”) มารับหน้าที่เป็น “ผู้ควบคุมงานสร้าง” (Producer)
เกร็ดย่อยเพิ่มรสชาติ…ชิมก่อนชม “ความสุขของกะทิ”

1) ภาพยนตร์ “ความสุขของกะทิ” สร้างจากสุดยอดวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ปี 2549 ในชื่อเดียวกันซึ่งเป็นงานเขียนเล่มแรกของ “งามพรรณ เวชชาชีวะ” (เป็นนักเขียนซีไรต์คนที่ 26 ของไทย)

2) ด้วยยอดจำหน่ายรวมกว่า 250,000 เล่ม หนังสือ “ความสุขของกะทิ” ได้รับการตีพิมพ์ “ครั้งแรก” เมื่อเดือน “พฤศจิกายน 2546” จนถึงล่าสุด “ครั้งที่ 58” เมื่อเดือน “ตุลาคม 2551” รวมถึงมี “ฉบับปกแข็ง” ออกมาในช่วงเวลาเดียวกันนี้ด้วย (แน่นอน เมื่อภาพยนตร์เข้าฉาย ยอดจำหน่ายหนังสือย่อมต้องพุ่งทะยานขึ้นไปอีก)

3) โด่งดังเป็นที่รู้จักในนานาชาติที่ได้รับอนุญาตลิขสิทธิ์แปลและจำหน่ายแล้ว 7 ภาษาใน 8 ประเทศ คือ “สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย (ภาษาอังกฤษ), ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สเปน (ภาษาคาตาโลเนีย), เกาหลี, ลาว” และที่ประเทศ “จีน” และ “ไต้หวัน” (ภาษาจีน) เป็น 2 ประเทศล่าสุดที่เพิ่งได้ขายลิขสิทธิ์เพื่อแปลและพิมพ์จำหน่ายต่อไป

4) ภาคต่อของหนังสือ “ความสุขของกะทิ” มีชื่อว่า “ตามหาพระจันทร์” ซึ่งถูกหยิบจับรายละเอียดบางส่วนมาใช้เพื่อสร้างสีสันให้กับเรื่องราวและตัวละครในเวอร์ชันภาพยนตร์ด้วย

5) ภาพยนตร์อิ่มอุ่นหัวใจเรื่องนี้เป็นการสร้างสรรค์ผลงานเรื่องแรกของกลุ่ม “ภาพยนตร์ชูใจ” ซึ่งชื่อกลุ่มภาพยนตร์นี้มีต้นกำเนิดมาจากชื่อตัวละครมานะ, มานี, ปิติ, “ชูใจ” ในหนังสือแบบเรียนภาษาไทยเมื่อครั้งอดีต เพราะหลักการของกลุ่มอยู่ที่การทำหนังอะไรก็ได้ที่ช่วยยกระดับจิตใจผู้ชม ดูแล้วชื่นชูจิตใจ

6) ภาพยนตร์ที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งมีกำหนดฉายประเดิมส่งความสุขให้กับทุกหัวใจในศักราชใหม่ 8 ม.ค. 52 เรื่องนี้ เป็นการเขียนบทภาพยนตร์ครั้งแรกของเจ้าของบทประพันธ์ “งามพรรณ เวชชาชีวะ” ร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ครั้งแรก “เจนไวยย์ ทองดีนอก” (มือรางวัลกำกับภาพยนตร์สั้น) โดยมีการพูดคุยถึงแนวทางการเขียนบทอยู่ 6 เดือน ก่อนจะลงมือเขียนและพัฒนาบทอย่างจริงจังเป็นเวลา 3 เดือน

7) ประเดิมบทนำในภาพยนตร์เป็นครั้งแรกของ “น้องพลอย-ภัสสร คงมีสุข” กับบท “กะทิ” เด็กหญิงหน้าใส ตาแป๋วแหวว ผมม้าเต่อ (นำเทรนด์) พร้อมด้วย “น้องไอซ์-นิธิศ โค้วสกุล” ในบท “พี่ทอง” พี่ชายที่แสนดีของกะทิ พร้อมเสริมทัพหน้าด้วยนักแสดงมืออาชีพชั้นนำของไทยอย่าง “สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์” (รับบท “ตา”), “จารุวรรณ ปัญโญภาส” (ยาย), “กฤษฎา สุโกศล แคลปป์” (น้ากันต์), “เข็มอัปสร สิริสุขะ” (น้าฎา), “ไมเคิล เชาวนาศัย” (ลุงตอง) และ “รัชนก แสง-ชูโต” (แม่) ซึ่งทุกคนจะทำให้คนดู “อิน” ไปกับบท “ซึ้ง” ไปกับหนัง…ได้อย่างไม่ยาก

8) ขำขำ…ใครจะไปคาดคิดว่า “น้อย วงพรู” และ “ไมเคิล เชาวนาศัย” เคยแสดงเป็น “คู่รักสวีตหวาน” กันมาก่อน!!! ในภาพยนตร์ฮาสุดล้ำอย่าง “หัวใจทรนง” (The Adventure of Iron Pussy / 2547)

9) ทัพหลังอัดแน่นด้วยทีมงานคุณภาพแถวหน้าอย่าง “งามพรรณ เวชชาชีวะ“ (ร่วมเขียนบท), “ธนนท์ สัตตะรุจาวงษ์” (กำกับภาพ), “ม.ร.ว.ปัทมนัดดา ยุคล” (ลำดับภาพ), “เอกรัฐ หอมลออ” (ออกแบบงานสร้าง), “กรกนก สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” (ออกแบบเครื่องแต่งกาย) และ “นภ พรชำนิ” (ดนตรีประกอบ) รวมถึง “เชอร์รี่ เข็มอัปสร” ที่นอกจากจะมีบทแสดงแล้ว ก็ยังผันตัวเองมาเป็น “ผู้ช่วยผู้กำกับ” ในเรื่องนี้ได้อย่างสวยงาม ไม่บ่อยครั้งนักที่ภาพยนตร์ไทยสักเรื่องหนึ่งจะ “รวมดาวทีมงานหัวกะทิ” มาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกที่คาดหวังกันได้เลยถึง “คุณภาพของภาพยนตร์ในระดับสูง” ที่น้อยเรื่องนักจะทำได้

10) ใช้เวลาในช่วงการถ่ายทำประมาณ 2 เดือน ในโลเคชันหลักอย่าง “บ้านริมคลอง” (ถ่ายที่อยุธยา), “บ้านชายทะเล” (ถ่ายที่หัวหิน) และ “บ้านกลางกรุง” (คอนโด Bio House แถวสุขุมวิท) อย่างตรงตามจินตนาการตัวหนังสือ

11) ความพิเศษอีกอย่างของเรื่องนี้ที่ไม่มีปรากฏในหนังสือก็คือ “ชื่อ-สกุลจริง” ของตัวละครที่ผู้ประพันธ์แต่งขึ้นใหม่เพื่อฉบับภาพยนตร์โดยเฉพาะ ดังนี้ “ตา” (พิทักษ์ พจนวิทย์), “ยาย” (ลัดดา พจนวิทย์), “แม่” (ณภัทร พจนวิทย์), “กะทิ” (ณกมล พจนวิทย์), “น้าฎา” (ชฎา โฉมทิพย์), “ลุงตอง” (วิทยา วงศ์ภิรมย์) และ “พี่ทอง” (สุวรรณ วินัยดี)

12) เสน่ห์น่ารักเล็ก ๆ จุดหนึ่งของเรื่องนี้ ก็คือผู้กำกับและผู้ประพันธ์มีชื่อเล่นตรงกันว่า “เจน” แถมยังเกิดใน “ปีเถาะ” เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายอีก ดังนั้น อย่าแปลกใจไปถ้าจะเห็น “นานากระต่าย” ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้

13) “ฉากกะทิร้องไห้” ที่หนังสือเขียนไว้ว่า “กะทิร้องไห้จนตัวโยน วิ่งอย่างสุดแรง” เป็นฉากที่ผู้กำกับเจนไวยย์ชอบและประทับใจมากๆ ฉากหนึ่ง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งที่ทำให้ผู้กำกับอยากกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้…สุดแรง

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *